
ศอฉ.เผยมีกลุ่มชายฉกรรจ์ซุ่มยิงประชาชน
ศอฉ.แถลงพบชายฉกรรจ์แต่กายคล้ายเจ้าหน้าที่ซุ่มยิงประชาชนจากอาคารสูงข้างโรงแรมเซ็นจูรี่ ด้านนครบาลเผยจับเสื้อแดงทำผิดพนก.ฉุกเฉินแล้ว 11 คน เตือนร้านยางหากขายให้แดงซื้อมาเผามีความผิดด้วย
ศอฉ.แถลงพบชายฉกรรจ์แต่กายคล้ายเจ้าหน้าที่ซุ่มยิงประชาชนจากอาคารสูงข้างโรงแรมเซ็นจูรี่ ด้านนครบาลเผยจับเสื้อแดงทำผิดพนก.ฉุกเฉินแล้ว 11 คน เตือนร้านยางหากขายให้แดงซื้อมาเผามีความผิดด้วย
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงว่า ศอฉ.ได้รับข้อมูลว่า ที่อาคารชีวาทัย ใกล้โรงแรมเซ็นจูรี่ ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ 5-10 คน แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ได้ขึ้นไปซุ่มยิงประชาชนบนชั้นที่ 24 ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า กรณีการยิงนายกำปั่น วงบาซู จนได้รับบาดเจ็บและมีเพื่อนเสียชีวิต น่าจะมาจากการซุ่มยิงจากตึกดังกล่าว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเข้าไปกดดันอยู่แต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะตึกดังกล่าวอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง
ทั้งนี้สภาพการก่อจลาจลในพื้นที่ต่างๆรอบการชุมนุมเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่ชื่อว่าเสื้อแดงทั้งสิ้น ซึ่งไม่ใช่มือที่สามอย่างแน่นอน เพราะพื้นที่เหล่านั้นยังไม่มีใครเข้าพื้นที่ได้ ดังนั้นแกนนำคนเสื้อแดงจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้
"การปฏิบัติการพื้นที่การชุมนุมให้ยุติการชุมนุมต้องมีแน่นอน แต่ไม่สามารถประเมินได้ว่าจะเป็นเมื่อใด แต่อยากให้เร็วที่สุด แต่ที่ประชุม ศอฉ.ยังไม่มีการคุยเรื่องเส้นตายหลัง 15.00 น.ที่ผ่านมา"พ.อ.สรรเสริญกล่าว
นอกจากนี้ พ.อ.สรรเสริญ ได้นำคลิปพร้อมภาพต่างๆ มาอธิบายให้ประชาชนทราบ ประกอบด้วย คลิปภาพผู้ก่อการร้ายใช้เด็กเป็นโล่มนุษย์ โดยให้นั่งอยู่บนกองยางรถยนต์ เพื่อเป็นที่กำบังในการขว้างระเบิด และสร้างความรุนแรงๆต่างๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้ยาก คลิปภาพที่ชุมชนบ่อนไก่ มีผู้ชายโม่งดำถือปืน เอ็ม16 ชัดเจน แสดงว่าการชุมนุมมีผู้ใช้อาวุธสงครามจริง คลิปภาพคนเสื้อแดงทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร โดยที่ทหารมีปืนแต่ไม่ได้ใช้ป้องกันตัว เพราะเกรงว่าอาจจะมีการบาดเจ็บล้มตายได้ และคลิปการปล้นสะดมภ์ร้านสะดวกซื้อ การทำระเบิดเพลิง ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการกระทำของผู้ก่อการร้ายทั้งสิ้น
ด้าน พ.ต.อ. ทรงพล วัธนะชัย รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) ในฐานะรองโฆษก บชน. กล่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศอฉ.ได้เป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและได้เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่ ชุมชนบ่อนไก่ ท่าเรือคลองเตย ดินแดง ให้ไปดำเนินการวางแผนในการเข้าไปแก้ไขปัญหาวางแผนในการดับไฟและขอพื้นที่คืน โดยให้ทำตามกรอบกฎหมายแต่ต้องมีความเฉียบขาด
สำหรับผลการดำเนินคดีผู้ที่ทำผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จำนวน 11 คน ซึ่งส่วนใหญ่มีความผิดในการพกพาอาวุธ โดยศาลแขวงดุสิตได้ตัดสินลงโทษ ทั้ง 1 ปี 6 เดือน และ 4 เดือนตามลำดับ อย่างไรก็ตามมีคดีที่น่าสนใจ คือ กรณีที่สน.ปทุมวัน ได้จับกุมผู้กระทำความผิด2 คน โดยตั้งข้อหา ร่วมกันใช้เส้นทางคมนาคม ในพื้นที่ที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยศาลแขวงปทุมวันพิพากษาให้มีการลงโทษ 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท ซึ่งถือว่าเป็นโทษเต็มพิกัด
นอกจากนี้ขอเตือนร้านจำหน่ายยางรถยนต์ว่า การจำหน่ายยางรถยนต์ ถ้ามีการรู้เห็นกันก็ถือว่าเป็นการทำความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เช่นกัน โดยขณะนี้สามารถยึดได้600 เส้นแล้ว







