
การบริหารงานบุคคลของรัฐบาล
กรณีการโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี กำลังเป็นจุดตายของนายกฯ ปูแดง ที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังจะชี้ชะตาในอีก 10 วันข้างหน้า รัฐบาลคงรู้ดีว่า การย้ายถวิลนั้น เพื่อประโยชน์ทางราชการหรือเพื่อสนองความต้องการของตระกูลชินวัตรดามาพงศ์ ที่ต้องการให้ เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ มาคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขุมกำลังที่อยู่ภายใต้อำนาจสั่งการของคนเสื้อแดง องค์กรของรัฐที่คนในเครื่องแบบพิทักษ์สันติราษฎร์ ต้องฟังคำสั่งจากคนเสื้อแดง โดยเฉพาะแดงอุดรที่มีอำนาจสั่งการโยกย้ายตำรวจในพื้นที่ได้
กรณีการโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี กำลังเป็นจุดตายของนายกฯ ปูแดง ที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังจะชี้ชะตาในอีก 10 วันข้างหน้า รัฐบาลคงรู้ดีว่า การย้ายถวิลนั้น เพื่อประโยชน์ทางราชการหรือเพื่อสนองความต้องการของตระกูลชินวัตรดามาพงศ์ ที่ต้องการให้ เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ มาคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขุมกำลังที่อยู่ภายใต้อำนาจสั่งการของคนเสื้อแดง องค์กรของรัฐที่คนในเครื่องแบบพิทักษ์สันติราษฎร์ ต้องฟังคำสั่งจากคนเสื้อแดง โดยเฉพาะแดงอุดรที่มีอำนาจสั่งการโยกย้ายตำรวจในพื้นที่ได้
ถ้ายังจำกันได้ เป็ดเหลิมเป็นคนที่ออกมา กดดันอย่างชัดเจนที่สุด ว่า ต้องการย้ายถวิล เพื่อเปิดทางให้เพรียวพันธ์ พูดกันออกมาตรงๆ ไม่ต้องแปล วันนี้เป็ดเหลิมต้องการไปเบิกความต่อศาลรัฐธรรมนูญ ถึงขนาดขอร้องผ่านสื่อกันเลย ผมก็อยากให้ศาลท่านอนุญาตให้เป็ดเหลิมไปเบิกความด้วยตัวเอง อยากฟังว่าจะอธิบายสิ่งที่ตัวเองพูดไว้อย่างไร
คนอ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น แต่ไม่รู้ประเด็นว่า การออกมากดดันผ่านสื่อนั้น ไม่ใช่ประเด็นหลัก เป็นเพียงข้อเท็จจริงสนับสนุนให้เห็นว่า การโยกย้ายถวิลเป็นการแทรกแซงข้าราชการประจำ คำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการออกมากดดันผ่านสื่อของเป็ดง่อยตัวนี้
หรือการที่ต้องออกมาเรียกร้องอยากไปเป็นพยานด้วยตัวเองเป็นการสร้างความสำคัญให้กับตัวเอง ต้องการเรียกราคาค่าตัวจากชายดูไบหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะคุณเป็ดคนนี้แกล้ำลึกหลายชั้น
ประเด็นข้อต่อสู้ของนายกฯ ปูแดง ที่ศาลปกครอง ในคดีที่ถวิลเป็นผู้ฟ้องคดีนั้น แกอ้างว่าที่ย้ายเพราะต้องการให้ถวิล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงมาช่วยงานที่สำนักนายกฯ แปลไทยเป็นไทยว่า เพราะถวิลเก่งจึงเรียกมาใช้งาน ไม่ได้แทรกแซง ไม่เกี่ยวกับความต้องการให้วิเชียรมาแทน เพื่อให้เพรียวพันธ์มาดำรงตำแหน่ง ผบ. สำนักงานมะเขือเทศแทนแต่อย่างใด
ศาลปกครองสูงสุด ท่านวินิจฉัยไว้ว่า แม้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 คือ ยิ่งลักษณ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการจะมีอำนาจดุลพินิจในการบริหารงานบุคคลในอันที่จะหมุนเวียน สับเปลี่ยนบทบาทหรือการทำหน้าที่ให้เป็นไปตามแนวนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และแม้ว่างานด้านความมั่นคงจะต้องได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้ารัฐบาลก็ตาม
“แต่การใช้อำนาจดุลพินิจดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องคดีนอกจากจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว ยังจะต้องเป็นไปโดยสุจริต คำนึงถึงวัตถุประสงค์ของกฎหมายและอยู่ภายในขอบเขตของกฎหมายอีกด้วย นอกจากนี้ การใช้อำนาจดุลพินิจของผู้ถูกฟ้องคดีในการโอนผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือระดับกระทรวงไปดำรงตำแหน่งอื่น ก็จะต้องมีความเหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวด้วย ซึ่งศาลปกครองย่อมไม่อาจก้าวล่วงเข้าไปควบคุมการใช้อำนาจดุลพินิจของฝ่ายบริหารในแง่ของความเหมาะสมของการบริหารงานบุคคลให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลได้ แต่ศาลปกครองย่อมมีอำนาจตรวจสอบการใช้อำนาจดุลพินิจของฝ่ายบริหารในแง่ของความชอบด้วยกฎหมายได้”
นอกจากนี้ ศาลยังวินิจฉัยในเนื้อหาอีกว่า “ตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นตำแหน่งที่ขึ้นตรงกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และมีอำนาจหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับกิจการความมั่นคงของประเทศ ...ผู้ดำรงตำแหน่งนี้จึงสามารถเสนอแนะนโยบายด้านความมั่นคงของประเทศต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้โดยตรงอยู่แล้ว ส่วนตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ ...อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของเลขาธิการนายกฯ”
พูดง่ายๆ คือ ถ้าต้องการความสามารถของถวิล เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติขึ้นตรงกับนายกฯ ไม่ต้องผ่านเลขาธิการนายกฯ และยังวินิจฉัยต่อไปว่า
แม้นายกฯ ปูแดง “มีอำนาจใช้ดุลพินิจในการบริหารงานบุคคลหมุนเวียนสับเปลี่ยนบทบาทหรือการทำหน้าที่ของข้าราชการ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปตามแนวนโยบายที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาได้ แต่การใช้ดุลพินิจดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 นั้น นอกจากจะต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของกฎหมายและอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายแล้ว ยังต้องมีเหตุผลรองรับที่มีอยู่จริงและอธิบายได้ ซึ่งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้อ้างเหตุผลในการโอนผู้ฟ้องคดีว่า ผู้ฟ้องคดีได้ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีประสิทธิภาพ มีข้อบกพร่องหรือไม่สนองนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะถือได้ว่ามีเหตุผลอันสมควรที่ผู้บังคับบัญชาสามารถสั่งโอนได้ตามความเหมาะสม จึงถือได้ว่าเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ อันเป็นเหตุแห่งความไม่ชอบด้วยกฎหมายประการหนึ่ง”
ข้อเท็จจริงที่คนทั้งประเทศรู้ คนเสื้อแดงก็รู้ คนในรัฐบาลก็รู้ คนที่อยู่ดูไบและคุณหญิงที่กลัวเสียงนกหวีด ยิ่งต้องรู้ รู้ว่าการย้ายคุณถวิลนั้น เหตุผลที่แท้จริงคืออะไร เพียงแต่จะออกมาพูดความจริงหรือจะยังผิดศีลโกหกคำโตต่อไป
คดีนี้ ถ้าศาลปกครองไปเชื่อเหตุผลที่รัฐบาลหรือเป็ดเหลิมพยายามชี้แจง กลับจะเป็นเรื่องที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ศาลปกครองท่านแสวงหาพยานหลักฐานตามความเป็นจริง ข้อเท็จจริงที่ท่านได้ก็ไม่ต่างจากที่คนไทยทั้งประเทศรู้ คำพิพากษาของศาลปกครอง จึงออกมาถูกต้องตรงตามความเป็นจริง แต่ไม่ถูกใจรัฐบาล ไม่ถูกใจคนเสื้อแดง ไม่ถูกใจชายดูไบ เพราะจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณดอกงิ้วตกจากเก้าอี้ผู้นำที่ตัวเองสร้างความเสียหายให้กับประเทศมากว่า 2 ปีแล้ว
หยุดมุสา รักษาศีลเสียบ้าง แม้จะสักครั้งก็ยังดี







