
มาตรการส่งเสริมโดยภาครัฐ : ความเสี่ยงที่แฝงอยู่
...สันติ ชัยศรีสวัสดิ์สุข
สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของโลกและของไทยในปัจจุบันต้องยอมรับว่าเป็นสภาพที่เอื้ออำนวยและสนับสนุนต่อการเข้ามามีบทบาทของภาครัฐมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจ เพราะความไม่แน่นอนและการขาดความสมดุลในมิติต่างๆ ของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจประเทศ (เช่น ความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาคต่างๆ ของโลก ความไม่สมดุลระหว่างภาคเศรษฐกิจต่างๆ ในแต่ละประเทศ)
การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจนั้นมีหลากหลายรูปแบบ แต่ที่จะกล่าวถึงในคราวนี้จะเป็นนโยบายที่กำหนดในลักษณะของมาตรการการส่งเสริมต่างๆ ซึ่งผมคิดว่าต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการกำหนดมาตรการเหล่านั้น
เนื่องจากมาตรการส่งเสริมโดยส่วนใหญ่จะเป็นดาบสองคมที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อความเสียหายอย่างรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ระยะสั้นในปัจจุบัน ธรรมชาติของมาตรการส่งเสริมต่างๆ มักจะมีความเป็นนโยบายประเภทประชานิยมอยู่แล้ว เพราะการดำเนินการมาตรการส่งเสริมต่างๆ มักจะเป็นการที่ภาครัฐเสนอให้ผลประโยชน์ให้แก่ผู้สนใจในระบบเศรษฐกิจนั้นๆ ในการเข้ามาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ภาครัฐต้องการสนับสนุน
การดำเนินมาตรการส่งเสริมต่างๆ ควรจะต้องคำนึงอยู่เสมอว่าการให้การส่งเสริมต้องไม่เป็นการ
“เลือกส่งเสริม” หมายถึง ต้องไม่เป็นการเลือกให้การส่งเสริมเฉพาะบางภาคส่วนในระบบเศรษฐกิจ เพราะการให้ผลประโยชน์โดยผ่านมาตรการส่งเสริมต่างๆ กับบางภาคเศรษฐกิจเป็นการสร้างให้เกิดความไม่เท่าเทียม และขยายไปสู่การขาดความสมดุลในระบบเศรษฐกิจในอนาคต เนื่องจากการดำเนินมาตรการจะทำให้ภาคเศรษฐกิจที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการสามารถดึงดูดทรัพยากรการผลิตไปกระจุกตัวในภาคเศรษฐกิจนั้น ภาคเศรษฐกิจนั้นก็จะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ภาคเศรษฐกิจอื่นในประเทศต้องประสบกับภาวะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่เราก็มักจะเห็นมาตรการในลักษณะนี้อยู่เป็นประจำลองพิจารณามาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นตัวอย่างครับ ประเทศไทยมีนโยบายในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาพอสมควรจนในปัจจุบันภาคการท่องเที่ยวถือได้ว่าเป็นภาคเศรษฐกิจที่ใหญ่และมีความสำคัญมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ สัดส่วนของเศรษฐกิจในสาขาบริการที่ประกอบด้วยบริการการท่องเที่ยวเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนถึงกว่า 40% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ
ถ้าจะถามว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยมีศักยภาพในการแข่งขันหรือไม่ ก็คงจะได้รับคำตอบกันอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยมีศักยภาพสูงมาก แต่ทำไมเรายังต้องมีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวกันอย่างต่อเนื่องจนไม่แน่ใจว่าเราจะต้องส่งเสริมกันจนถึงเมื่อไร
เราเริ่มต้นการส่งเสริมโดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเราให้สามารถแข่งขันได้กับนานาประเทศ ผลของการส่งเสริมทำให้เกิดการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว ทรัพยากรการผลิตไม่ว่าจะเป็นทุน ที่ดิน และแรงงานถูกดึงเข้าสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ราคาที่ดินปรับสูงขึ้น ต้นทุนของเงินทุนสูงขึ้น รวมทั้งค่าแรงงานขยับสูงขึ้นเนื่องจากมีทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า จนมีคนตั้งข้อสังเกตว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีส่วนทำให้อัตราเงินเฟ้อของประเทศเพิ่มขึ้นหรือไม่
