
มือถือรับมือฮาร์ทบลีดแอนดรอยด์4.1.1เสี่ยง
ผู้ให้บริการมือถือเร่งป้องกันฮาร์ทบลีด กูเกิลเตือนแอนดรอยด์ 4.1.1 ยังเสี่ยง
ผู้ให้บริการมือถือเร่งป้องกันฮาร์ทบลีด กูเกิลเตือนแอนดรอยด์ 4.1.1 ยังเสี่ยง
รายงานข่าวจากผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือมือถือต่างๆ ทั่วโลก ออกมายืนยันว่า ได้มีการปรับปรุงและป้องกันช่องโหว่ด้านความปลอดภัยใหม่ ในชื่อโค้ดเนม ฮาร์ทบลีด (Heartbleed) ซึ่งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ มีความเสี่ยงที่จะติดไวรัสชนิดนี้ได้ โดยไวรัสจะเข้าไปเก็บชื่อบัญชีและรหัสผ่านหรือพาสเวิร์ด พร้อมกับส่งออกไปให้กับแฮ็กเกอร์ เพื่อเจาะเข้าสู่อีเมล บัญชีธนาคาร ทั้ง แอปเปิล ได้ออกมายืนยันก่อนหน้านี้แล้วว่า ระบบไอโอเอสไม่มีความเสี่ยงที่จะติดฮาร์ทบลีด รวมถึงวินโดวส์โฟน
ขณะที่ทางกูเกิล แอนดรอยด์ ออกมายอมรับว่า ระบบแอนดรอยด์ 4.1.1 ยังมีความเสี่ยงที่จะติดไวรัสนี้ได้ แต่กำลังเร่งตรวจสอบเพื่อปรับปรุงแก้ไข ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้แอนดรอยด์ 4.1.1 ประมาณ 300 ล้านคนทั่วโลก
นายปริญญา หอมเอนก นักวิชาการด้านระบบความปลอดภัยคอมพิวเตอร์และประธาน บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ เปิดเผยว่า แฮ็กเกอร์ไม่สามารถเจาะระบบที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินใหญ่ๆ ได้ เนื่องจากมีการป้องกันภัยไซเบอร์ที่แน่นหนาและหลายชั้น วิธีการที่ง่ายกว่าคือ เจาะเข้าที่ตัวผู้ใช้งานผ่านวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะการเข้ามาคัดลอกบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านไป
สำหรับวิธีการป้องกันอยู่ที่ตัวผู้ใช้เองต้องมีการเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ ทั้งรหัสอีเมล รหัสบัตรเอทีเอ็ม รหัสอินเทอร์เน็ตแบงก์ โดยต้องมีตัวอักษรใหญ่และเล็ก ตัวเลขและสัญลักษณ์รวมอยู่ด้วยกัน เช่น BgM042#% เป็นต้น ควรหลีกเลี่ยงการตั้งด้วย วันเดือนปีเกิด บ้านเลขที่ หรือเบอร์โทรศัพท์ จากการสำรวจพบว่าคนไทยมากกว่า 80% ใช้ปีเกิดเป็นรหัสบัตรเอทีเอ็ม กรณีของรหัสผ่านต่างๆ ก็เช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ต้องให้ความสนใจเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ด้วยว่า ทุกครั้งที่เข้าเป็นประจำหน้าตาเป็นอย่างไร ตัวอักษรเป็นอย่างไร มีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติหรือไม่ เช่น มีตัวอักษร S เพิ่มขึ้นมา เช่น Kbanks หรือ Ktbs เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นเว็บไซต์ปลอมที่แฮ็กเกอร์ตั้งขึ้นมาหลอกลวงและทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับธนาคาร แต่เป็นผู้ใช้ที่โดนหลอกลวงเข้าไปใช้งาน ขณะที่การใช้งานแอพควรล็อกเอาต์และล็อกอินใหม่ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ เมื่อกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทางกูเกิลได้ออกมาเตือนความเสี่ยงจากไวรัส ฮาร์ทบลีด ทำให้สถาบันการเงินในประเทศไทยได้ตรวจสอบและวางระบบป้องกันตลอดช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่พบว่าฮาร์ทบลีดเข้ามาสร้างความเสียหายให้กับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของสถาบันการเงินไหน







