posttoday
"บาทอ่อน"หนุนส่งออกฉุดเศรษฐกิจฟื้นตัว

"บาทอ่อน"หนุนส่งออกฉุดเศรษฐกิจฟื้นตัว

24 เมษายน 2557

เดิมทีจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

เดิมทีจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน บวกกับในประเทศไทยเองก็มีการชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาบริหารประเทศ ซึ่งกระทบเศรษฐกิจการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศและการส่งออก เพราะถึงจะไม่กระทบแหล่งผลิตและการส่งออกสินค้าและบริการโดยตรง แต่ก็กระทบความมั่นใจของประเทศผู้สั่งซื้อสินค้า ทำให้มองไม่เห็นอนาคตภาคส่งออกว่าจะเป็นเช่นไร

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ที่เผชิญกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง จะได้การส่งออกมาเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ โดยมีการประเมินว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องตามการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศหลัก โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐที่ปรับดีขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่มีแนวโน้มขยายตัวต่ำลง โดยเศรษฐกิจจีนชะลอลงจากการลงทุนและมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากภาคการเงิน ด้านเศรษฐกิจเอเชีย อุปสงค์ในประเทศชะลอลง ขณะที่การส่งออกของไทยจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลักชัดเจนขึ้น

เช่นเดียวกับนักวิเคราะห์ภาคเอกชนหลายสำนักก็มีทิศทางเดียวกัน โดย กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพ ประเมินการเติบโตการส่งออกไว้สูงถึง 7% สูงกว่าสำนักอื่นที่คาดว่าจะโต 5% เพราะนอกจากเศรษฐกิจประเทศหลักๆ จะฟื้นตัวดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ ยุโรป หรือญี่ปุ่นแล้ว จีนที่หลายฝ่ายเห็นว่าชะลอตัวนั้น แต่ถ้าดูไส้ในไปถึงการนำเข้าของจีนแล้ว ที่ปกติจีนจะนำเข้าเพื่อนำไปผลิตและส่งออก พบว่ายังเติบโตถึง 10% ซึ่งเป็นอัตราที่สูง

ขณะที่ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดก็มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ดี ซึ่งเป็นผลจากการส่งออก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 3.4% จะส่งผลให้คู่ค้าของไทยนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังได้เงินบาทเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนการส่งออกของไทยในปีนี้ โดยช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา อ่อนค่าไปแล้ว 12% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ และคาดว่าเงินบาทปีนี้จะอ่อนค่าไปแตะระดับ 3333.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนจะกลับมาแข็งค่าในไตรมาสสุดท้าย และปิดที่ระดับ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2556 ที่ผ่านมาต่อเนื่องมาถึงเดือน ม.ค. 2557 นี้ การเคลื่อนไหวของเงินบาทค่อนข้างผันผวน ทั้งจากปัจจัยภายในคือความขัดแย้งทางการเมือง และปัจจัยภายนอกจากการทยอยลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ (QE Tapering) ของธนาคารกลางสหรัฐ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้นักลงทุนต่างชาติทยอยขายสินทรัพย์ที่ลงทุนไว้ในภูมิภาคนี้ รวมทั้งประเทศไทย เพื่อนำเงินกลับไปสหรัฐหรือประเทศเศรษฐกิจหลักๆ ที่จากมาแทน ส่งผลให้เงินบาทในช่วงนั้นปรับตัวแข็งค่าขึ้น จากต้นปี 2557 ที่เงินบาทอยู่ที่ระดับ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงเดือน ก.พ. ในระดับเข้าใกล้ 31 บาทกว่าต่อเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทที่แข็งค่าในระยะนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการแข็งค่าระยะสั้นๆ เท่านั้น ตามการเคลื่อนย้ายของภาวะเงินทุน แต่สุดท้ายแล้วหากพิจารณาถึงการที่สหรัฐยังคงมาตรการการลดคิวอีลง ซึ่งคาดว่าจะทยอยลดจนถึงสิ้นปี 2557 นี้ ทำให้หลายสำนักเชื่อว่าจะส่งผลให้เงินบาทยังคงมีทิศทางอ่อนค่าลงแน่นอน

โดยล่าสุดค่าเงินบาทเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น จากต้นปีที่เคลื่อนไหวที่ระดับ 32.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 32.33-32.35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ณ วันที่ 23 เม.ย.

แนวโน้มเงินบาทที่อ่อนค่าลงนี้ จะกลายเป็นปัจจัยหนุนให้ภาคส่งออกไทยขยายตัวได้สูงขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญทางเศรษฐกิจปีนี้ได้

จากการพิจารณาข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะพบว่า ปี 2556 การส่งออกของไทยมีอัตราเติบโตเพียง 0.2% โดยไตรมาสแรกโต 3.7% พอมาไตรมาส 2 เริ่มติดลบ 1.5% ต่อเนื่องมาไตรมาส 3 ติดลบ 1.4% และจบไตรมาส 4 ด้วยอัตราเติบโตเพียง 0.2%

ขณะที่ปี 2557 ธปท.ประเมินว่า การส่งออกทั้งปีจะโตได้ประมาณ 4.5% ลดลงจากประมาณการเดิมที่คาดว่าจะโต 7% อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการส่งออกหลังจากผ่านไป 4 เดือนน่าจะดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวชัดเจนขึ้น และค่าเงินบาทเป็นปัจจัยหนุนเสริม

ไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. ให้ความเห็นว่า ค่าเงินบาทในปัจจุบันไม่ได้เป็นอุปสรรคในการส่งออก เพราะค่าเงินบาทขณะนี้ค่อนข้างอ่อนค่าอยู่แล้ว ส่วนจะช่วยให้ส่งออกขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดไว้หรือไม่นั้น มองว่าคงไม่ได้ช่วยมากในระดับที่จะทำให้การส่งออกเติบโตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากปัจจัยที่จะทำให้การส่งออกดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญมากกว่า ส่วนค่าเงินเป็นเพียงปัจจัยเสริมเท่านั้น แต่เท่าที่ดูขณะนี้ถือว่าค่าเงินบาทเป็นปัจจัยสนับสนุนที่ดี

อย่างไรก็ตาม หากประเมินจากรายงานของ กนง.ที่ระบุว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก 2557 จะหดตัวมากกว่าที่คาดไว้ และมีแนวโน้มจะติดลบเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (ไตรมาส 4/2556) และไตรมาส 2 ปี 2557 ก็จะติดลบต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกด้วย เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ กนง.เห็นว่าแม้การส่งออกจะค่อยๆ ฟื้นตัว แต่ก็อาจจะไม่สามารถชดเชยการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ และคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะขยายตัวต่ำกว่า 2.7% ที่เคยคาดการณ์ไว้

แต่ไม่ว่าปัญหาเศรษฐกิจจะย่ำแย่เพียงไหนก็ตาม การที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งค่าเงินบาทที่มีโอกาสอ่อนค่า มากกว่าที่จะแข็งค่า ก็น่าจะส่งผลดีต่อการส่งออก โดยธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดนั้นประเมินว่าจะเติบโตได้สูงถึง 9% ขณะที่กอบศักดิ์เชื่อว่าอัตราขยายตัว 7% นั้นไม่ไกลเกินเอื้อม

การส่งออกก็น่าจะเป็นความหวังสำหรับเศรษฐกิจไทย เป็นเครื่องจักรสำคัญช่วยผลักดันเศรษฐกิจปีนี้ ไม่ให้หดตัวมากอย่างที่คาดได้อย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69