
ป๋าเปรมรับฟังไม่ได้รับปาก
แจงคณะรัฐบุคคลห่วงใยบ้านเมืองเพื่อไทยลั่นยังไม่ถึงขั้นขอพึ่งพระบารมี
แจงคณะรัฐบุคคลห่วงใยบ้านเมืองเพื่อไทยลั่นยังไม่ถึงขั้นขอพึ่งพระบารมี
นายทหารคนสนิทแจงป๋าเปรมแค่รับฟัง คณะบุคคลในการขอพึ่งพระบารมีแก้วิกฤต
พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ เปิดเผยว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้รับทราบข่าวกรณี พล.อ.สายหยุด เกิดผล ประธานคณะรัฐบุคคล ได้ให้สัมภาษณ์หลังเข้าพบ เรื่องแนวทางขอพึ่งพระบารมีให้ประเทศพ้นจากวิกฤตแล้ว โดย พล.อ.เปรม ไม่ได้บ่นอะไร
“ท่านเพียงบอกว่าเราแค่รับฟัง ยังไม่ได้รับปากอะไร และเรื่องนี้ไม่ต้องชี้แจงแก้ข่าวอะไร เพราะจะกลายเป็นการตอบโต้ เพราะ พล.อ.สายหยุด ท่าน เป็นผู้ใหญ่ แล้ว” นายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ระบุ
อย่างไรก็ตาม การที่ พล.อ.เปรม เชิญ พล.อ.สายหยุด มาพบเมื่อวันที่ 25 เม.ย.นั้น พล.ท.พิศณุ กล่าวว่า ก็เพราะต้องการรับทราบแนวคิดและอยากรู้ว่า คณะบุคคลเป็นใคร มีเป้าหมายอะไร ซึ่งส่วนตัวก็รู้จักเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว
“พล.อ.เปรม เป็นฝ่ายรับฟังแล้ว ไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ มากนัก เป็นฝ่ายถามและฟังไม่ได้แสดงความเห็นด้วย โดยเฉพาะการให้คณะรัฐบุคคลร่างแผน หรือคำกราบบังคมทูลใดๆ แต่เป็นเรื่องที่ พล.อ.สายหยุด พูดขึ้นมาเอง แต่ก็เข้าใจว่าท่านก็ห่วงชาติบ้านเมืองเลยเสนอป๋าแบบนั้น แต่ป๋าไม่ได้เห็นด้วยแต่รับฟัง” พล.ท.พิศณุ กล่าว
นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์วันนี้ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องขอพึ่งพระบารมี แม้จะวิกฤตแต่เป็นวิกฤตที่สร้างขึ้นมาเองดังนั้นสามารถแก้ไขปัญหาตามกระบวนการทางกฎหมายได้ เพียงแต่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือและเห็นว่าการเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนตัดสิน เป็นทางออกที่ดีที่สุด
สำหรับการเดินสายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหารือกับหน่วยงานต่างๆ นั้นเป็นเรื่องดี การเสนอตัวเป็นคนกลางประสานเจรจากับฝ่ายต่างๆ แต่ขอให้ตั้งใจทำจริง ไม่ใช่แสดงละครเพื่อสร้างภาพลักษณ์ และขอแนะนำว่า นายอภิสิทธิ์ควรหารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ก่อน เพราะปัญหาอยู่ที่นายสุเทพ
ด้าน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะหารือกับรัฐบาลในวันที่ 30 เม.ย. เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งนั้น พรรคเห็นว่า กกต.ควรจัดการเลือกตั้งเร็วกว่าวันที่ 20 ก.ค.
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้าน กิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ได้ประชุมเพื่อหาแนวทางในการจัดเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปครั้งใหม่ โดยได้นำปัญหาจากการเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตั้งเป็นโจทย์ 13 ข้อ อาทิ จะมีวิธีการอย่างไร เพื่อให้การรับสมัคร สส.บัญชีรายชื่อและจับสลากเลขหมายพรรคการเมืองประสบความสำเร็จ
ทั้งนี้ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ กกต. สามารถหาคำตอบกับโจทย์ทั้ง 13 ข้อ ที่อาจเป็นปัญหาต่อการจัดเลือกตั้งได้เป็นที่น่าพอใจ และจะเป็นแนวทางที่ทำให้การเลือกตั้งประสบความสำเร็จได้ โดยจะนำไปเป็นข้อมูลประกอบการหารือกับรัฐบาล ในวันที่ 30 เม.ย.นี้







