
โละครูไม่เก่ง-คุมเข้มครุศาสตร์
“การศึกษา” เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ แต่ทุกครั้งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาบนโต๊ะประชุมเพื่อการปฏิรูป
โดย...ทีมข่าวการเมือง
“การศึกษา” เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ แต่ทุกครั้งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาบนโต๊ะประชุมเพื่อการปฏิรูป แผนที่ได้หลังการพูดคุยก็ไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้เพราะประสบกับปัญหาสั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง
ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เคยประกาศว่าหัวใจของการปฏิรูปการศึกษาใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 มี 3 ประการ คือ 1.บุคคลทุกคนมีสิทธิและโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพเสมอกันตลอดชีวิต และในช่วงการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
2.ปฏิรูปรูปแบบและกระบวนการเรียนรู้ ถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด ให้รู้วิธีการเรียนรู้ และ 3.ระดมและกระจายทรัพยากร จัดการศึกษาให้กว้างขวาง ทั่วถึง และเป็นธรรม ให้ประชาชนมีส่วนร่วม
อย่างไรก็ตาม ภาพสวยหรูที่ประกาศไว้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นเพราะเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่แต่ละครั้ง ทั้งหมดก็เหมือนนับหนึ่งนโยบายการศึกษากันใหม่
วิทยากร เชียงกูล คณบดีกิตติคุณ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่า การปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญถึงขั้นชี้เป็นชี้ตายอนาคตประเทศ และหากจะตั้งเป้าในเรื่องนี้แนวคิดที่ได้ต้องก้าวข้ามเรื่องการหาเสียงทางการเมืองแบ่งพรรคแบ่งพวก ก้าวข้ามนโยบายเอาใจหาเสียงจากครูอาจารย์ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ก้าวข้ามระบบเส้นสาย ฝากครูฝากเด็กของนักการเมืองและหัวคะแนน...
...หาไม่แล้วแนวคิดในการปฏิรูปจะเป็นได้เพียงภาพสวยหรูที่นับถอยหลังในความล้มเหลวเท่านั้น
วิทยากร กล่าวต่อไปว่า หัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาเรื่องแรกคือครู ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับรื้อให้พ้นจากระบบข้าราชการประจำ รวมไปถึงเรื่องโครงสร้างการผลิตครูต้องเข้าไปกำกับคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ที่เปิดรับนักศึกษาโดยไม่คำนึงถึงความต้องการของตำแหน่งงานหรือตลาดแรงงาน รวมถึงการรับนักศึกษาระดับปานกลางค่อนข้างต่ำมากไป
วิทยากร กล่าวว่า กรณีนี้ควรจัดตั้งองค์กรกลางที่สามารถประเมินได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง ไม่ใช่การประเมินจากรายงานและการให้คะแนนประกันคุณภาพเชิงปริมาณ
ขณะเดียวกัน ครูที่ทำงานอยู่เดิมก็ควรมีการทดสอบประเมินผลความเอาใจใส่ความรู้ความสามารถการทำงานและที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ เลิกวิธีการขอวิทยฐานะแบบเขียนรายงานส่ง ซึ่งไม่ได้วัดอะไรได้อย่างแท้จริง ควรส่งเสริมครูที่เก่ง ทำงานดี ตั้งใจทำงาน จัดการฝึกอบรม ให้ทุนไปศึกษาต่อและส่งเสริมพัฒนาให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ เพื่อให้ครูทำงานได้กว้างขวางและพัฒนาตนเองได้เพิ่มขึ้น ครูที่สอนเก่งสามารถเลื่อนขั้นสูงโดยไม่จำเป็นต้องขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารเสมอไป ครูที่มีผลงานปานกลางก็ต้องพยายามให้การศึกษาใหม่
ขณะที่ ครูระดับที่ไม่ค่อยมีความรู้และสอนไม่เก่ง ไม่ตั้งใจเรียนรู้ มีปัญหาด้านต่างๆ ควรเลิกจ้าง ให้เกษียณแบบภาคบังคับ โดยจ่ายชดเชยตามแนวกฎหมายแรงงาน หรือถ้าบางคนอายุยังน้อยและพอทำงานอย่างอื่น เช่น งานธุรการ งานสนับสนุนการสอนได้ก็ย้ายให้ไปทำงานนั้น เพื่อจะได้จ้างครูใหม่ที่เก่งกว่ามาทดแทน
“สิ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาที่ต้องปฏิรูปอีกเรื่องหนึ่ง คือ ระบบการบริหารงานแบบรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลางซึ่งหมายรวมถึงทั้งคณะกรรมการครูและเขตการศึกษา แต่กลับมีผู้บริหารที่ขาดวิสัยทัศน์เพื่อส่วนรวม ขาดความรู้ความสามารถในการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการทุจริตฉ้อฉล แสวงหาผลประโยชน์ อาจจะต้องรื้อถอนระบบบริหารงานการศึกษาอย่างขนานใหญ่ ทั้งเรื่องของบุคคลและระบบบริหารใหม่ ให้เป็นการกระจายอำนาจแบบประชาธิปไตยเครือข่ายแนวราบ” ”วิทยากร กล่าว
วิทยากร กล่าวว่า การกระจายอำนาจจะส่งผลให้ครู ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา สามารถตรวจสอบการทำงาน เพื่อเป็นการคานอำนาจผู้บริหารระดับต่างๆ โดยเฉพาะครูใหญ่ ผู้อำนวยการ คณบดี อธิการบดีได้ รวมถึงยังควรเร่งกระบวนการสอบสวนการร้องเรียนเรื่องทุจริตประพฤติมิชอบของผู้บริหาร ครู อาจารย์ ให้มีประสิทธิภาพแบบตรงไปตรงมา โยกย้ายคนที่ตำแหน่งสูงแต่ทุจริตฉ้อฉลหรือไม่มีประสิทธิภาพออก
อีกด้านหนึ่งที่ต้องปฏิรูปคู่กันไป คือ เรื่องการสอบวัดผล รวมถึงระบบการคัดเลือกเด็กเข้าสู่ระดับอุดมศึกษาที่ยังเน้นการสอบปรนัย ท่องจำเป็นหลัก เรื่องนี้ต้องปฏิรูปเพราะถือเป็นวงจรที่ส่งผลให้ครูอาจารย์สอนนักเรียนเพื่อให้ไปทำข้อสอบได้ ไม่ใช่การสอนเพื่อเพิ่มทักษะความเข้าใจ มีความรู้ ทักษะแบบการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ได้หรือมีจิตสำนึกเพื่อสังคม
วิทยากร ทิ้งท้ายว่า การปฏิรูปการศึกษาต้องพุ่งเป้าไปที่ ผลผลิตของการศึกษาหรือคุณภาพของผู้เรียน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดผลสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง และถือเป็นการวางรากฐานสำคัญให้กับประเทศอย่างยั่งยืน







