
เรือยิ่งลักษณ์ใกล้จะจม
ประเทศไทยของเรานั้นถูกออกแบบมาดีพอสมควร ทำให้สามารถผ่านวิกฤตมาได้ทุกครั้ง มีการแบ่งคนในสังคมให้ทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ก้าวก่ายกัน มีการถ่วงดุลกัน เมื่อใดก็ตามที่ดุลเหล่านี้เปลี่ยนไป หรือมีการก้าวก่ายกัน เมื่อนั้นบ้านเมืองก็มีปัญหา หากจะแบ่งคนในสังคมไทยเป็น “แท่ง” เราก็มีแท่งใหญ่ๆ สามแท่งด้วยกันคือ
ประเทศไทยของเรานั้นถูกออกแบบมาดีพอสมควร ทำให้สามารถผ่านวิกฤตมาได้ทุกครั้ง มีการแบ่งคนในสังคมให้ทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ก้าวก่ายกัน มีการถ่วงดุลกัน เมื่อใดก็ตามที่ดุลเหล่านี้เปลี่ยนไป หรือมีการก้าวก่ายกัน เมื่อนั้นบ้านเมืองก็มีปัญหา หากจะแบ่งคนในสังคมไทยเป็น “แท่ง” เราก็มีแท่งใหญ่ๆ สามแท่งด้วยกันคือ
แท่งการเมือง ประกอบด้วย นักการเมืองทั้งรัฐบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ที่เราเรียกว่าฝ่ายการเมือง ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและปฏิบัติตามนโยบายในการบริหารประเทศ เพื่อผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อยและความผาสุกของประชาชน ส่วน สส.และ สว.ทำหน้าที่ในการออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน
แท่งข้าราชการ รวมทั้งพนักงานรัฐวิสาหกิจเป็นผู้นำนโยบายของรัฐบาลมาปฏิบัติให้บรรลุผลในทุกด้านและทำให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย ระบบราชการไทยมีความแข็งแกร่งตลอดมา
แท่งฝ่ายความมั่นคง ซึ่งประกอบด้วยกองทัพเป็นหลัก ทำหน้าที่ในการดูแลความมั่นคงของประเทศให้ปลอดจากภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอกประเทศ หากบ้านเมืองมีปัญหาด้านความมั่นคงกองทัพจะเข้าไปแทรกแซงหรือบริหารจัดการ เพื่อรักษาหรือนำความมั่นคงกลับคืนมา
สังคมออกแบบให้ “สถาบันพระมหากษัตริย์” อยู่เหนือกว่าทุกแท่ง ไม่ว่าแท่งทั้งสามจะขัดแย้งกันอย่างไร แต่ไม่เคยแตะต้องสถาบันพระมหากษัตริย์เลย ยังคงเชิดชูไว้เหนือความขัดแย้งทางการเมืองเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทุกภาคส่วนในสังคม
หลายทศวรรษที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า เมื่อใดที่ฝ่ายการเมืองสร้างปัญหาจนบ้านเมืองเกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย เกิดสภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมือง เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นรุนแรงกว้างขวาง หรือเข้าไปแทรกแซงข้าราชการจนทำให้ดุลยภาพเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะทำให้บ้านเมืองเสียหายร้ายแรง กองทัพมักเข้าไปแทรกแซงตั้งแต่ระดับเบาจนถึงขั้นล้มกระดานแล้วมาตั้งต้นกันใหม่ ดังนั้น กองทัพจึงเป็นความหวังหรือที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนที่จะทำให้บ้านเมืองมีความมั่นคงและสงบเรียบร้อย ประชาชนมีความผาสุก ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ด้วยดี
ปัจจุบันบ้านเมืองมีปัญหาอย่างมาก เพราะแท่งการเมืองได้แทรกแซงจนทำให้ระบบที่วางไว้จนผิดปกติไปหมด มีการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองและฉวยโอกาสโจมตี ลดความน่าเชื่อถือของสถาบันสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ฝ่ายการเมืองข่มขู่คุกคามตุลาการและองค์กรอิสระ เข้าแทรกแซงระบบราชการเพื่อนำมารับใช้ผลประโยชน์ทางการเมืองของตน ทำลายระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลโดยสิ้นเชิง ดุลแห่งอำนาจของพลังประชาธิปไตยทั้งสามเปลี่ยนไป ดุลแห่งพลังทางสังคมเปลี่ยนไป
เมื่อแท่งการเมืองทำหน้าที่บิดเบือน หาทางยึดกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ แท่งข้าราชการทำหน้าที่ไม่ได้อย่างที่เคยเป็น เกิดสภาพความเป็นเผด็จการขึ้น ประชาชนจึงออกมาคัดค้านอย่างกว้างขวาง ก่อให้เกิดแท่งที่สี่ขึ้นมาคือ แท่งประชาชน ที่กลายเป็นแท่งที่มีพลังเข้มแข็งอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในระบอบประชาธิปไตยของไทย การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลกับภาคประชาชนอยู่ในขั้นตอน “ยันทางยุทธศาสตร์” ปัจจัยตัดสินทางยุทธศาสตร์จึงมาอยู่ที่ศาลและองค์กรอิสระ หากมีการตัดสินที่ไม่ถูกใจพวกตนก็จะนำกองกำลังออกมาก่อความวุ่นวาย ซึ่งอาจนำไปสู่การนองเลือด สถานการณ์เลยร้ายลงทุกที
สังคมตั้งคำถามว่า “กองทัพซึ่งเป็นฝ่ายความมั่นคงปล่อยให้สถานการณ์พัฒนาเลวร้ายมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร” และเมื่อใดกองทัพจะออกมาแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองก่อนที่ชาติจะเสียหายไปมากกว่านี้ หรือผู้นำกองทัพยังตกอยู่ใน “กับดักการเมือง” ที่ฝ่ายการเมืองวางล่อไว้ ทั้งที่สถานการณ์ก้าวข้ามพ้นเรื่องการเมืองไปแล้ว แต่เป็นเรื่องของ “บ้านเมือง” โดยตรง ประชาชนหวังว่ากองทัพจะทำหน้าที่เหมือนที่เป็นมาอย่างเคยส่วนในรูปแบบใดเป็นเรื่องที่กองทัพจะพิจารณาตามความเหมาะสมกับสถานการณ์
เวลานี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์กำลังดิ้นรนกระเสือกกระสนวุ่นวายยุ่งเหยิงเหมือนลิงแก้แห รัฐบาลใช้ทั้งกฎหมายและกฎหมู่เพื่อเอาตัวรอด หากได้เปรียบทางกฎหมายก็ใช้กฎหมาย ถ้าใช้กฎหมายไม่ได้ก็หันมาใช้กฎหมู่แทน รัฐบาลยิ่งลักษณ์รู้ตัวดีแล้วว่าชะตากรรมของตนเองและพวกจะเป็นอย่างไร จึงดิ้นรนทุกทาง ลูกสมุนทั้งหลายดาหน้าออกมาข่มขู่ศาลเป็นรายวันทำนองว่า หากตัดสินไม่ถูกใจรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยแล้วจะเกิดการนองเลือด ฯลฯ ซึ่งเคยทำได้ผลมาแล้วในคดีซุกหุ้นภาคแรก คราวนี้นำยุทธวิธีนี้มาใช้อีก เราขอให้กำลังใจตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการ ป.ป.ช.ทุกท่าน ให้ท่านตัดสินอย่างตรงไปตรงมา ผิดว่าตามผิด ถูกว่าตามถูก ประชาชนพร้อมที่จะเป็นเกราะบังภัยให้กับท่านเอง
เรือยิ่งลักษณ์ที่มีกัปตันเรืออ่อนหัด เพิ่งขับเรือเป็นเที่ยวแรก ลูกเรือก็ไร้ประโยชน์ หลับหูหลับตาขับเรือจนเรือชนหินโสโครกและเรือกำลังจะจม กัปตันและลูกเรือโทษหินโสโครกว่าเป็นฝ่ายผิด กัปตันยิ่งลักษณ์กำลังเหมือนกัปตันเรือ “เซวอล” ที่ทำเรือจมและทิ้งเรือเพื่อเอาชีวิตรอด ปล่อยให้ผู้โดยสารจมไปกับเรือ และไม่แสดง “ความรับผิดชอบ” แต่อย่างใด ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ฝ่ายความมั่นคงหรือกองทัพจะออกมากู้เรือ หรือกู้ประเทศให้พ้นจากความล่มจม
หากกองทัพช่วยทำให้คำกล่าวของ พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา อดีต ผบ.ทบ. ที่ว่า “กองทัพเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน” เป็นจริงได้ วิญญาณของท่านคงจะดีใจไม่น้อย







