
แม้วล้มกระดานขวางเจรจา
ยุตินองเลือดกำลัง-ต่างชาติโผล่
โพสต์ทูเดย์
— ทักษิณล้มกระดานเจรจารัฐบาลนปช.เหลวการริเริ่มเจรจากันอีกรอบระหว่างรัฐบาลและแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ล้มเหลวอีกครั้ง แม้สถานการณ์บานปลายต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 คน รวมมีผู้เสียชีวิตแล้ว 35 คน เหตุเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ส่งสัญญาณขัดขวาง
กระบวนการเจรจาเริ่มขึ้นในช่วงสายของวันที่ 17 พ.ค. หลังนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. แถลงว่า นปช.พร้อมที่จะเจรจากับรัฐบาลใหม่ โดยอาจตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพูดคุยกันก็ได้ ขอเพียงแต่ให้ถอนทหารและหยุดยิงก่อน และขอลดเงื่อนไขเดิมที่เรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เข้ามาเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย เพราะมีพระสงฆ์ยื่นหนังสือถึงยูเอ็นแล้ว นปช.จึงจะไม่ทำซ้ำอีก
ต่อมานายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงว่า ถ้ายุติการชุมนุมและการจลาจลรัฐบาลก็พร้อมรับข้อเสนอ
“
รัฐบาลทราบถึงข้อเสนอของ นปช.แล้ว รัฐบาลขอยืนยันว่าข้อเสนอใดๆ ของ นปช.จะต้องอยู่บนเงื่อนไขของความตั้งใจจริง ความตั้งใจต้องสะท้อนด้วยการยุติการชุมนุม ถ้ายุติการชุมนุมเป็นทางออก และยุติการกระทำใดๆ ที่เป็นการก่อการจลาจลได้ รัฐบาลก็พร้อมที่จะทำตามแผนปรองดองที่รัฐบาลเคยเสนอ” นายปณิธาน กล่าวพร้อมกันนั้น นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า การข่าวของรัฐบาลและศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ยืนยันว่า เป้าหมายของผู้ก่อการร้ายและผู้บงการที่อยู่ในต่างประเทศมีเป้าหมายอยากให้เกิดการสูญเสียชีวิตให้มากที่สุด เพื่อเตรียมหยิบเอาสถานการณ์ความสูญเสียไปสู่การดำเนินคดีในต่างประเทศ โดยจ้างนักกฎหมายต่างประเทศเข้ามาแล้ว
นายสาทิตย์ กล่าวว่า เป้าหมายของคนเหล่านี้มี 3 กลุ่ม ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง คือ 1.สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่ง ศอฉ.ได้แจ้งเตือนให้สื่อมวลชนในพื้นที่ทราบแล้ว 2.ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านสาธารณสุขในเหตุปะทะ และ 3.ประชาชนผู้บริสุทธิ์ในละแวกที่เกิดเหตุ ทั้งนี้เพื่อสร้างเงื่อนไขให้ลุกลามบานปลาย
นายจรัล ดิษฐาอภิชัย หนึ่งในแกนนำ นปช. ยอมรับว่า การชุมนุมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ อดีตนักการเมืองอย่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือแม้กระทั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนจะให้มากน้อยเท่าไรไม่ทราบรายละเอียด
แหล่งข่าวซึ่งเป็นผู้ประสานการเจรจาเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ให้ทั้งสองฝ่ายได้เจรจากันโดยตรงแล้ว และบ่ายวันที่ 17 พ.ค. นายณัฐวุฒิได้โทรศัพท์หานายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ จากนั้น นปช.ได้ประชุมแกนนำเพื่อพิจารณาท่าทีของทางรัฐบาล การยื่นเงื่อนไขนี้เกิดขึ้นพร้อมกับที่ ศอฉ. ประกาศเตือนให้ประชาชนออกจากที่ชุมนุมภายในเวลา 15.00 น. ของวันเดียวกัน
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ที่ต้องให้สองฝ่ายเจรจาตกลงกันเอง เพราะไม่อาจจะเป็นตัวกลางต่อไป เพราะมีข้อเสนอที่ยากจะไปเจรจากับอีกฝ่ายแทนได้ เช่น หลังสุดนายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนกรานว่านายกฯ ต้องยุบสภาทันที
ก่อนหน้านี้ในช่วงที่นายวีระ มุสิกพงศ์ ยังทำหน้าที่ประธาน นปช. อยู่ ได้เตรียมโหวตเสียงกันเพื่อตกลงกันว่าจะยุติการชุมนุมหรือไม่ แต่นายจตุพรประกาศกลางที่ประชุมว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ต้องการเช่นนี้ และนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง สนับสนุนแข็งขันทำให้ นปช.ไม่อาจโหวตได้ เป็นเหตุให้นายวีระลดบทบาทไปในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ ในช่วงบ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ให้ตัวแทนแถลงออกมาก่อน นปช.จะประชุมกันว่า ขอให้ยูเอ็นเข้ามาทำหน้าที่คนกลางไกล่เกลี่ย พอตกเย็น นปช.จึงแถลงอีกรอบหลังหารือกันนานหลายชั่วโมง หนนี้กลับท่าทีใหม่ไปขอให้ยูเอ็นเข้ามาเป็นคนกลางอีกรอบ ท่าทีนี้สอดรับกับข้อเสนอของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก่อนหน้านั้น
ขณะที่นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า นายณัฐวุฒิโทร.มาคุยกัน 5 นาที เห็นตรงกันว่าไม่ควรให้เกิดความเสียหายมากกว่านี้ แต่การเจรจาจะเกิดขึ้นได้ต้องยุติการชุมนุม แกนนำต้องมอบตัวก่อน ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องสั่งให้มวลชนยุติการก่อจลาจล และกลับสู่ความสงบก่อน
กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า สถานการณ์ในไทยไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขที่ยูเอ็นจะส่งกองกำลังเข้ามารักษาสันติภาพได้ ผู้พูดเรื่องนี้ก็ทราบ เพียงแต่ต้องการตีประเด็นนี้ให้ขยายไปสู่เวทีโลกเท่านั้น
ด้าน ศอฉ.นั้นแม้จะประกาศให้เวลา 15.00 น. วันที่ 17 พ.ค. เป็นเส้นตายให้คนในที่ชุมนุมถอนตัวออกมา แต่เมื่อถึงเวลาก็ยังไม่ทำอะไร ขณะที่มีรายงานว่าผู้บัญชาการกลุ่มคนเสื้อดำใช้อาวุธสงครามทำศึกกับรัฐบาล ได้นำกองกำลังส่วนหนึ่งเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านปะปนก่อเหตุอยู่ในที่ต่างๆ จำนวนหนึ่ง ซึ่งทาง ศอฉ.ก็เตือนว่าคนชุดดำมีอาวุธร้ายแรง







