
สิทธิมนุษยชนจี้ไทยแจง‘บิลลี่’หาย-ชัยวัฒน์ปัดเอี่ยว
สิทธิมนุษยชนร้องไทยชี้แจงแกนนำกะเหรี่ยงแก่งกระจานหายตัว ด้าน “ชัยวัฒน์” ปัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
สิทธิมนุษยชนร้องไทยชี้แจงแกนนำกะเหรี่ยงแก่งกระจานหายตัว ด้าน “ชัยวัฒน์” ปัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการกลุ่มสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย เปิดเผยว่าได้เรียกร้องให้ทางการไทยออกมาชี้แจงกรณีนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย และดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิก อบต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจับกุม โดยอ้างว่าตรวจพบรังผึ้งและน้ำผึ้ง 6 ขวด
“บทบาทที่โดดเด่นของบิลลี่ รัฐบาลไทยจะต้องให้ความสนใจเรื่องดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเกรงว่าผู้นำกะเหรี่ยงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไทย” นายอดัมส์ กล่าว
ด้าน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายบิลลี่ ภายหลังได้สอบสวนนายบิลลี่ที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จับกุมได้พร้อมน้ำผึ้ง 6 ขวด ก็ได้ว่ากล่าวตักเตือน เนื่องจากเห็นว่าเป็นความผิดเพียงเล็กน้อย ไม่มีเจตนาร้ายแรง และได้ปล่อยตัวลงที่บริเวณแยกหนองมะค่า ซึ่งมีพยานยืนยัน โดยเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานและนักศึกษาฝึกงานที่นั่งรถอีกคันตามรถที่เขาและนายบิลลี่นั่งมาด้วยกัน
นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า เมื่อนายบิลลี่หายตัวไป ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกใจ และยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าไม่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายบิลลี่แต่อย่างใด เรื่องจริงมันก็มีอยู่เท่านี้ มันไม่น่าจะเป็นต้นเหตุหรือสาเหตุของการหายตัวไปของนายวิลลี่ได้เลย น่าจะเป็นเกมของคนบางกลุ่มที่ต้องการให้ย้ายเขาออกไปจากพื้นที่ป่าแก่งกระจาน
นายเกรียงไกร ชีช่วง เลขาเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมได้นำ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยานายบิลลี่ พร้อมลูกๆ ของของนายบิลลี่ และชาวกะเหรี่ยงอีกประมาณ 50 คนได้ยื่นหนังสือต่อนายมณเฑียร ทองนิตย์ ผวจ.เพชรบุรี และ พล.ต.ต.พีรชาติ รื่นเริงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรีขอให้ทำการเร่งรัดติดตามคดีการหายตัวไปของนายบิลลี่ และขอให้ทำการสืบสวนหาตัวคนที่อยู่เบื้องหลังและผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมายให้ได้
ขณะที่กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรมแอ็กชั่น “บิลลี่อยู่ที่ไหน?” เพื่อกระตุ้นให้เกิดความอยากรู้ของประชาชนทั่วไปต่อกรณีการหายตัวไปของนายบิลลี่ ครั้งนี้พร้อมทั้งมีปิดปากและถือป้าย เพื่อเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่าไม่สามารถพูดได้ว่าบิลลี่หายไปไหน และต้องการคำตอบจากผู้สามารถให้คำตอบได้







