posttoday
ถอดรหัส"อภิสิทธิ์"ถอดสลักวิกฤต

ถอดรหัส"อภิสิทธิ์"ถอดสลักวิกฤต

28 เมษายน 2557

คนไม่ชอบ กปปส. ก็ถึงเวลาที่ต้องตื่นตัวเรียนรู้ว่าทำไมประเทศต้องปฏิรูป คนที่ไม่ชอบเสื้อแดงก็ต้องตื่นตัวเรียนรู้ว่าการเลือกตั้งมันสำคัญอย่างไร

โดย...ทีมข่าวการเมือง

การหาทางออกจากวิกฤตการเมืองที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสนอตัว “ถอดสลัก” เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ โดยกำหนดเดินสายพบ 5 กลุ่ม เพื่อผ่าทางตันการเมือง เริ่มจาก เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปประเทศ ที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเปิดฉากหารือไปแล้ว ตามด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีคิวนัดพูดคุยวันนี้ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปลายทางสุดท้ายคือ คู่ขัดแย้งหลัก คือ รัฐบาล นปช. และ กปปส.

อภิสิทธิ์ตั้งเป้าการเดินสายหาทางออกครั้งนี้ อยากให้มีบทสรุปก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดีสถานภาพนายกรัฐมนตรี “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่คาดว่าจะมีคำวินิจฉัยไม่เกินวันที่ 15 พ.ค. เขาบอกว่า ถ้าไม่มีบทสรุปก่อนศาลรัฐธรรมนูญตัดสินก็จะเกิดความวุ่นวายแน่

“ภายใน 10 วัน มันต้องมีคำตอบ”

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำว่า การจบด้วยรัฐประหาร หรือศาลรัฐธรรมนูญ หรือโดยการเลือกตั้งจะเป็นทางออกอย่างแท้จริง แม้แต่การปฏิวัติประชาชนก็ต้องดูบทเรียนจากประเทศอื่นที่มีความขัดแย้งด้วย เช่น อียิปต์ ยูเครน ซีเรีย ว่าสุดท้ายเป็นอย่างไร

ปัญหาของประเทศขณะนี้คือ การเสียโอกาส เพราะทุกวันมีการยิงกัน เกิดความขัดแย้ง ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ ชาวนารอเงินจำนำข้าวจากรัฐบาล ทุกคนอยากให้จบ โดยเฉพาะในช่วงเดือน พ.ค. จะมีการตัดสินคดีสำคัญ นี่จึงเป็นโอกาสสุดท้ายที่ต้องเร่งหาคำตอบ

ก่อนที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้ามากขึ้น เพราะไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค. ที่ กกต.กำหนด หรือวันใดก็ตาม ก็ยังไม่ตอบโจทย์ปฏิรูป เนื่องจากวิกฤตศรัทธาขณะนี้ได้เกิดกับทุกฝ่าย ไม่เฉพาะรัฐบาล แต่กับทุกพรรคการเมือง

แนวทางการพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ อภิสิทธิ์ ย้ำหลักการ ต้องมีการปฏิรูป อยู่บนหลักการประชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้ง ไม่มีการต่อรองผลประโยชน์หรือการนิรโทษกรรม ถ้าทุกฝ่ายเห็นชอบก็เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมลงเลือกตั้ง เพราะได้คำตอบเรื่องการปฏิรูปและการเลือกตั้งที่เป็นธรรม

“หลักของมันต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูป ฝ่ายการเมืองต้องมาตกลงกันว่ามีการปฏิรูปที่เริ่มได้ก่อนการเลือกตั้ง มีการเลือกตั้งที่มารับรองการปฏิรูป และมีการเลือกตั้งที่หลังการเลือกตั้งแล้วการปฏิรูปจะไม่ล่ม

“สิ่งที่ตรงกันคือ ต้องนำไปสู่การปฏิรูป แต่อย่าเอาปฏิรูปกับการเลือกตั้งมาบังคับให้คนเลือก เพราะเวลานี้มีทางเลือกแค่ว่าจะเอาปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง หรือเอาเลือกตั้งก่อนปฏิรูป

“คำตอบมันต้องชัดเจนว่า ก่อนเลือกตั้ง ระหว่างเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้ง จะทำอย่างไร เลือกตั้งอย่างไรให้คนยอมรับ โดยเฉพาะรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ไม่สามารถปฏิเสธภารกิจการปฏิรูปได้ ซึ่งจะทำให้คนที่ไปหย่อนบัตรเลือกตั้งมั่นใจว่าจะมีการปฏิรูปเกิดขึ้นแน่”

อภิสิทธิ์ บอกว่า กลไกที่จะทำให้คนเชื่อมั่นว่าฝ่ายการเมืองจะยอมเดินหน้าปฏิรูป ต้องมากกว่าการลงสัตยาบัน มิฉะนั้นจะเบี้ยวกันได้

“สัตยาบันไม่พอ อาจต้องมาตกลงกันหลายเรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิรูป แต่มันต้องเป็นเรื่องเดียวกัน”

แม้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดถึงข้อเสนอที่จะพูดคุยกับพรรคเพื่อไทย รวมถึง กปปส. แต่หลายเรื่องที่ได้สนทนาทำให้เห็นถึงแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถือเป็นตัวแปรสำคัญต่อการคลี่คลายวิกฤตรอบนี้

เขาขยายความว่า นอกจากพรรคการเมืองต้องมีข้อสรุปเรื่องการปฏิรูปหลังเลือกตั้งแล้ว ยังต้องมีข้อตกลงเกี่ยวกับการบริหารช่วงเปลี่ยนผ่าน คือ รูปแบบรัฐบาลใหม่ เพราะเชื่อว่า ที่สุดแล้ว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ต้องเผชิญกับคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสิน

“วันนี้ก็ถามอยู่ทุกวันว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินอย่างนี้ แปลว่าอะไร ครม.ไปหมดไหม หรือไปไม่หมด ไปหมดและอะไรจะเกิดขึ้น แล้วเราจะปล่อยให้ถึงจุดนั้นหรือ ถ้าจะมีคำตอบเรื่องนี้ แปลว่าทุกฝ่ายต้องมาเห็นร่วมกัน ไม่ใช่รอจนศาลออกมา แล้วมานั่งเถียงกันตอนนั้น จะไปอย่างไร ไม่งั้นมันเดินไม่ได้”

“ทุกฝ่ายไม่ต้องการให้เกิดการรบราฆ่าฟันหลังมีคำวินิจฉัย หรือ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งไปก่อนโดยที่ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ขณะที่ความขัดแย้งยังมีอยู่ ทั้งหมดก็เพื่อเตรียมพร้อม หาคำตอบกับทุกสถานการณ์ ถ้าตกลงกันได้ ไม่ให้สถานการณ์ไหนเกิดก็ยิ่งดี”

ถอดรหัส"อภิสิทธิ์"ถอดสลักวิกฤต

ถามไปว่า กำลังออกแบบช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศหลังการตัดสิน?

“ผมไม่รู้ว่าจะมีหรือไม่มีสุญญากาศ แต่ประเด็นที่สำคัญกว่าคือ ถ้ามีจริง แล้ววันนี้คุณรู้หรือยังว่าจะเอาอะไรไปเติมในสุญญากาศด้วยวิธีไหน หรือคุณจะปล่อยประเทศให้เกิดสุญญากาศแล้วเราก็มาเถียงกันอีกว่า มีสุญญากาศแล้วทำอย่างไรกันต่อ”

อภิสิทธิ์ยังแสดงความเห็นเรื่องการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ตามมาตรา 3 และมาตรา 7 ตามแนวทางของ กปปส. หากยิ่งลักษณ์ต้องพ้นจากตำแหน่งว่า ทั้งสองมาตราไม่ใช่เป็นบทบัญญัติที่บอกว่าให้ใครทำอะไรก็ได้ แต่เขียนว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน พระมหากษัตริย์ทรงใช้ผ่านใคร และถ้ารัฐธรรมนูญได้เขียนไว้ก็ให้ทำตามประเพณีปฏิบัติ ซึ่งตรงนี้ไม่ว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หรือ สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ยังเห็นไม่ตรงกัน สิ่งสำคัญใครจะเป็นคนตัดสิน

อย่างไรก็ตาม อภิสิทธิ์ มองว่า การใช้มาตรา 3 หรือมาตรา 7 ก็ยังอยู่ในรัฐธรรมนูญ ถ้าตกลงกันก็นำไปสู่คำตอบได้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

“รัฐบาลแห่งชาติ” ถือเป็นแนวทางหรือไม่?

