posttoday
โค้งสุดท้ายมะม่วงหล่น

โค้งสุดท้ายมะม่วงหล่น

18 เมษายน 2557

พรรคเพื่อไทยในเวลานี้นับว่าออกอาการในทางการเมืองพอสมควร หลังจากปรากฏความเคลื่อนไหวของอดีต

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

พรรคเพื่อไทยในเวลานี้นับว่าออกอาการในทางการเมืองพอสมควร หลังจากปรากฏความเคลื่อนไหวของอดีต สส.ในพรรคที่เตรียมเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกงในช่วงสุดสัปดาห์นี้

สาเหตุของการพบกันของอดีต สส.พรรคและ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีอะไรมากไปกว่าการปรึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในอนาคต เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ต่างรู้ดีว่า “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำลังอยู่ในภาวะเจียนอยู่เจียนไปมากที่สุด นับตั้งแต่การยุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องการให้สิ้นความเป็นนายกรัฐมนตรีจากกรณีการโยกย้าย “ถวิล เปลี่ยนศรี” ออกจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุดที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ซึ่งอาจรวมไปถึงแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ต้องปรับแนวทางการต่อสู้เพื่อรักษาอำนาจรัฐเอาไว้ให้อยู่ในมือต่อไปให้นานที่สุด

ศึกหนักที่สุดของพรรคเพื่อไทยกำลังเรียงคิวเข้ามาเป็นจำนวนมากในช่วงรอยต่อเดือน เม.ย.และ พ.ค. ซึ่งศึกทั้งหมดเป็นศึกที่พรรคเพื่อไทยต้องเผชิญหน้ากับองค์กรอิสระแทบทั้งสิ้น

เริ่มที่ศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมพิจารณาคำร้องการให้ยิ่งลักษณ์พ้นจากตำแหน่งจากการโยกย้ายถวิลในวันที่ 23 เม.ย. การประชุมของศาลในครั้งนี้มีความสำคัญตรงที่จะเป็นการพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ขยายเวลาส่งคำชี้แจงออกไปอีก 15 วัน หรือไม่จากเดิมที่ต้องครบกำหนดในวันที่ 18 เม.ย.

หากศาลยอมให้ตามคำขอของ ยิ่งลักษณ์ เท่ากับว่านายกฯ จะมีโอกาสต่อสู้คดีแบบยืดเยื้อไปจนถึงเดือน พ.ค. และมีแนวโน้มไม่น้อยที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมาในช่วงปลายเดือน พ.ค.

กลับกัน ถ้าศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าการขอขยายเวลาทำคำชี้แจงของยิ่งลักษณ์ไม่มีน้ำหนักและขาดเหตุผล เท่ากับว่าในวันที่ 23 เม.ย.ศาลจะมีกำหนดการออกมาว่าศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยชี้ชะตารัฐบาลยิ่งลักษณ์ในวันใด ซึ่งแน่นอนว่าอย่างเร็วภายในเดือน เม.ย. หรืออย่างช้าต้นเดือน พ.ค.

โดยคดีนี้ถือว่ามีความสำคัญต่ออนาคตของรัฐบาลมากที่สุด เพราะศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดคดีนี้องค์กรเดียว โดยไม่ต้องให้องค์กรอื่นมีความเห็นอีก ต่างกับการถอดถอนที่ต้องดำเนินการสองขั้นตอนผ่านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และวุฒิสภา

ถ้าศาลเห็นว่ายิ่งลักษณ์เพียงคนเดียวหรือคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะ ต้องพ้นจากเก้าอี้ไปด้วย ย่อมมีผลให้การจัดการเลือกตั้งต้องสะดุดลงกลางคัน สวนทางกับสุญญากาศทางการเมืองที่จะตามมาเพื่อเปิดช่องให้มีการแต่งตั้งนายกฯ ตามมาตรา 7 เพียงแต่ว่าจะเป็นนายกฯ มาตรา 7 ตามสูตรของพรรคเพื่อไทยหรือของ กปปส.

จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมคนในรัฐบาลถึงออกมาเรียงคิวแสดงความคิดเห็นถล่มศาลรัฐธรรมนูญแบบไม่เว้นในแต่ละวัน

นอกเหนือไปจากศาลรัฐธรรมนูญแล้วยังนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ยังมีคดีที่รอการชี้ชะตาจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ด้วย ซึ่งคดีที่ว่านั้น คือ “คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว”

ยังไม่มีกำหนดการออกมาแน่นอนว่า ป.ป.ช.จะสรุปคดีนี้ได้เมื่อไหร่ เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนพยานจำนวนหนึ่งตามที่ยิ่งลักษณ์ขอ โดย กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เตรียมเข้าให้คำปากต่อ ป.ป.ช.ในวันที่ 18 เม.ย.

ไม่เพียงเท่านี้ ทนายความของยิ่งลักษณ์ยังขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนพยานเพิ่มอีก 2 รายต่อจากกิตติรัตน์ด้วย ได้แก่ อำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม. และ สมชัย สัจจพงษ์ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่า ป.ป.ช.จะใจอ่อนหรือไม่ ถ้า ป.ป.ช.มองว่าพยานทั้งสองปากนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ป.ป.ช.ก็จำเป็นต้องเรียกมาให้ข้อมูลช่วงปลายเดือน เม.ย. ทำให้การสรุปสำนวนล่าช้าออกไปอีก แต่หาก ป.ป.ช.เห็นว่าทั้งสมชัยและอำพนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่จำเป็นต้องมาให้ปากคำต่อ ป.ป.ช. ย่อมเป็นไปได้พอสมควรที่ในช่วงต้นเดือน พ.ค.จะได้ให้เห็นการสรุปสำนวนการถอดถอนยิ่งลักษณ์ของ ป.ป.ช.

การมีมติชี้มูลความผิดยิ่งลักษณ์ ทำให้ยิ่งลักษณ์ต้องเว้นวรรคการทำงานชั่วคราวจนกว่าวุฒิสภาจะมีมติไม่ถอดถอน แต่นายกฯ จะเว้นวรรคยาวหรือสั้น ขึ้นอยู่กับว่าวุฒิสภาจะเปิดประชุมได้หรือไม่ เพราะปัจจุบันยังมีปัญหาข้อกฎหมายที่ถกเถียงกันระหว่างสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและสำนักเลขาธิการ ครม. จากกรณีการถอดถอน “นิคม ไวยรัชพานิช” ประธานวุฒิสภา

สิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไป คือ หาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดยิ่งลักษณ์จนเป็นผลให้ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างที่วุฒิสภายังไม่มีข้อยุติว่าจะเปิดประชุมวุฒิสภาได้หรือไม่ เท่ากับว่ายิ่งลักษณ์ต้องถูกแขวนต่อไปเรื่อยๆ แบบไม่มีกำหนด ซึ่งย่อมไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงในทางการเมืองของยิ่งลักษณ์ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เหนืออื่นใดปัจจัยที่เป็นตัวชี้ชะตาไม่ได้มีเฉพาะองค์กรอิสระเพียงอย่างเดียว เพราะอย่าลืมว่ากลุ่ม นปช.เตรียมชุมนุมใหญ่เพื่อปกป้องยิ่งลักษณ์เช่นกัน แม้ด้านหนึ่งอาจจะดูเหมือนว่าต่อให้ชุมนุมใหญ่จริงก็ไม่อาจมีผลต่อองค์กรอิสระ แต่ในระยะยาวอาจสามารถสร้างเงื่อนไขที่สามารถทำให้ฝ่ายต่อต้านยิ่งลักษณ์ไม่ได้รับชัยชนะแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้

ดังนั้น เมื่อมองจากวาระขององค์กรอิสระแล้วย่อมมีความเป็นไปได้ในระดับหนึ่งว่าในช่วงเดือน เม.ย.ไปจนถึงเดือน พ.ค. อาจได้เห็นบทสรุปของการเมือง แต่ว่าอาจเป็นบทสรุปที่นำไปสู่ปัญหาหรือทางออกยังเป็นปริศนาที่ต้องดูกันอีกยาว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท