
ทางออกประเทศไทย
เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองค่อนข้างรุนแรง ทั้งกระแสต่อต้านและสนับสนุน กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอตัวหาทางออกให้กับประเทศไทย โดยจะนัดเจรจากับทุกฝ่ายเพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมือง ที่นำมาสู่ความรุนแรงและการสูญเสีย
เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองค่อนข้างรุนแรง ทั้งกระแสต่อต้านและสนับสนุน กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอตัวหาทางออกให้กับประเทศไทย โดยจะนัดเจรจากับทุกฝ่ายเพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมือง ที่นำมาสู่ความรุนแรงและการสูญเสีย
แนวทางที่นายอภิสิทธิ์ดำเนินการ เริ่มจากการเดินสายอธิบายต่อสื่อมวลชนให้เข้าใจว่า สิ่งที่กำลังพยายามทำอยู่คืออะไร และขอแรงสนับสนุน โดยนัดหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด แกนนำมวลชนต่างๆ รวมถึงพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรคเพื่อไทย ก็พร้อมที่จะเจรจากับทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
สิ่งที่นายอภิสิทธิ์พยายามสื่อสารต่อสังคมก็คือ ต้องการหาคำตอบให้ประเทศ เพราะมั่นใจว่าคนส่วนใหญ่ต้องการเห็นประเทศเดินหน้า และกลับสู่ความสงบสุขมากกว่าการนองเลือด การปฏิวัติรัฐประหาร หรือการเลือกตั้งแบบเดิมๆ ท่ามกลางบรรยากาศความวุ่นวายและความไม่ไว้วางใจของประชาชน การหาคำตอบจึงต้องมุ่งสู่การปฏิรูปภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยการเลือกตั้งเป็นกลไกหนึ่งของการปฏิรูป ใช้กลไกทางการเมืองและกฎหมายมาแก้ปัญหา และการหาทางออกนี้จะไม่มีการต่อรองทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น
แม้จะมีกระแสการต่อต้าน ถูกล้อเลียนและเสียดสีอย่างหนัก และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.เอง ก็ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ แต่นายอภิสิทธิ์ก็อดทนและพยายามที่จะเดินหน้าไปตามสิ่งที่คิดว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุดในการผ่าทางตันของประเทศ
ไม่ว่าความพยายามของนายอภิสิทธิ์จะได้รับการตอบรับจนสามารถดำเนินการเห็นผลเป็นรูปธรรม หรือล้มเหลว ก็ต้องขอชื่นชมในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ เพราะถือว่าเป็นครั้งแรกที่นายอภิสิทธิ์ ซึ่งก็คือพรรคประชาธิปัตย์ ยอมก้าวออกมาหารือกับทุกฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาการเมือง ที่ลากให้ประเทศไทยถอยหลังเข้าคลองลงทุกวัน หลังปฏิเสธไม่เจรจากับใครหากไม่ได้ตามข้อเสนอที่ตั้งไว้
เผยพร้อมคุยทุกฝ่าย'แม้ว'ด้วย
"จากนี้ผมจะเดินก้าวที่สองและสามคือไปขอความสนับสนุน ซึ่งวันที่ 28 เม.ย. ผบ.ส.ส.รับนัดผมแล้ว และจะประสานกับฝ่ายอื่นๆ ต่อไป การพบปะกับรัฐบาลต้องเกิดขึ้นเพื่อหาคำตอบ แต่จังหวะเวลาและคำตอบของประเทศต้องมาหลายส่วน วันนี้หาคำตอบเรื่องการปฏิรูป จากนั้นจะเป็นด้านความมั่นคง ส่วนการเลือกตั้งจะหารือกับกกต. นอกจากนั้นฝ่ายบริหารและการเมืองต้องหารือกับรัฐบาล รวมถึงแกนนำและมวลชนต่างๆ เพื่อนำคำตอบมาประกอบกัน ผมตั้งใจไม่ทำงานนี้นาน หาก 10 วันหลังจากนี้ ไม่มีความคืบหน้าก็บอกได้เลยว่าคงไม่ใช่ ถ้ารัฐบาลและกปปส.ต้องการปฏิรูปก็ไม่ควรปฏิเสธเรื่องนี้ แต่การทำเรื่องนี้จะยากหากมีฝ่ายใดไม่ต้องการให้มีคำตอบสำหรับประเทศ ผมอยู่กับความจริง ซึ่งมันไม่ง่าย เพราะถ้าง่ายบ้านเมืองคงไม่เดินมาถึงวันนี้" นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ซึ่งมีเวลาไม่มาก จึงตั้งใจทำให้ทันต่อสถานการณ์และไม่คิดว่าตัวเองวิเศษกว่าใคร ตนไม่ใช่คนกลาง และยอมรับว่าตัวเองก็เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้ประเทศเดินมาจนถึงจุดนี้ แต่วันนี้ตนต้องการเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ หากทำไม่สำเร็จ ประเทศก็จะตึงเครียด สุ่มเสี่ยงมากขึ้นและเสียโอกาสมากขึ้น ส่วนที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ระบุว่าข้อเสนอของตนเป็นการเดินตามแนวทางของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นั้น ตนไม่ขอตอบโต้ แต่ขอให้พิจารณาเนื้อหาสาระที่จะนำเสนอแล้วจะได้คำตอบเองว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่
เมื่อถามว่าจะคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็คุยได้ อะไรที่จะเป็นทางออกของประเทศก็พร้อมคุยกับทุกคน ทุกฝ่าย หากฝ่ายใดติดต่อมาขอพบ ก็ยินดีพูดคุยเพื่อให้เกิดการยอมรับและกว้างขวางที่สุด ส่วนนายสุเทพนั้นขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน
พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินสายพบบุคคลและตัวแทนองค์กรต่างๆ เพื่อพูดคุยหาทางออกให้ประเทศ แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักว่า ขอบคุณทุกฝ่ายทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะกลุ่มที่เห็นด้วย เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ทำด้วยความจริงใจ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาประเทศ ไม่ใช่การเล่นละคร หรือที่บางคนวิจารณ์ว่าเป็นการแสดง เป็นดราม่าแต่เราน้อมรับคำวิจารณ์เพราะเชื่อว่าอยู่บนพื้นฐานความตั้งใจดี แต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้อยู่กับทุกฝ่ายจะร่วมกันหาคำตอบให้ประเทศ ส่วนเวลา 10 วัน ที่นายอภิสิทธิ์บอกจะพยายามทำให้สำเร็จนั้น ขึ้นกับความตั้งใจร่วมมือของทุกฝ่าย หากทำได้ก็ดี
“มาร์ค” เมินเสียงกระแนะกระแหน
ต่อมาเวลา 15.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า หลังจากเริ่มต้นทำงานไป 2 วัน ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้ความสนใจจำนวนมาก ได้รับกำลังใจ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ คำกระแนะกระแหนประชดประชัน จากหลายฝ่าย ซึ่งรับฟังทุกความเห็นและเข้าใจความรู้สึกหลายคน ขอย้ำสิ่งที่ทำอีกครั้ง ไม่ใช่คนกลาง ไม่ได้เป็นกลาง และไม่ใช่ผู้อยู่เหนือความขัดแย้ง แต่ต้องการหาคำตอบให้ประเทศ เพราะมั่นใจว่าคนส่วนใหญ่ต้องการเห็นประเทศเดินหน้า และกลับสู่ความสงบสุขมากกว่าการนองเลือด การปฏิวัติรัฐประหาร หรือการเลือกตั้งแบบเดิมๆ ท่ามกลางบรรยากาศความวุ่นวายและความไม่ไว้วางใจของประชาชน การหาคำตอบจึงต้องมุ่งสู่การปฏิรูปภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยการเลือกตั้งเป็นกลไกหนึ่งของการปฏิรูป ใช้กลไกทางการเมืองและกฎหมายมาแก้ปัญหา
ลั่นเดินหน้าต่อจนกว่าปิดจ๊อบ
“ไม่มีส่วนใดในคำตอบไปเกี่ยวกับการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ของใคร ยิ่งถ้าเป็นเรื่องคดีความ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น รัฐบาลหรือใคร จะรับหรือไม่รับข้อเสนอ ผมไม่มีอำนาจไปบังคับ ข้อเสนอต้องมีทางเลือกบ้าง ปรับได้บ้าง แต่หลักการเจรจาไม่ได้ ผมจำได้ว่าเมื่อครั้งเสนอแผนปรองดองในปี 2553 ผมถูกต่อว่าต่อขานจากผู้สนับสนุนผมมาก แต่สุดท้ายหลายคนเข้าใจ ที่สำคัญสังคมต้องพยายามปรองดองภายหลังเมื่อสายไปแล้ว ผมอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ผมจะไม่ทำอะไรเสียหายให้ประเทศและประชาชนผู้รักชาติอย่างแน่นอน จะเดินหน้าต่อไปครับ ท่าน ผบ.สส. (วันจันทร์) และ กกต. (วันอังคาร) กรุณารับนัดผมแล้ว” นายอภิสิทธิ์ระบุ
นายกฯ เก็บตัวเงียบช่วงวันหยุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัวที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งใน กทม.แต่ยังคงมอนิเตอร์ติดตามข่าวและรับฟังรายงานสถานการณ์ทางการเมือง โดยเฉพาะควบคุมตัวนายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กปปส.ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ ในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการตามหมายจับ อย่างไรก็ตามในวันที่ 29 เม.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์มีภารกิจร่วมประชุมตัวแทนหน่วยงานด้านการส่งออกทั้งในและต่างประเทศและประชุมว่าด้วยเรื่องพลังงาน โดยจะเลื่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาเป็นวันที่ 28 เม.ย.แทน
พท.ไล่ไปคุยกับ “เทือก” ให้จบก่อน
เมื่อเวลา 10.00 น.ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์สอดรับกับที่หลายฝ่ายประเมินว่า จุดเปลี่ยนทางการเมืองรอบนี้คือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำให้กระแสการเจรจากลับมาดังขึ้นอีกรอบ จะเป็น 10 วันพิสูจน์ความจริงใจของนายอภิสิทธิ์ ว่าจะแข็งขืนกับนายสุเทพได้มากน้อยแค่ไหน หลังจากนายสุเทพประกาศอย่าสะเออะมาตั้งตัวเป็นคนกลางเจรจา ทำให้เกมเจรจาของนายอภิสิทธิ์ต้องเผชิญกับความยากลำบากของคนกันเอง แต่พรรคเพื่อไทยยินดีพูดคุยหาทางออกร่วมกับนายอภิสิทธิ์ แต่ไม่ควรกำหนดเวลา 10 วันมากดดันตัวเอง เพราะคงแก้ปัญหาไม่ได้ชั่วข้ามคืน
ชู 4 ทางลัดผ่าทางตันหาทางออก
นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้แนวทางแก้ไขปัญหาของหลายฝ่าย ใช้หลักรำวงโมเดล คือเดินสายไปเรื่อยตามจังหวะสถานการณ์ ประวิงเวลารอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงใช้เวลามากและไม่เห็นจุดจบของปัญหา แต่มีทางลัดที่จะแก้ปัญหาให้ทันสถานการณ์ 4 ขั้นตอน คือ 1.ทุกพรรคต้องทำสัตยาบันร่วมกัน ไม่ให้ปลุกระดมเครือข่ายไปขัดขวางการเลือกตั้ง หากพบให้มีโทษยุบพรรค 2.เร่งจับกุมตัวผู้ขัดขวางการเลือกตั้งทุกระดับ ไม่จำกัดเฉพาะแกนนำ 3.กกต.เอาจริง ทุ่มเท การบริหารจัดการเลือกตั้งให้มากกว่านี้ ร่วมกับกองทัพ หน่วยงานความมั่นคง ถ้าทำไม่ได้ให้ กกต.พิจารณาตัวเองลาออก 4.หลังการเลือกตั้งได้รัฐบาลใหม่ ผู้ชนะเลือกตั้งต้องปฏิรูปประเทศ แก้ไขกติกาเลือกตั้งให้ทุกฝ่ายยอมรับ กำหนดเวลา 12-18 เดือน หรือเวลาที่ทุกฝ่ายเห็นเหมาะสม ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่
“ทักษิณ” ไม่เชื่อน้ำยาหวั่นเสแสร้ง
ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการที่นายอภิสิทธิ์ระบุว่าพร้อมจะพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระดมสมองผู้เชี่ยวชาญในการหาทางช่วยเหลือคนไทยด้านเศรษฐกิจ ทราบเรื่องแล้ว และพร้อมจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อประโยชน์ของประเทศ แต่ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของพวกที่พูดอย่างทำอย่าง หรือที่ภาษาชาวบ้านใช้คำว่าพวกดัดจริต พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าการพูดและการกระทำต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่เสแสร้ง ทุกฝ่ายควรยึดกติกา แก้ปัญหาในกรอบรัฐธรรมนูญ ถ้าทุกฝ่ายเคารพการตัดสินใจของประชาชนก็หาทางออกได้ เราไม่สามารถปฏิเสธการเลือกตั้งได้ จะอ้างปฏิรูปก่อนเลือกตั้งไม่ได้ ต้องทำควบคู่กันไป เมื่อมีการเลือกตั้งประชาชนชี้ขาดให้ใครเป็นรัฐบาล ทุกฝ่ายก็ควรเคารพ ส่วนกรณีที่นายสุเทพท้า นปช.ให้นับมวลชนแข่งกับ กปปส.นั้น พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า







