
กองปราบเสนอตั้งคณะทำงานสืบสวนคดีโรสหมิ่นเบื้องสูง
กองปราบเสนอผบ.ตร.ตั้งคณะพนักงานสืบสวนคดีพ่อแม่แจ้งความจับลูกสาวหมิ่นเบื้องสูง ตามกฏหมายอาญามาตรา112
กองปราบเสนอผบ.ตร.ตั้งคณะพนักงานสืบสวนคดีพ่อแม่แจ้งความจับลูกสาวหมิ่นเบื้องสูง ตามกฏหมายอาญามาตรา112
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวถึงความคืบหน้า กรณีนายสุรพงศ์ อมรพัฒน์ อายุ 67 ปี และ นางสมจินตนา อมรพัฒน์ อายุ 59 ปี แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ หรือ "โรส" อายุ 34 ปี บุตรสาวคนเล็กของ นายสุรพงศ์ และนางสมจินตนา ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยนำแผ่นดีวีดีบันทึกภาพและเสียงของ น.ส.ฉัตรวดี ที่มีการกล่าวพาดพิงสถาบันเบื้องสูง รวม 7 คลิป มอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งหลังจากพิจารณาหลักฐานแล้วพบว่าพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดทั้งหมิ่นเบื้องสูง และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์
จึงจะเสนอพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ตั้ง คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจะประกอบด้วยกองปราบปราม กองบังคับการปราบปราม อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ตำรวจสันติบาล ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กองการต่างประเทศ และสำนักงานกำหมายและคดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เหมือนกรณีการดำเนินคดีกับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋
โดยตำรวจต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ ก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหา เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและโทษสูง และเมื่อสรุปข้อกล่าวหาแล้วก็จะนำหลักฐานไปขอศาลอนุมัติหมายจับต่อศาลอาญา หากศาลอนุมัติก็จะเข้าสู่กระบวนการความร่วมมือทางคดีอาญาระหว่างประเทศกับ อังกฤษ ซึ่งต้องผ่านช่องทางอัยการสูงสุด เพราะผู้ถูกร้องอยู่ที่ประเทศอังกฤษ
รองผู้บังคับการกองปราบปราม ได้เเจ้งเตือนสื่อเเละประชาชนที่เผยแผ่ข้อความและคลิปวิดีโอ หมิ่นเบื้องสูง อาจถูกดำเนินคดีข้อหากระทำซ้ำ จึงต้องใช้ความระวังระวังในการนำเสนอข่าวและการแชร์ข้อความ
ขณะ เดียวกัน เห็นว่าการโพสต์ข้อความขององค์กรกำจัดขยะของแผ่นดิน ที่ประกาศจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธ ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย เพราะเป็นการล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่น ในลักษณะคุกคามหรือข่มขู่ เพราะเป็นการกระทำที่ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมาย
สำหรับการติดตามจับกุม โกตี๋นั้น จากข้อมูลตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ไม่พบการเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเดินทางหลบหนีตามช่องทางธรรมชาติไม่ผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง .







