
กระทรวงศึกษาดอทคอม...คืออนาคตของชาติ
อยากเห็นบทบาทเด่นของกระทรวงศึกษาธิการหลายเรื่อง แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดต่ออนาคตการศึกษาไทย ขอตั้งความหวังไว้เพียงเรื่องเดียว นั่นคือ บทบาทกระทรวงศึกษาธิการในการเป็นผู้นำพัฒนานวัตกรรมการศึกษา คือ 1) เป็นผู้ชี้นำสังคม ช่วยสะท้อนปัญหาและชี้แนะในการจัดการศึกษาให้ทันสมัยทันเหตุการณ์ 2) การเป็นขุมทรัพย์แห่งการเรียนรู้ โดยปรับเทคโนโลยีให้ทันสมัย รวดเร็ว ทั่วถึง ราคาประหยัด
อยากเห็นบทบาทเด่นของกระทรวงศึกษาธิการหลายเรื่อง แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดต่ออนาคตการศึกษาไทย ขอตั้งความหวังไว้เพียงเรื่องเดียว นั่นคือ บทบาทกระทรวงศึกษาธิการในการเป็นผู้นำพัฒนานวัตกรรมการศึกษา คือ 1) เป็นผู้ชี้นำสังคม ช่วยสะท้อนปัญหาและชี้แนะในการจัดการศึกษาให้ทันสมัยทันเหตุการณ์ 2) การเป็นขุมทรัพย์แห่งการเรียนรู้ โดยปรับเทคโนโลยีให้ทันสมัย รวดเร็ว ทั่วถึง ราคาประหยัด
ปรับเว็บไซต์ให้เป็นห้องสมุดใหญ่ที่เรียกว่าเว็บท่า (Portal Web) โดยรวม Links ของการศึกษาทุกแขนง จัดทำสาระในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการจัดทำ Applications เพื่อการเรียนรู้ผ่านโลกออนไลน์ (PC, Tablets, Smart Phone, IPAD, Android) ค้นหาความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาการเรียนรู้ให้โดดเด่นเป็นที่ยอมรับของสังคม
เป็นแหล่งบริการสาระการเรียนรู้ เช่น Downloads : Blueprints, Templates, Forms, Software program ที่ใช้ในวงการศึกษา รายงานผลการจัดประชุมสัมมนาหัวข้อที่ตอบโจทย์แก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ 3) เป็นเบ้าหลอมที่ดีเยี่ยมของแม่พิมพ์ยุคใหม่ 4) การเป็นผู้นำหรือแม่ข่ายในสายงานวิชาชีพ 5) การเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ใหม่ และ 6) ควรมีภาวะผู้นำ และเป็นนักนวัตกรรมทางการศึกษา จะบรรลุบทบาทดังกล่าวได้อย่างไร คำตอบคือ
1) การสะท้อนภาพลักษณ์และตำแหน่งจุดยืนของกระทรวงศึกษาธิการในวงการนวัตกรรมศึกษา มีจุดแข็งจุดอ่อนอะไร ตรงไหน ค้นหาตนเองให้พบตำแหน่งและจุดยืนในอดีตและปัจจุบัน 2) สร้างความเข้มแข็งขององค์กร พัฒนาทีมงานให้ทันคน ทันเหตุการณ์ และทันสมัยนิยม 3) สร้างความยอมรับ ให้เป็นที่รู้จักของสังคม และผู้เกี่ยวข้องในวงการวิชาชีพ และ 4) การเป็นผู้นำหรือแม่ข่ายที่สนับสนุนสถาบันการศึกษา สมาคมวิชาชีพเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนา โดยงานที่อาจพิจารณาจัดทำมากขึ้นในอนาคต เช่น การประกวดและยกย่องผลงานนวัตกรรมการพัฒนาการศึกษา การจัดทำโครงการพิเศษเฉพาะกิจ เฉพาะช่วงเวลา หรือมีเป้าหมายพิเศษ เพื่อประโยชน์สาธารณะในด้านการศึกษาและเป็นผลงานที่สร้างเกียรติภูมิ
แนวทางที่จะบรรลุภารกิจด้านการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและประเทศในยุคปัจจุบัน ต้องจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับทิศทางการศึกษาในโลกยุคใหม่ 1) โรงเรียนแห่งอนาคต จัดห้องเรียนแบบใหม่ ทั้งครูและนักเรียนใช้เทคโนโลยีช่วย นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง 2) ต้องสนองความต้องการทุกฝ่าย ฝ่ายจัดต้องปรับนโยบายตามที่ลูกค้าสนใจ ต้องทำการตลาด ผู้จัดต้องแข่งขันกัน 3) มีการปรับหลักสูตรขนานใหญ่ให้เหมาะกับโลกยุคอุตสาหกรรม ต้องจัดให้สมดุลระหว่างสังคมฐานความรู้กับสังคมสมานฉันท์ 4) ทุกอย่างเรียกร้องคุณภาพ ตั้งแต่ประสิทธิภาพ ความรับผิดชอบ การใช้เทคโนโลยีช่วยสอน โดยเทคโนโลยีจะไม่แทนที่ครู แต่ครูไม่มีเทคโนโลยีจะถูกแทนที่โดยครูที่มีเทคโนโลยี 5) ต้องทำงานประสานเครือข่ายกว้างขึ้น มีทั้งเครือข่ายแลกเปลี่ยนนวัตกรรม แลกเปลี่ยนตัวต้นแบบ การทำงานอย่างประสานผลประโยชน์ที่ลงตัว และ 6) การเรียนรู้ของโลกยุคใหม่ มีเป้าหมาย 5 ประการ การเรียนรู้เพื่อที่จะ “รู้” “ทำ” “อยู่ด้วยกัน” “เปลี่ยนตัวเอง” และ “เปลี่ยนสังคม”
ต้องจัดให้สอดคล้องกับแนวโน้มรูปแบบการจัดการศึกษายุคใหม่ 1) การพัฒนาให้สถานศึกษาบริหารจัดการอย่างเข้มแข็ง 2) สถานศึกษาเป็นฐานสร้างชุมชนเข้มแข็ง และ 3) การสร้างเครือข่ายมาช่วยสถานศึกษา
องค์ความรู้สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 2 ด้าน ได้แก่ ด้านแรก คือ องค์ความรู้การจัดการยุคใหม่ ตั้งแต่ 1) การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ โดยมียุทธศาสตร์ที่ทันสมัยและเหมาะสม 2) การสร้างเครือข่าย เพื่อสร้างแนวร่วม รวมพลังในการทำงานร่วมกัน 3) การทำงานแบบบูรณาการ ที่มีเป้าหมาย กระบวนการ ที่ผ่านการออกแบบเหมาะสม 4) การพัฒนาแบบยั่งยืน 5) การทำงานที่มุ่งคุณภาพ และ 6) ใช้การถอดรหัสเพื่อถอดบทเรียนสู่การขยายผล และด้านที่สอง การสร้างองค์ความรู้ใหม่สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน โดยให้เน้นเจาะที่ 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่
1) รู้จักวิธีจัดรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลายให้เกิดการเรียนรู้แบบทำงานเป็นทีมมีโครงงาน เรียนรู้เพื่อพัฒนาการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา เรียนรู้ด้วยการค้นหาสืบสวน 2) รู้จักว่าจะเรียนรู้ได้อย่างไร ต้องอ่าน ต้องฝึกฝน ต้องคุยกับผู้รู้ หรือต้องลองทำลองผิดลองถูก และ 3) รู้จักใช้ตัวช่วย จะใช้เครื่องมือชนิดไหน จะต้องไปเรียนรู้จากที่ไหน จะต้องใช้เทคนิคขั้นใด
ข้อเสนอการใช้ยุทธศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาไทยไปในทศวรรษหน้า
