
ถกราคาคูปองดิจิทัลไม่จบ
บอร์ดกสท.นัดหารือเคาะมูลค่าอีกยกวันนี้เสียงแตกหวั่นเพิ่มมูลค่าเกิดปัญหา
บอร์ดกสท.นัดหารือเคาะมูลค่าอีกยกวันนี้เสียงแตกหวั่นเพิ่มมูลค่าเกิดปัญหา
กสท.ไร้ข้อสรุปเคาะราคาคูปองทีวีดิจิทัล อ้างขาดข้อมูลประกอบ เตรียมประชุมนัดพิเศษต่อวันนี้
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท. วันที่ 17 เม.ย. ยังไม่สามารถสรุปเรื่องการแจกคูปองทีวีดิจิทัลได้ เนื่องจากติดปัญหามีข้อมูลไม่ครบถ้วนใน 23 ประเด็น ทั้งในเรื่องราคาและปัญหาด้านเทคนิคโดยยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าพิจารณาไม่ลงตัวเรื่องใดบ้าง
ทั้งนี้ หลังพิจารณาเสร็จยังต้องผ่านการพิจารณาอีก 2 ขั้น คือ การพิจารณาโดยคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. จากนั้นจึงนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.ต่อไป
“หากเปิดเผยข้อมูลที่ประชุมไปจะกลายเป็นการกดดันการพิจารณาของคณะกรรมการอีก 2 ชุด” พ.อ.นที กล่าว
นอกจากนี้ กสท.จะจัดประชุมนัดพิเศษขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 18 เม.ย. หากมีข้อมูลครบถ้วน เพื่อให้ทันต่อการนำเข้าที่ประชุม กทปส.ในช่วงบ่าย และหากได้ข้อสรุปจะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม กสทช. ในวันพุธที่ 23 เม.ย.
พ.อ.นที กล่าวว่า จะพยายามสรุปการแจกคูปองทีวีดิจิทัลให้ได้เร็วที่สุด เพื่อให้สามารถเริ่มแจกได้ตามกำหนดเดิมคือ ปลายเดือน มิ.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาเรื่องดังกล่าวยังต้องอยู่บนพื้นฐานความรอบคอบ เพื่อให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะส่งเรื่องเข้าที่ประชุม กสทช.ทันวันพุธหน้าหรือไม่
แหล่งข่าว เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ กสท.มีแนวคิดจะปรับเพิ่มราคาคูปองจาก 690 บาท เป็น 1,200 บาท ซึ่งต้องใช้เงินจากกองทุน กทปส.ถึง 2.74 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในที่ประชุมยังเห็นไม่ตรงกันว่าราคาที่เพิ่มขึ้นนั้นเหมาะสมหรือไม่
นอกจากนี้ ที่ประชุมบอร์ด กสท.ยังมีมติให้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ตแมเนจเม้นท์ ปฏิบัติตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะทางในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555 (มัสต์แฮฟ) ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล 2014 ทุกนัดทางฟรีทีวี
“ประเด็นที่เราจะยื่นอุทธรณ์คือ ตั้งแต่ปี 2513 คนไทยได้ชมฟุตบอลโลกผ่านฟรีทีวีมาตลอดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แม้คำตัดสินของศาลปกครองกลางจะไม่ให้กฎมัสต์ แฮฟ มีผลย้อนหลัง แต่ก็ยืนยันว่าอนาคต คนไทยต้องได้รับชมการแข่งขันดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ดังนั้น ในเมื่ออดีตและอนาคตไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ครั้งนี้ก็ควรเป็นแบบเดียวกัน เราจะไม่ให้บริษัทใดมาพรากสิทธิของประชาชนไป” พ.อ.นที กล่าว
ก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลางพิพากษาให้บริษัท อาร์เอส ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎมัสต์ แฮฟ เนื่องจากบริษัท อาร์เอสซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกมาตั้งแต่ปี 2548 แต่กฎมัสต์ แฮฟ ออกมาปี 2555 จึงไม่สามารถบังคับใช้ย้อนหลัง







