
โวยรัฐอืดติดวงจรปิดเทศบาลยะลา
นายกแฉ2ปีไม่คืบปัตตานีประกบยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
นายกแฉ2ปีไม่คืบปัตตานีประกบยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
นายกเทศมนตรีเมืองยะลาโวยรัฐอืด อนุมัติงบติดตั้งวงจรปิด 90 ล้านบาท แต่ผ่านมา 2 ปียังไม่คืบหน้า
นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เปิดเผยว่า ปัญหาก่อวินาศกรรมในพื้นที่เทศบาลเมืองยะลา โดยเฉพาะกรณีคาร์บอมบ์กลางเมืองล่าสุดเมื่อวันที่ 67 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น ส่วนหนึ่งที่ทำให้ป้องกันได้ยากเพราะกล้องวงจรปิดที่ยังครอบคลุมไม่ได้ทุกพื้นที่ หลังจากเกิดเหตุคาร์บอมบ์กลางเมืองยะลาเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางประมาณกว่า 90 ล้านบาท เพื่อนำมาติดตั้งกล้องวงจรปิดในเขตเทศบาลนครยะลา แต่ผ่านมา 2 ปีแล้วก็ไม่ได้ดำเนินการติดตั้งแต่อย่างใด
“เทศบาลนครยะลา ได้เริ่มดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิดตั้งแต่ปี 2548 รวม 4 เฟส มีกล้องวงจรปิดติดตั้งแล้วมากกว่า 300 ตัว โดยเน้นติดตั้งพื้นที่เป้าหมายเพื่อเฝ้าระวังกลุ่มคนร้ายที่จะเข้ามาก่อเหตุ ส่วนหน่วยงานใดที่จะติดตั้งกล้องวงจรปิดนั้น อยากจะแนะนำให้ติดตั้งกล้องที่มีคุณภาพสูง มีบริษัทที่มาดูแลตรวจสอบการทำงาน ไม่ใช่บริษัทที่ตั้งขึ้นเฉพาะกาล และควรจะเป็นบริษัทที่มีความชำนาญโดยเฉพาะ ซึ่งจะต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ให้มาก รวมทั้งเรื่องของการบำรุงรักษาที่เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน และในเรื่องของการบูรณาการร่วมกันของหลายๆ หน่วยงาน จะต้องดำเนินการให้ได้” นายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าว
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า เขตเทศบาลนครยะลามีสี่แยกมากกว่า 400 แยก มีถนนมากกว่า 1,000 สาย มีทางเข้าเมือง 3-4 ช่องทาง จึงจำเป็นต้องเร่งรัดในการดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ก่อเหตุรุนแรง
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ด้านการช่วยเหลือประชาชนที่บ้านเรือนได้รับผลกระทบจากการก่อเหตุคาร์บอมบ์ล่าสุดนั้น ได้เชิญผู้ที่ประสบเหตุบ้านเรือนเสียหายมาพูดคุยร่วมกัน แล้วก็ได้มติร่วมกันว่าจะสร้างอาคารขึ้นใหม่ ขอให้บรรดาเจ้าของบ้านดังกล่าวเร่งรัดการดำเนินการขายเศษเหล็กให้กับผู้รับซื้อของเก่า เพื่อที่จะให้ทางเทศบาลดำเนินการเคลียร์พื้นที่และให้เจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดเข้าตรวจสอบแนวเขตและสามารถเร่งรัดในการก่อสร้างได้
ด้านสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 เม.ย. คนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องใส่ถังแก๊สปิกนิกหนัก 20 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ซุกซ่อนไว้ข้างสนามฟุตบอล ต.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ซึ่งจัดเป็นที่จอดรถสำหรับผู้มาชมการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติดระหว่างตำรวจ สภ.สากอ และชาวบ้าน ต.สากอ แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านได้รับบาดเจ็บรวม 3 คน ประกอบด้วย ส.ต.ท.นพรัตน์ มากชูชิต นายซุลกิฟลี ซามูนิง และด.ญ.สุพัตรา เกษมมาศ อายุ 2 ขวบ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ยกเลิกการแข่งฟุตบอลทันที
ขณะที่ จ.ปัตตานี คนร้ายเดินตามประกบยิงขณะที่นายศราวุฒิ มณีโชติ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ขณะกำลังซื้อของอยู่ภายในตลาดนัด โดยกระหน่ำยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 ถึง 6 นัด ก่อนขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหลบหนีไป ชาวบ้านช่วยกันนำนายศราวุฒิส่งโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายเป็นผู้ก่อความไม่สงบที่ต้องการก่อเหตุต่อกลุ่มคนไทยพุทธ ซึ่งช่วงที่ผ่านมามีคนพุทธตกเป็นเป้าหมายก่อเหตุอย่างต่อเนื่องมาแล้วหลายราย







