
นครบาลชงแก้กม.สถานบันเทิง
นครบาลชงแก้กม.สถานบันเทิง/เพิ่มโทษฝ่าฝืนจับ-ปรับอ่วม
นครบาลชงแก้กม.สถานบันเทิง/เพิ่มโทษฝ่าฝืนจับ-ปรับอ่วม
เมื่อวันที่21 เม.ย.2557 เวลา 13.00น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. เปิดเผยเกี่ยวกับผลการดำเนินการของชุดตรวจสอบสถานบริการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ( ชตส.บช.น. ) ที่ได้ดำเนินการเสนอแก้ไขปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวกับสถานบริการว่า ขณะนี้ร่างกฎหมายที่ขอปรับปรุงแก้ไขได้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2557 ได้มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในประเด็นต่างๆ ดังนี้
1.พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 26 (เดิม ) ผู้ใดตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือดำเนินกิจการสถานบริการเช่นว่านั้นในระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต หรือดำเนินกิจการสถานบริการผิดประเภทที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 26 (แก้ไข) ผู้ใดตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 26/1 (เพิ่มเติมใหม่) ผู้ใดดำเนินกิจการสถานบริการในระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือดำเนินกิจการสถานบริการผิดประเภทที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสามปี หรือ ปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 27 (เดิม) ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 12 มาตรา 14 มาตรา 15 มาตรา 16(1) (2) (3) หรือ (4) มาตรา 16/1 วรรคหนึ่ง หรือกฎกระทรวงตามมาตรา 17 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
มาตรา 27 (แก้ไข) ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 12 มาตรา 14 มาตรา 15 มาตรา 16(1) (2) (3) หรือ (4) มาตรา 16/1 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
มาตรา 27/1 (เพิ่มเติมใหม่) ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง มาตรา 17 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสามปี หรือปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
โดยในส่วนของกฎกระทรวงตามมาตรา 17 นั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการ เนื่องจากปัญหาเรื่องการเปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด มักจะก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ตามมามากมาย
2. กฎกระทรวงกำหนดประเภทของสถานบริการ ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 3(6) โดยเพิ่มเติมนิยามสถานบริการตามมาตรา 3(6) ว่า นอกจากสถานบริการที่กำหนดไว้ตามมาตรา 3(1)-(5) แล้ว ให้สถานที่ที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย หรือยินยอมให้มีการดื่มสุรา ซึ่งลักษณะสถานที่ให้บริการเปิดโล่งหรือตัวอาคารไม่ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั้งหมด โดยจัดให้มีดนตรี การแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง มีระดับเสียงเกิน 80 เดซิเบลเอ ซึ่งให้บริการไม่เกินเวลา 23.00 น. เป็นสถานบริการ
3. กฎกระทรวงกำหนดวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการ พ.ศ.2547 (เดิม)
ข้อ 1. สถานบริการตามมาตรา 3(1) ให้เปิดทำการได้ดังนี้
(1) ระหว่างเวลา 21.00 – 02.00 น. ของวันรุ่งขึ้น สำหรับสถานบริการที่ตั้งอยู่ในเขตโซนนิ่ง
(2) ระหว่างเวลา 21.00 – 24.00 น. ของวันเดียวกัน สำหรับสถานบริการที่ตั้งอยู่นอกเขตโซนนิ่ง
ข้อ 2.สถานบริการตามมาตรา 3(2) ให้เปิดทำการได้ระหว่างเวลา 11.00 – 14.00 น. และ ระหว่างเวลา 18.00 – 24.00 น. ของวันเดียวกัน
ข้อ 3.สถานบริการตามมาตรา 3(3) ให้เปิดทำการได้ดังนี้
(1) ระหว่างเวลา 12.00 – 24.00 น. ของวันเดียวกัน สำหรับสถานบริการที่ตั้งอยู่ในเขตโซนนิ่ง
(2) ระหว่างเวลา 18.00 – 24.00 น. ของวันเดียวกัน สำหรับสถานบริการที่ตั้งอยู่นอกเขตโซนนิ่ง
ข้อ 4. สถานบริการตามมาตรา 3(4) ให้เปิดทำการได้ดังนี้
(1) ระหว่างเวลา 18.00 – 01.00 น. ของวันรุ่งขึ้น สำหรับสถานบริการที่ตั้งอยู่ในเขตโซนนิ่ง
(2) ระหว่างเวลา 18.00 – 24.00 น. ของวันเดียวกัน สำหรับสถานบริการที่ตั้งอยู่นอกเขตโซนนิ่ง
ข้อ 5. สถานบริการตามมาตรา 3(5) ให้เปิดทำการได้ระหว่างเวลา 18.00 – 01.00 น. ของวันรุ่งขึ้น
กฎกระทรวงกำหนดวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการ (ใหม่)
ข้อ 1. สถานบริการตามมาตรา 3(1) ให้เปิดทำการได้ระหว่างเวลา 20.00 – 01.00 น. ของวันรุ่งขึ้น
ข้อ 2. สถานบริการตามมาตรา 3(2) ให้เปิดทำการได้ระหว่างเวลา 11.00 – 14.00 น. และ ระหว่างเวลา 18.00- 01.00 น. ของวันรุ่งขึ้น
ข้อ 3. สถานบริการตามมาตรา 3(3) ให้เปิดทำการได้ระหว่างเวลา 13.00 – 01.00 น. ของวันรุ่งขึ้น
ข้อ 4. สถานบริการตามมาตรา 3(4) ให้เปิดทำการได้ระหว่างเวลา 18.00 – 01.00 น. ของวันรุ่งขึ้น
ข้อ 5. สถานบริการตามมาตรา 3(5) ให้เปิดทำการได้ระหว่างเวลา 18.00 – 01.00 น. ของวันรุ่งขึ้น
ข้อ 6. สถานบริการตามมาตรา 3(6) ให้เปิดทำการได้ระหว่างเวลา 17.00 – 23.00 น. ของวันเดียวกัน
4.กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ใบแทนใบอนุญาตและการต่ออายุใบอนุญาตตั้งสถานบริการ พ.ศ.2548
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า เนื่องจากมีการกำหนดนิยามสถานบริการ ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ มาตรา 3(6) ขึ้นใหม่ จึงต้องมีการกำหนดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการขอใบอนุญาต โดยเสนอให้เก็บค่าธรรมเนียมในอัตราพื้นที่ไม่เกิน 100 ตารางเมตร ฉบับละ 10,000 บาท และ พื้นที่เกิน 100 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 300 ตารางเมตร ฉบับละ 30,000 บาท และ พื้นที่เกิน 300 ตารางเมตร ฉบับละ 50,000 บาท
5. พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในท้องที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ.
จากเดิมที่กำหนดไว้ 3 พื้นที่ ได้แก่
1.ย่านพัฒน์พงษ์
2.ย่านเพชรบุรีตัดใหม่
3.ย่านรัชดาภิเษก
ได้ปรับปรุงเพิ่มเติมอีก 8 พื้นที่ ได้แก่
1.ย่านเพชรบุรี
2.ย่านถนนประเสริฐมนูกิจตัดถนนประดิษฐ์มนูธรรม
3.ย่านลาดกระบัง
4.ย่านสุขุมวิท
5.ย่านราชพฤกษ์
6.ย่านบรมราชชนนี
7.ย่านรัชดา-ท่าพระ
8.ย่านพระราม 2
“โดยทางคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำหนดให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล เชิญผู้เกี่ยวข้องคือกระทรวงวัฒนธรรม , กระทรวงศึกษาธิการ , กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กระทรวงมหาดไทย มาเข้าร่วมประชุมหารือเพื่อให้ความเห็นเพิ่มเติม และจะนำเข้าประชุมกับคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้งในวันที่ 28 เมษายน 2557 เพื่อจะได้นำเสนอให้กระทรวงมหาดไทย และนำเข้าคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป” โฆษกบช.น. กล่าวทิ้งท้าย







