posttoday
ปชป.ไม่ลงสนามเลือกตั้งเกิดยาก

ปชป.ไม่ลงสนามเลือกตั้งเกิดยาก

23 เมษายน 2557

การเลือกตั้งรอบใหม่กลายเป็น “ความหวัง” ที่เชื่อว่าจะเป็นกลไกนำพาประเทศหลุดพ้นจากวิกฤตการเมืองที่หมักหมมมานานจนตกอยู่ในสภาพ “เดดล็อก”

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

การเลือกตั้งรอบใหม่กลายเป็น “ความหวัง” ที่เชื่อว่าจะเป็นกลไกนำพาประเทศหลุดพ้นจากวิกฤตการเมืองที่หมักหมมมานานจนตกอยู่ในสภาพ “เดดล็อก” ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร แต่ทว่าจากสัญญาณที่ปรากฏในเวลานี้ แนวโน้มที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเดินหน้าจัดการเลือกตั้งไปจนสุดทาง มี สส.ครบ 95% เพียงพอจะเปิดประชุมสภานัดแรกเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคงเป็นไปได้ยากเต็มที

ล่าสุด ในการประชุมของ กกต.กับหัวหน้าพรรคการเมือง หรือผู้แทนพรรคการเมือง 58 พรรค เพื่อหารือกำหนดวันเลือกตั้งครั้งใหม่กว่า 3 ชม. ซึ่งเป็นเพียงแค่การรับฟังความคิดเห็น ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะ ที่ กกต.จะนำไปพิจารณาโดยยังไม่มีข้อสรุป

ในเวทีนี้ กกต.ได้เสนอแนวทางจัดการเลือกตั้ง 3 รูปแบบ คือ 1.เลือกตั้งเร็วที่สุดภายใน 90 วัน นับแต่วันที่หารือกับพรรคการเมือง คือ เลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค. โดยจะให้ พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษา และใช้บังคับในวันที่ 22 พ.ค. 2.เลือกตั้งภายใน 110 วัน คือ เลือกตั้งวันที่ 17 ส.ค. โดยมีการประกาศ พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 22 พ.ค. แต่ให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 19 มิ.ย. และ 3.เลือกตั้งภายใน 138 วัน คือ วันที่ 14 ก.ย. โดยประกาศ พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 22 พ.ค. แต่ให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 ก.ค.

แน่นอนว่ากรอบเวลาที่ กกต.ยกมาเป็นตุ๊กตา หรือเสียงสนับสนุนให้จัดการเลือกตั้งจากพรรคการเมืองต่างๆ ที่เข้าร่วมประชุมนั้น ยังไม่อาจสร้างหลักประกันได้ว่าการเลือกตั้งจะสามารถเดินหน้าไปจนสุดทางได้ท่ามกลางความขัดแย้งในสังคมเช่นนี้

สะท้อนผ่าน สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ที่ระบุว่า กกต.ได้วางกลไกที่ทำให้สามารถเกิดการรับสมัครได้ในทุกเขตทั่วประเทศ แต่ถ้าเลือกตั้งแล้วมีการขัดขวาง ก็จะงดการลงคะแนนและจัดลงคะแนนใหม่

สุดท้ายปัญหาก็จะกลับไปอยู่ในวังวนเดิม คือ ถ้าเลือกตั้งไม่ได้แม้แต่หน่วยเลือกตั้งเดียว การนับและประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.ในระบบบัญชีรายชื่อก็จะไม่สามารถทำได้ โดย กกต.ไม่สามารถไปแก้ไขระเบียบการคำนวณ สส.ในระบบบัญชีรายชื่อใหม่ได้

ดังนั้น จึงไม่มั่นใจว่า ภายหลังเลือกตั้งแล้ว 30 วัน กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.ได้ครบ 95% ภายใน 180 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง หากถึงเวลานั้นแล้วการเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ และก็จะมีผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญรอบใหม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญอีกครั้ง

“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ กกต.หรือพรรคการเมืองที่มาประชุม แต่อยู่ที่คู่ขัดแย้งในสังคมต้องไปตกลงกันว่าให้ได้ข้อสรุปที่ตรงกันว่าการเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศ ดังนั้น การที่จะกำหนดวันเลือกตั้งที่เหมาะสม ผมคิดว่ากำหนดได้ แต่ฝ่ายการเมืองจะต้องมาคุยกัน หาข้อสรุปร่วมกันให้ได้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญซ้ำอีก” สมชัย ระบุในที่วงหารือของ กกต.กับพรรคการเมือง

ทั้งนี้ เป็นที่ชัดเจนว่า กปปส.เวลานี้ยังยืนยันในจุดยืนเดิม คือ ต้องการเห็นการ “ปฏิรูป” ก่อน “เลือกตั้ง” โดยมีเพียงแค่เงื่อนไขเดียวที่จะเจรจา คือ ต้องเป็นการเจรจากับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้ติดตามรับฟัง

ดังนั้น ประเมินแนวโน้มแล้วหากยังเดินหน้าไปในบริบทเดิมๆ ทุกอย่างย่อมจบลงด้วยการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ไม่ต่างจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา

ตัวแปรสำคัญประการหนึ่งที่จะชี้วัดว่าการเลือกตั้งจะเดินหน้าต่อไปได้มากน้อยแค่ไหนนั้น อยู่ที่ท่าทีของ “ประชาธิปัตย์” ว่าจะตัดสินใจกระโดดลงสนามเลือกตั้งเที่ยวนี้ หรือจะบอยคอตเหมือนเมื่อครั้งที่ผ่านมา

หากประชาธิปัตย์เปลี่ยนท่าทีมาส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งย่อมช่วยลดแรงกดดันในหลายพื้นที่ ซึ่งจะถูกฝั่ง กปปส.ขัดขวาง ดังจะเห็นว่าพื้นที่ 28 เขตที่มีปัญหาไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเป็นฐานเสียงของประชาธิปัตย์

แต่ชัดเจนว่าเวลานี้ “ประชาธิปัตย์” ยังไม่อาจหาเหตุผลที่จะกลับท่าทีมาส่งผู้สมัคร สส.ลงเลือกตั้งรอบใหม่ หากทุกอย่างยังอยู่ในบริบทเดิมๆ เหมือนช่วงเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. แม้เที่ยวนี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเตรียมเข้าร่วมประชุมกับ กกต. ให้ความเห็นเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ ว่าประเด็นไม่ใช่แค่การกำหนดวันเลือกตั้งวันไหน แต่ต้องเป็นการเลือกตั้งที่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและเป็นคำตอบให้กับประเทศได้อย่างไร

“วันนี้ถ้าจะให้มีการเลือกตั้งที่เหมือนกับเป็นพิธีกรรม แต่ไม่เป็นทางออกให้กับประเทศ ไม่มีประโยชน์ เพราะความขัดแย้งก็จะยังดำรงอยู่” อภิสิทธิ์ กล่าว

ทว่า ก่อนประชุมไม่กี่ชั่วโมง อภิสิทธิ์ ได้ทำหนังสือถึง กกต. ชี้แจงไม่เข้าร่วมประชุมด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย เพราะมีข้อมูลเชิงลึกว่าจะมีการก่อเหตุในการประชุมพุ่งเป้าหมายที่ อภิสิทธิ์ ดังจะเห็นจากการออกมานำเสนอข้อความในเฟซบุ๊ก “ลุงยิ้ม ตาสว่าง” ที่มีเนื้อหาข่มขู่รุนแรง

ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำว่าการเลือกตั้งคงเกิดขึ้นได้ยาก เพราะสถานการณ์ความรุนแรงยังไม่ได้ลดลง แถมยังเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยรัฐบาลไม่อาจหาทางป้องปรามได้

สอดรับกับท่าทีของ จุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมองว่าโจทย์ใหญ่ที่จะลงเลือกตั้งหรือไม่ คือ บรรยากาศของการเลือกตั้งที่ปลอดภัยในการหาเสียง ไม่มีการข่มขู่คุกคามผู้สมัคร หัวคะแนน หรือผู้สนับสนุนพรรค เพราะจากการสอบถามความเห็นผู้สมัครทั่วประเทศ มีถึง 80% ที่เห็นว่าไม่สามารถหาเสียงได้อย่างปลอดภัย ยกเว้นใน กทม. ภาคใต้และภาคกลางบางพื้นที่

ยังไม่รวมกับเหตุผลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง กปปส. และประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่อาจตัดขาดกันได้ หากประชาธิปัตย์ตัดสินใจกระโดดลงสนามเลือกตั้งย่อมบั่นทอนพลังการเคลื่อนไหวของ กปปส. ที่อุตส่าห์ลงทุนลงแรงเปิดเกมรุกจนเข้าใกล้จุดหมายปลายทาง

อีกด้านหนึ่งฐานเสียงของประชาธิปัตย์ซึ่งออกมาเคลื่อนไหวร่วมกับ กปปส. ย่อมไม่พอใจหากประชาธิปัตย์จะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง และนั่นย่อมทำให้คะแนนเสียงที่เป็นฐานคะแนนเดิมของประชาธิปัตย์ต้องลดลงตามไปด้วย

ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ย่อมทำให้ประชาธิปัตย์ตัดสินใจกระโดดลงสนามเลือกตั้งได้ยาก และเมื่อเป็นเช่นนั้นจุดหมายปลายทางของการเลือกตั้งคงหนีไม่พ้นวังวนเดิมๆ และทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งที่เป็นอยู่ยากจะคลี่คลาย จนไม่รู้ว่าจะก้าวออกจากวิกฤตรอบนี้ได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง