
เอสเอ็มอีคึกจับคู่สู้ศึก
เอสเอ็มอีจับคู่ธุรกิจคึกคัก กูรูแนะเร่งเจาะตลาดสินค้าในประเทศลุ่มน้ำโขง
เอสเอ็มอีจับคู่ธุรกิจคึกคัก กูรูแนะเร่งเจาะตลาดสินค้าในประเทศลุ่มน้ำโขง
ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีร่วม 1,000 ราย เข้าร่วมงาน Post TodayK SME Expo 2014 ซึ่งเป็นมหกรรมการจับคู่ธุรกิจ “Mega Business Matching” กับผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น ซีพีออลล์ เทสโก้ โลตัส แม็คโครเอ็นโซโก้ ทีวีไดเร็ค เดอะมอลล์ ล็อกซเล่ย์ โดยมีเอสเอ็มอีลงทะเบียนจับคู่กับธุรกิจขนาดใหญ่เพื่อนำสินค้าไปจำหน่ายร่วม 113 บริษัท
นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การจับคู่ธุรกิจถือว่าเกินเป้าหมายที่วางไว้ และการจับคู่ธุรกิจยิ่งน้อยราย ยิ่งเกิดประโยชน์ และธนาคารเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการจริงๆ โดยขณะนี้การปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีชะลอตัวมาตั้งแต่ต้นปี มีผู้ขอพักชำระการจ่ายเงินต้นกว่า 9,000 ล้านบาท
นายพัชร กล่าวว่า กลุ่มลูกค้าที่ขอพักชำระเงินต้นมากที่สุดมี 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ ภาคการเกษตร และกลุ่มเฟอร์นิเจอร์เพื่อส่งออก แต่คาดว่าเศรษฐกิจน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาส 34
ขณะนี้ลูกค้าภาคเกษตรเป็นกลุ่มที่ธนาคารต้องระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ เพราะทำธุรกิจกับชาวนาที่ยังไม่ได้เงินจำนำข้าว
นายดิสพงษ์ พรชนกนาถ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจข้ามประเทศ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยควรจะหาทางขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียนและกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) โดยกลุ่มสินค้าจากไทยที่มีโอกาสเติบโตในตลาดนี้ คือ สินค้าอุปโภค สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม โดยเฉพาะพม่าให้การยอมรับสินค้าไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ
ด้าน นายณัฐพล เดชวิทักษ์ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ล็อกซเล่ย์ กล่าวว่า การเข้าสู่เออีซีนับเป็นโอกาสดีสำหรับธุรกิจไทยที่สนใจขยายธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม โดยกลุ่มสินค้าที่มีโอกาสเติบโต ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ยานยนต์และอะไหล่ วัสดุก่อสร้าง และสินค้าเทคโนโลยี







