
พระราชทานโกศ-น้ำอาบศพ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมศพ 3 คืน พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ตั้งแต่วันที่ 1719 พ.ค. และพระราชทานเครื่องอิสริยาภรณ์ โกศ 8 เหลี่ยม เครื่องประดับเกียรติยศ ฉัตร ปี่ กลอง ที่ศาลา 9 วัดโสมนัสราชวรวิหาร หลังจากได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 พ.ค.
สำหรับรายละเอียดของการเสียชีวิต นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ได้แถลงอย่างเป็นทางการว่า เสธ.แดง ได้เสียชีวิตแล้วในเวลา 09.20 น. หลังจากทางโรงพยาบาลได้พยายามยื้อชีวิตตลอดทั้งคืนจนไม่สามารถวัดความดันโลหิตได้ หัวใจหยุดเต้น และเสียชีวิต
นพ.ชัยวัน กล่าวอีกว่า หลังจากเมื่อวันที่ 16 พ.ค. เสธ.แดง ความดันโลหิตลดลง และร่างกายเข้าสู่ภาวะไตวาย แพทย์ได้ใช้ยากระตุ้นความดันในปริมาณที่มาก ทำให้เมื่อวันที่ 16 พ.ค. คณะแพทย์ตัดสินใจล้างไตให้ แต่ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะไตวายเฉียบพลัน และให้ยากระตุ้นความดันตลอด แต่อาการยังคงวิกฤต
“
ปรากฏว่าไม่สามารถตรวจจับความดันได้ หัวใจหยุดเต้น คณะแพทย์จึงใช้ยากระตุ้นความดันอีกครั้งถึง 700 หลอด ซึ่งคณะแพทย์ได้พยายามทำการรักษาอย่างเต็มที่แล้ว หลังจากนั้น เสธ.แดง ได้เสียชีวิตเมื่อเวลา 09.20 น. รวมระยะเวลา รักษาที่วชิรพยาบาล 82 ชั่วโมง 30 นาที” นพ.ชัยวัน กล่าวสำหรับศพของ เสธ.แดง ญาติได้นำมาประกอบพิธีที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร และทันทีที่มีการนำศพมาถึง มีกลุ่ม นปช.ที่มาร่วมพิธีรอรับจำนวนมาก โดยกลุ่มคนดังกล่าวต่างปรบมือต้อนรับ บางส่วนตะโกนว่าวีรบุรุษของประชาชนมาแล้ว รวมถึง เสธ.แดง สู้ๆ ก่อนจะร้องไห้ด้วยความอาลัยท่ามกลางความวุ่นวาย
ทั้งนี้ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ฝ่ายการเมือง (กอ.รมน.) เป็นประธานในพิธีการน้ำหลวงอาบศพ และขณะที่ พล.อ.พัลลภ รดน้ำอาบศพนั้น น้องเดียร์ ลูกสาวของ เสธ.แดง ได้พูดว่า
“ทำไมทำกับพ่อได้อย่างนี้ พ่อทำอะไรผิด” แล้วก็ร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า แล้วก็เข้าไปกราบ พล.อ.พัลลภ และกล่าวว่า “มีอะไรก็โทรศัพท์หาลุงได้”พล.อ.พัลลภ กล่าวอีกว่า รู้จักกับ เสธ.แดง เหมือนน้อง เพราะ เสธ.แดง เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับน้องชาย และรู้สึกเสียใจกับการเสียชีวิตของ เสธ.แดง
สำหรับบรรยากาศในงานศพมีผู้มาร่วมจำนวนมาก รวมทั้งมีพวงหรีดมาร่วมงานเพื่อแสดงความไว้อาลัย อาทิ จากกองทัพน้อยที่ 1 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 22 กลุ่มเพื่อนเตรียมทหาร 22 และบ้านเลขที่ 111 ไทยรักไทย และได้เกิดความวุ่นวายขึ้นระหว่างที่มีการส่งพวงหรีดทยอยเข้ามาร่วมงาน เมื่อมีผู้ส่งพวงหรีดของสถานีโทรทัศน์
“เอเอสทีวี” เข้ามาภายในงาน สร้างความไม่พอใจให้กับผู้มาร่วมงานกลุ่มหนึ่ง ลุกขึ้นตะโกนขับไล่ให้ออกไปจากงาน พร้อมทั้งเข้าไปทุบทำลายพวงหรีดดังกล่าว โดยหลังจากเหตุดังกล่าวได้มีกลุ่มผู้มาร่วมกลุ่มเดิมได้ตั้งแถวตรวจสอบพวงหรีดที่ถูกส่งมาร่วมงาน หากพบว่าถูกส่งมาจากกลุ่มคนที่ไม่พอใจหรือจากฝ่ายรัฐบาล จะถูกทำลายหรือสั่งให้นำกลับไปในทันที






