posttoday
ดราม่านายกฯ

ดราม่านายกฯ

24 เมษายน 2557

อาการห่วงเศรษฐกิจถดถอยอย่างออกนอกหน้าของรัฐบาล โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ตั้งแต่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ผู้ได้รับมอบหมายมีอำนาจเต็มที่ให้ดูแลเศรษฐกิจอย่างเบ็ดเสร็จ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ก็มีความเห็นในทำนองเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทยกำลังจะแย่และมีโอกาสที่ประเทศไทยจะถูกลดอันดับเครดิต

อาการห่วงเศรษฐกิจถดถอยอย่างออกนอกหน้าของรัฐบาล โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ตั้งแต่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ผู้ได้รับมอบหมายมีอำนาจเต็มที่ให้ดูแลเศรษฐกิจอย่างเบ็ดเสร็จ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ก็มีความเห็นในทำนองเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทยกำลังจะแย่และมีโอกาสที่ประเทศไทยจะถูกลดอันดับเครดิต

จะว่าสายเกินไปที่รัฐบาลจะห่วงภาวะเศรษฐกิจแย่ก็อาจจะได้ เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจนั้นมีการพยากรณ์ล่วงหน้ามานานแล้วว่าไทยจะมีปัญหาการคลัง หากรัฐบาลดำเนินนโยบายประชานิยม ใช้เงินที่มีจำกัดอย่างไร้ประสิทธิภาพไปกับโครงการจำนำข้าวทุกเมล็ด ตันละ 1.5 หมื่นบาท ใช้เงินไปมากกว่า 8 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโครงการแจกแท็บเล็ตให้เด็กนักเรียนชั้นประถม โครงการคืนภาษีสรรพสามิตรถยนต์คันแรกกระตุ้นให้มีการใช้จ่าย แต่ก็มีผลข้างเคียงทำให้หนี้ครัวเรือนสูงจนการบริโภคทั้งระบบหดตัว

รัฐบาลยังใช้นโยบายค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท ทำให้ต้นทุนเอกชนพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว แต่อีกทางหนึ่งก็ไปช่วยการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงจาก 30% เหลือ 20% ในปีนี้ แต่แล้วกลับได้ไม่คุ้มเสีย เพราะภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะเก็บได้จากการบริโภคของประชาชนหายไปมากกว่าภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จัดเก็บได้

ปัญหาใช้มากกว่าหาได้ เป็นมาตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ รัฐบาลยังเร่งออกพระราชกำหนดกู้เงินลงทุนในโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท โดยหวังจะใช้โครงการเหล่านี้กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่โครงการเหล่านี้ก็ไม่ได้เกิดการลงทุนจริง เพราะไร้แผนงานที่เป็นรูปธรรม จนกฎหมายหมดอายุไม่มีผลบังคับใช้

เมื่อต้นปี 2556 รัฐบาลมีเวลาที่จะวางแผนงานดูแลเศรษฐกิจได้มากมาย ทั้งการเตรียมหาเงินมาจ่ายค่าจำนำข้าวให้ชาวนา การทบทวนนโยบายประชานิยมที่ทำให้รัฐบาลกระเป๋าฉีก เพราะใช้เงินมากเกินคาดหมาย แต่กลับเอาเวลาไปพิจารณาเรื่องเร่งด่วน อย่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นต้น

รากเหง้าของปัญหาเศรษฐกิจเกิดขึ้นนานกว่าจะมีการประท้วงขับไล่รัฐบาล แม้กระทั่งเอกชนเสนอว่า ทางเดียวที่จะช่วยได้คือการหันไปฉวยโอกาสที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวผนึกกำลังกันเร่งรัดการส่งออก และเป็นภาคธุรกิจเดียวที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจะมีรัฐบาลหรือไม่มีรัฐบาล ก็ไม่กระทบ แต่ก็ไม่เห็นแอ็กชั่นแพลนจากรัฐบาลที่จะผลักดันอะไรในเรื่องนี้

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ควรจะเปลี่ยนจากการหวาดกลัวเกินเหตุมาหามาตรการเร่งรัดพยุงเศรษฐกิจจะดีกว่าการตีโพยตีพาย มีแต่จะทำให้ความเชื่อมั่นหดหายจนอาจจะถึงขั้นแม้มีการเลือกตั้งเศรษฐกิจก็ยังจะไม่ดีต่อไปก็ได้

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์