
แดงเลี่ยงพื้นที่ฉุกเฉิน หนีก่อหวอดจังหวัดใกล้เคียง
เหตุการณ์ที่กลุ่มคนเสื้อแดงก่อความวุ่นวายในพื้นที่หลายจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า จะเชิญแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดง ที่เคลื่อนไหวอยู่ในทุกจังหวัดมาเจรจา พร้อมทั้งทำความเข้าใจถึงกฎระเบียบข้อบังคับตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่หากเชิญตัวมาพูดคุยแล้วแต่ยังกลับไปกระทำผิดฝ่าฝืนกฎหมายและสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอีก ก็จะต้องออกหมายในการดำเนินคดีตามกฎหมายของแต่ละขั้นตอน
“
ภาพที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมนำยางล้อรถมาเผาไฟ ปิดสะพาน และปิดล้อมหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี แต่หลังจากที่ได้มีการพูดคุยและประกาศเป็นพื้นที่ภาวะฉุกเฉินการเคลื่อนไหวต่างๆ ก็ได้ยุติลง เช่นเดียวกับ จ.ขอนแก่น ก็ลดน้อยลงเช่นกัน แต่ก็ได้มีการไปรวมกลุ่มในพื้นที่ใกล้เคียง คือที่ จ.มหาสารคาม ก็ได้มีการประกาศเป็นพื้นที่ภาวะฉุกเฉินแล้ว ดังนั้นสถานการณ์หลังจากนี้คงจะไม่มีการเคลื่อนไหวรุนแรง”แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การชี้แจงขอความร่วมมือของฝ่ายเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ให้กลุ่มเสื้อแดงยุติกระทำการใดๆ ที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้รับความร่วมมือด้วยเป็นอย่างดี แต่ปัญหาที่ตามมาคือกลุ่มเสื้อแดงได้ไปรวมตัวกันในจังหวัดอื่นที่อยู่ใกล้กันและไม่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อเคลื่อนไหว ซึ่งมาตรการในขณะนี้ได้ขอให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่ต่างๆ ขอความร่วมมือ ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มเติมในจังหวัดที่เหลือ
ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในจังหวัดต่างๆ พบว่าทิศทางหลักยังคงเป็นการรวมตัวยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ อาทิ เชียงใหม่ เชียงรายนครราชสีมา อุบลราชธานี และขอนแก่น ขณะที่ จ.ร้อยเอ็ด กลุ่มเสื้อแดงประมาณ 200 คน ตั้งเวทีปราศรัยบริเวณหน้าบึงพลาญชัย โจมตีรัฐบาลที่ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมใน กทม. ต่อมา พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทรผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด นำกำลังตำรวจ 100 นาย เข้าควบคุมความสงบ และขอร้องให้กลุ่มเสื้อแดงยุติการชุมนุม เนื่องจากรัฐบาลประกาศให้ จ.ร้อยเอ็ด เป็นหนึ่งในพื้นที่สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง กลุ่มเสื้อแดงจึงยอมสลายตัว







