
จุดเปลี่ยน
ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในยูเครนกำลังทวีดีกรีความรุนแรงและตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ และกลับกลายเป็นว่ากำลังเป็นการเผชิญหน้าระหว่างรัสเซียและสหรัฐไปแล้วครับ หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาซึ่งกันและกัน โดยที่สหรัฐกล่าวหาว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังกลุ่มหัวรุนแรงในยูเครน ขณะที่รัสเซียก็กล่าวหาว่าสหรัฐอยู่เบื้องหลังฝ่ายขวาในยูเครนให้ต่อต้านรัสเซีย
ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในยูเครนกำลังทวีดีกรีความรุนแรงและตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ และกลับกลายเป็นว่ากำลังเป็นการเผชิญหน้าระหว่างรัสเซียและสหรัฐไปแล้วครับ หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาซึ่งกันและกัน โดยที่สหรัฐกล่าวหาว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังกลุ่มหัวรุนแรงในยูเครน ขณะที่รัสเซียก็กล่าวหาว่าสหรัฐอยู่เบื้องหลังฝ่ายขวาในยูเครนให้ต่อต้านรัสเซีย
งานนี้ต้องติดตามอย่างไม่กะพริบ เมื่อวานนี้รัสเซียบอกว่าจะดำเนินการ “เอาคืน” แน่นอนถ้าหากผลประโยชน์ของรัสเซียในยูเครนได้รับความเสียหาย มีความเสี่ยงสูงครับว่าอาจจะเกิดอะไรเปรี้ยงปร้างขึ้นในวิกฤตครั้งนี้
แน่นอนว่ารัสเซียกำลังพยายามอย่างเต็มที่นอกเหนือจากจะขยายอิทธิพลของตนไปยังดินแดนรอบบ้านที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียตมาก่อน และในขณะเดียวกันก็ยังเป็นการสกัดกั้นอิทธิพลจากโลกตะวันตกที่พยายามรุกคืบประชิดรัสเซียมากขึ้นเรื่อยๆ
พูดง่ายๆ ก็คือ ปัญหาครั้งนี้มีกลิ่นอายของสงครามเย็นอยู่มากเหลือเกินครับ
โดยขณะที่สหรัฐเองนั้น ต้องบอกว่างานนี้ได้ประโยชน์อะไรๆ หลายๆ ต่อเหลือเกิน
อย่างแรก แน่นอนว่าการเข้าไปมีส่วนร่วมในยูเครนหมายถึงการปิดล้อมรัสเซียไปในตัวด้วย และที่สำคัญก็คือเป็นการขยายอิทธิพลเข้าไปในเอเชียกลางที่อุดมไปด้วยก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน ซึ่งรัสเซียมีอิทธิพลในละแวกนั้นสูงมาก
อย่างที่สอง วิกฤตในครั้งนี้ทำให้ยุโรปต้องหันมาพิจารณาถึงการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียลงอย่างแน่นอน และจะต้องหันไปหาทางเลือกพลังงานอื่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ครับ
หนึ่งในนั้นที่มองกันก็คือ “เชลล์ออยล์” หรือน้ำมันจากหินดินดาน ซึ่งในเวลานี้มีแต่สหรัฐเท่านั้นที่มีเทคโนโลยีในการนำพลังงานจากชั้นหินดินดานดังกล่าวขึ้นมาได้ในราคาที่ถูกที่สุด
นอกเหนือจากในจีนและสหรัฐที่มีเชลล์ออยล์เป็นปริมาณมากแล้ว ก็มีที่ยุโรปนี่ล่ะครับที่มีปริมาณเยอะพอสมควร ซึ่งแน่นอนว่าวิกฤตปัญหาในยูเครนจะยิ่งเป็นการเปิดโอกาสให้กับสหรัฐเข้าไปรุกพลังงานประเภทนี้ในยุโรปได้มากขึ้น
ขณะที่สำหรับฝั่งรัสเซียเองนั้น วิกฤตครั้งนี้ก็ทำให้รัสเซียแสดงจุดยืนอะไรออกมาหลายๆอย่างที่โลกต้องจับตาและคิดตามครับ ไม่ว่าจะเป็นการที่รัสเซียจะมุ่งลดการพึ่งพาเศรษฐกิจสหรัฐมุ่งลดการใช้เงินสกุลดอลลาร์ และจะหันมาค้าขายกับเอเชียมากยิ่งขึ้น
วิกฤตครั้งนี้อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภูมิศาสตร์เศรษฐกิจโลกขนานใหญ่ก็เป็นได้