ค่าครองชีพของจังหวัดที่มีการขยายตัวด้านการท่องเที่ยวมากดูเหมือนจะสูงกว่าในจังหวัดอื่นที่มีการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวน้อยกว่า จนถึงปัจจุบันที่ภาคการท่องเที่ยวก็ได้รับการพัฒนามาพอสมควรแล้ว
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่าเรายังคงต้องส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกหรือไม่ ถ้ายังคงต้องส่งเสริมต่อไป หมายความว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเรายังมีขีดความสามารถในการแข่งขันไม่เพียงพอหรือไม่ และที่สำคัญกว่านั้น คือ ใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากมาตรการส่งเสริมเหล่านั้น
อย่าลืมว่าการดำเนินมาตรการส่งเสริมเหล่านั้นล้วนแต่มีต้นทุนทั้งสิ้น และผู้ที่แบกรับภาระต้นทุนนั้นอยู่ก็เป็นประชาชนผู้เสียภาษีทั้งหลาย หวังว่าการดำเนินมาตรการเหล่านั้นจะไม่เป็นการให้คนไทยเป็นผู้อุดหนุนให้ต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย หรือเราส่งเสริมการท่องเที่ยวกันเสียจนคนไทยไม่สามารถท่องเที่ยวในประเทศไทยได้อีกต่อไป ต้องเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศเพราะมีราคาถูกกว่าท่องเที่ยวภายในประเทศ
สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งจัดลำดับความสำคัญของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาก่อนนักท่องเที่ยวชาวไทย เพราะเหตุผลสำคัญคือนักท่องเที่ยวต่างชาติมีกำลังซื้อสูงกว่า แต่การแสวงหารายได้ยังคงเป็นวัตถุประสงค์หลักของมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวอยู่หรือเปล่า? อันนี้ไม่แน่ใจ
กระบวนการหรือกลยุทธ์ในการส่งเสริมก็มีความสำคัญไม่น้อยในแง่ของการลดความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินมาตรการส่งเสริม โดยวิธีการในการส่งเสริมจะเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญว่าใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากมาตรการส่งเสริมนั้น ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินมาตรการตามวัตถุประสงค์ของมาตรการ และการลดผลกระทบข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินมาตรการ
ในการดำเนินมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว ผมยังอยากให้พิจารณามาตรการส่งเสริมเพื่อให้คนไทยท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ โดยจะเป็นการส่งเสริมทางด้านอุปสงค์ (Demand side) มากขึ้นแทนที่การให้การส่งเสริมทางด้านอุปทาน (Supply side) ซึ่งในแง่นี้คิดว่ามาตรการส่งเสริมในปัจจุบันก็มีทิศทางที่สอดคล้องอยู่แล้ว
จึงหวังเพียงว่ามาตรการที่พยายามดำเนินการกันอยู่ในปัจจุบันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะปัญหาลดลง หรือไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงต้องหันมาหานักท่องเที่ยวไทยเป็นการชั่วคราว เมื่อเหตุการณ์กลับสู่สภาพเดิมก็จะไปเน้นที่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติอีก แต่ลึกๆ แล้วยังอยากเห็นมาตรการส่งเสริมที่ไม่ไปให้ความสำคัญที่สัญชาติของนักท่องเที่ยว จะเป็นคนไทยหรือต่างชาติก็ไม่เป็นไร
ที่สำคัญน่าจะเป็นการเลือกส่งเสริมไปที่นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากกว่า และจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวของประเทศได้ทางหนึ่งด้วย กลไกการดำเนินมาตรการส่งเสริมในลักษณะนี้นอกจากจะเป็นการช่วยในการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศอย่างยั่งยืนแล้ว ยังเป็นการกระจายผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวไปสู่ภาคส่วนอื่นของระบบเศรษฐกิจ และจะเป็นการลดความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการขาดความสมดุลในระบบเศรษฐกิจของประเทศ จากการขยายตัวที่มากและรวดเร็วเกินไปของสาขาทางเศรษฐกิจหนึ่งจนสาขาอื่นไม่สามารถพัฒนาตามทันได้ในระยะยาว







