posttoday
อคส.สรุปสอบข้าวถุงหายพบเบิกเกิน

อคส.สรุปสอบข้าวถุงหายพบเบิกเกิน

22 เมษายน 2557

อคส.สรุปผลสอบทุจริตข้าวถุงแบบพิลึก ยันข้าวไม่หายแต่เบิกจ่ายเกินเร่งทวงคืนจากผู้ปรับปรงุคุณภาพ

อคส.สรุปผลสอบทุจริตข้าวถุงแบบพิลึก ยันข้าวไม่หายแต่เบิกจ่ายเกินเร่งทวงคืนจากผู้ปรับปรงุคุณภาพ

นายชนุตร์ปกรณ์ วงศ์สีนิล ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยว่า คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตในโครงการจัดทำข้าวสารบรรจุถุงช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นแล้วและได้รายงานผลสรุปไปให้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ พิจารณาแล้ว โดยไม่พบว่าข้าวที่นำไปผลิตเป็นข้าวถุงหายไปตามที่มีการกล่าวหา แต่กลับพบว่ามีการเบิกข้าวสารไปจากคลังเกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้

ผู้อำนวยการ อคส. ยืนยันว่า คณะทำงานยืนยันว่า มีการเบิกจ่ายออกจากคลังแบบเกินจำนวนที่อนุมัติ เพื่อนำไปทำเป็นสต๊อกสำรองเก็บไว้ขายให้ประชาชน โดยข้าวจำนวนดังกล่าวอยู่ในความดูแลของผู้ปรับปรุงคุณภาพข้าวซึ่งก็คือบริษัทเอกชนที่ อคส.จ้างให้ปรับปรุงและผลิตข้าวสารถุง โดยบางส่วนได้ปรับปรุงคุณภาพและบรรจุถุงเสร็จแล้ว แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้ดำเนินการใด

“ข้าวสารไม่ได้หายไป แต่มีการเบิกเกินกว่าจำนวนที่อนุมัตินั้น เร็วๆ นี้ อคส.จะติดตามเอาคืนมาจากบริษัทเอกชนที่รับจ้างปรับปรุงคุณภาพ ส่วนที่บริษัทได้ปรับปรุงและบรรจุถุงไปแล้ว ก็ต้องคุยกับบริษัทว่า อคส.ต้องจ่ายเงินให้เท่าไร ส่วนเจ้าหน้าที่ของ อคส.ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ถือว่ามีความผิด เพราะได้รับการอนุมัติจากผู้บริหาร” นายชนุตร์ปกรณ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบของ อคส.เป็นเพียงผลการตรวจสอบเบื้องต้นเท่านั้น ยังต้องรอผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประธาน โดยการแต่งตั้งของ นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ก่อน จึงจะสรุปผลขั้นสุดท้ายได้

ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) อนุมัติให้ระบายข้าวรวม 2.5 ล้านตัน โดยให้ อคส.ไปจัดทำเป็นข้าวถุงราคาประหยัดขนาด 5 กิโลกรัม จำหน่ายราคาไม่เกิน 70 บาท โดยมีการเบิกไปผลิตข้าวถุง 1.1 ล้านตัน แต่ปรากฏว่าข้าวจำนวนนี้ไม่มีการวางจำหน่ายตามช่องทางที่รัฐบาลกำหนด

ขณะที่การทุจริตของเจ้าหน้าที่ อคส.นั้น อคส.ได้ฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ อคส.ที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนข้าวออกไปจากโกดังโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว และส่งเรื่องต่อไปยังสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ให้พิจารณาว่าจะมีความผิดอย่างไร แต่คาดว่าน่าจะมีผิดวินัยร้ายแรงและมีโทษถึงขั้นให้ออก

นายสมชาติ กล่าวว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนแล้ว เหลือเพียงการทำรายงานสรุปผลให้ รมว.พาณิชย์ พิจารณาเท่านั้น ซึ่งในรายงานผลสรุปนั้น จะชี้ให้เห็นว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ละคนมีความบกพร่องอย่างไร มีผลให้เกิดความเสียหายกับโครงการและรัฐบาลหรือไม่ ส่วนจะมีความผิดหรือไม่อย่างไร ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ รมว.พาณิชย์

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์