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอบว่า อะไรก็ตามถ้ายังอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญ กรอบการเลือกตั้ง ก็อยู่ในกรอบประชาธิปไตย

“แต่ผมไม่อยากเจาะจง เพราะพอพูดรัฐบาลแห่งชาติ คนก็คิดกันคนละเรื่องว่า เป็นรัฐบาลคนดี หรือเป็นรัฐบาลของทุกพรรคการเมืองอยู่ในนั้น”

อภิสิทธิ์ ระบุว่า แนวทางที่เขาเตรียมเสนอไม่มีฝ่ายใดได้หมด แม้กระทั่งรัฐบาลหรือ กปปส. แต่เชื่อว่าไม่มีใครจะกล้าปฏิเสธทันที

“ผมเชื่อว่าในทุกกลุ่ม รัฐบาล พรรคเพื่อไทย ฝ่ายค้าน เสื้อแดง เสื้อเหลือง กปปส. จะมีคนส่วนมากที่ต้องการหาจุดร่วมนี้ ไม่นับคนไทยที่ไม่จัดว่าอยู่ในกลุ่มไหนผมว่าเอาด้วย 100% แน่นอน”

ประเด็นที่จะไปพูดคุยกับ ผบ.สส. อภิสิทธิ์ ระบุว่า จะแลกเปลี่ยนเรื่องความมั่นคง ความเสี่ยงที่จะเกิดความวุ่นวายในประเทศ โดยจะนำข้อเสนอที่เตรียมมาไปถาม ผบ.สส. ว่าจะเป็นทางออกได้หรือไม่ ถ้าเห็นด้วยก็ต้องช่วยเพื่อให้ประเทศขัดแย้งน้อยลง เสร็จจากนั้นจะไปพบกับ กกต. จะหารือว่านอกจากเรื่องเลือกตั้งแล้ว ต้องตอบโจทย์เรื่องปฏิรูป ความมั่นคง ความเรียบร้อย ถ้า กกต.เห็นด้วยก็ดี

“ผมต้องทำทีละชิ้น ส่วนเรื่องยากสุดคือ เรื่องการเมือง ต้องไปคุยกับรัฐบาล คุณสุเทพ ส่วนเสื้อแดงผมก็พร้อมถ้าเขาอยากคุยกับผมนะ ถ้าทุกอย่างต่อสำเร็จ เราก็จะไม่อยู่ในภาวะแบบนี้ ถ้ามันต่อไม่สำเร็จก็จะไม่ลดละความพยายาม เพราะเวลาเหลือไม่เยอะ”

พรรคเพื่อไทยได้คุยไหม?

“ผมคุยกับคนที่จริงที่สุดที่จะเป็นไปได้ คุณอาจจะพูดว่าท่านนายกฯ ไม่ใช่ตัวจริง แต่ผมบอกว่าอะไรที่ต้องใช้อำนาจนายกฯ ในการแก้ไข ถ้ามันใช่ ผมก็ไม่สนใจ และถ้าบอกว่าผมต้องคุยกับคุณทักษิณก็ไม่มีปัญหา จะใช้สไกป์หรือ แต่อย่าให้ไปเจอชายแดนแล้วกัน ทุกอย่างผมยืนยันต้องโปร่งใสชัดเจนว่าไม่มีเรื่องการต่อรอง”

อภิสิทธิ์ ทิ้งท้ายว่า ถ้าภารกิจครั้งนี้สำเร็จหรือตกลงกันได้ สุดท้ายใครจะเป็นผู้แถลงข่าวบทสรุปทั้งหมดก็ไม่เป็นปัญหา แต่ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องเปิดใจ กล้าเรียนรู้ คนไม่ชอบ กปปส. ก็ถึงเวลาที่ต้องตื่นตัวเรียนรู้ว่าทำไมประเทศต้องปฏิรูป คนที่ไม่ชอบเสื้อแดงก็ต้องตื่นตัวเรียนรู้ว่าการเลือกตั้งมันสำคัญอย่างไร มิฉะนั้น ประเทศก็เผชิญทางตันอย่างที่เห็น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท