
ต่างชาติหนีตายทิ้งดุสิตธานี
กริ๊ง...กริ๊ง... เสียงโทรศัพท์บนห้องพักชั้น 20 ของโรงแรมดุสิตธานี โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ที่ตั้งอยู่กลางกรุงและใกล้พื้นที่แห่งความวุ่นวาย ดังขึ้นหลังเข็มนาฬิกาเคลื่อนผ่านเที่ยงคืนไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
ทำให้ เปโดร อูการ์เต ช่างภาพของสำนักข่าวเอเอฟพี ที่เหน็ดเหนื่อยจากการตระเวนถ่ายภาพเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งหลายที่เกิดขึ้นตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมืองที่เคยถูกโหวตให้เป็นหนึ่งในมหานครที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ต้องเอื้อมมือมาหยิบโทรศัพท์ อย่างเกียจคร้าน
“
โปรดอยู่ในความสงบ คุณกำลังถูกโจมตี”เสียงของพนักงานโรงแรมที่ผ่านสายโทรศัพท์ ทำให้เขาหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งเสียงระเบิดดังสนั่นข้างห้องพัก ตามด้วยเสียงลูกกระสุนทะลุกำแพง ที่ถูกกราดยิง และถล่มด้วยเอ็ม 79 ก็เกิดขึ้นอย่างโกลาหล
แขกที่พักที่โรงแรมดุสิตธานีที่มีกว่า 100 คน รวมทั้งตัวเขา ต่างต้องวิ่งหนีตายกันอย่างอลหม่าน โดยมาหลบอยู่ที่ชั้นใต้ดินของโรงแรมเพื่อความปลอดภัย
สำหรับบรรยากาศในห้องใต้ดิน แม้ว่าจะปลอดภัยจากระเบิดและกระสุนที่ไม่รู้ว่ามาจากที่ใด แต่ก็ไม่มีใครรู้สึกว่าปลอดภัยอีกแล้ว ในเมื่อโรงแรมหรูชื่อก้องโลกอย่างดุสิตธานียังกลายเป็นเป้าการโจมตีจากฝ่ายผู้ถืออาวุธฝ่ายใดที่ไม่มีใครรู้
เจ้าหน้าที่ของโรงแรมได้เข้ามาดูแลแขกที่พักที่ห้องใต้ดินอย่างดี และในเวลาต่อมาแขกทั้งหมดก็ถูกย้ายไปที่ล็อบบี้ของโรงแรม ซึ่งอยู่ห่างจากถนน
อูการ์เต ซึ่งปกติประจำอยู่ในกรุงนิวเดลี แต่เดินทางเข้ามาถ่ายภาพเหตุการณ์ความรุนแรงในกรุงเทพฯ บอกอีกว่า มีข่าวลือที่กำลังสะพัดท่ามกลางแขกของโรงแรมว่า มีทหารซุ่มยิงอยู่ภายในห้องพักหมายเลข 517 ของโรงแรม เพื่อสอดส่องพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเป็นสาเหตุของการกราดยิงทั้งปืนและระเบิด
ทั้งนี้ เหตุปะทะระหว่างกำลังทหารและกลุ่มผู้ชุมนุมยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นบริเวณใกล้กับโรงแรมดุสิตธานี ซึ่งเป็นจุดใกล้กับที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หนึ่งในแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงถูกลอบสังหารเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
สำหรับความเสียหายของโรงแรมดุสิตธานี พบว่ากระจกชั้น 17 แตกเสียหาย คาดว่าน่าจะเป็นผลจากการถูกยิงด้วยระเบิดอาร์พีจี นอกจากนี้ยังมีระเบิดเอ็ม 79 ยิงเข้ามาในแนวของกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณถนนราชดำริและแยกศาลาแดง
และโรงแรมดุสิตธานีได้แจ้งให้แขกที่เข้าพักย้ายไปพักที่โรงแรมแพนแปซิฟิค ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียง ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่ 17 พ.ค. ขณะที่การตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารนั้นยังมีการตรวจตราอย่างเข้มงวด ตั้งแต่บริเวณแยกสามย่าน มีการขอตรวจค้นรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมา นอกจากนี้ยังห้ามไม่ให้รถยนต์ผ่านเข้ามาภายในบริเวณถนนอังรีดูนังต์ อีกด้วย