เหตุใดคนไทยเราจึงสร้างนวัตกรรมออกมาน้อย คำตอบ คือ ขาดนักคิดสร้างสรรค์ 1) ระบบการศึกษาไทยมุ่งให้คนเรียนเก่งๆ ได้งานดีๆ เน้นให้คน “ได้งานทำ” ในบริษัทใหญ่ๆ แต่ไม่เน้นให้คนสร้างสิ่งใหม่ ด้วยการเน้นให้คน “สร้างงาน” 2) ผลิตภัณฑ์ของไทยยังไม่มีบุคลิกและเรียกปลุกอารมณ์จากผู้ใช้ได้ มีผลิตภัณฑ์ลอกเลียนแบบมากเกินไป 3) ระบบปลาใหญ่กินปลาเล็ก ที่ทำให้หน่วยงานหรือบริษัทเล็กๆ โดนหน่วยงานหรือบริษัทใหญ่เลียนแบบนวัตกรรมจนรายเล็กๆ ท้อถอย และ 4) คนไทยขาดการสนับสนุนทางด้านความคิด นวัตกรรม จำเป็นต้องเริ่มจากแนวคิด แล้วตามมาด้วยเวลาและเงินทุน
สุดท้ายก็ต้องทำการนำออกสู่ตลาด ซึ่งคนไทยมักจะมีไม่ครบในคนคนเดียว หรือในกลุ่มๆ เดียว หากรวมกลุ่มไม่ได้ก็ทำให้ไม่สามารถผลักดันนวัตกรรมออกมาได้ เช่น นักศึกษามีแนวคิดแต่ไม่มีทุนวิจัย ก็คงจบแค่แนวคิดนั้น เจ้าของธุรกิจใหญ่โต มีเงินทุนมากมาย แต่ไม่มีแนวคิดและไม่มีเวลาพูดคุยกับคนที่มีแนวคิด
สุดท้ายต่อให้วิจัยจนสามารถใช้งานได้แล้ว ถ้าไม่มีใครแม้แต่คนเดียวเอาไปใช้ ก็เป็นความสูญเสียแก่ผู้ลงแรงและลงทุน และ 5) ต้องปฏิวัติทั้งองคาพยพ ตั้งแต่ ความกล้าคิด กล้าแตกต่าง วิสัยทัศน์ แหล่งเงินทุน การวิจัย กระบวนการผลิต การตลาด และการพัฒนาปรับปรุง ฯลฯ แต่คำตอบนี้ดูเหมือนประเทศไทยติดขัดทุกข้อ แต่ควรปลดแอกในสิ่งที่เริ่มที่ตัวเองได้ก่อน คือ กล้าแตกต่าง และพัฒนาวิสัยทัศน์
ยุทธศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนกระทรวงศึกษาธิการ จาก “ไดโนเสาร์ เต่าล้านปี” หรือกระทรวงศึกษาแจกคอม (พิวเตอร์) ไปเป็น “กระทรวงศึกษาดอทคอม” ทำได้ดังนี้ 1) กำหนดเป้าหมายในการปรับตัวเพื่อช่วงชิงและรักษาตำแหน่งการเป็นผู้นำหมายเลข 1 ในวงการศึกษา 2) กำหนดความเชี่ยวชาญเฉพาะให้เด่นชัด 3) จะสร้างนวัตกรรมอะไร อย่างไร เพื่อใคร และ 4) กำหนดแผนงานโครงการและยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน
องค์ประกอบขององค์การนวัตกรรมที่ต้องพัฒนาในทศวรรษหน้า กระทรวงศึกษาธิการต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและมีความเป็นไปได้ จัดตั้งหน่วยงานที่มีอยู่ให้เป็นศูนย์กลางการวิจัยและคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ทำหน้าที่ในการรับผิดชอบเกี่ยวกับนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์
สร้างให้เกิดค่านิยมร่วมกันเกี่ยวกับนวัตกรรมและองค์การนวัตกรรม ผู้นำเห็นความสำคัญ มีความมุ่งมั่น ทุ่มเทเวลา และทรัพยากรสนับสนุนกิจกรรมให้ทีมงานเกิดความคิดสร้างสรรค์ มีบทบาทเป็นผู้นำเชิงกลยุทธ์ ใช้ภาวะผู้นำแบบมีมุมมองในระยะยาว และเป็นผู้ที่เอื้ออำนวยต่อการเปลี่ยนแปลงในองค์กร
ขอแค่นี้เท่านั้น ขอเรื่องเดียวจริงๆ หากประเทศไทยจะก้าวสู่ยุคประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 นี้ ขอให้เริ่มต้นที่การศึกษาไทย มาช่วยกันสร้างอนาคตให้เด็กไทยก่อนจะสายเกินไป เพราะเด็กไทยสู้เด็กในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงไม่ได้







