posttoday
นโยบายรัฐจนมุมหนี้ท่วมหัวคนไทย

นโยบายรัฐจนมุมหนี้ท่วมหัวคนไทย

16 เมษายน 2557

นับจากต้นเดือน ธ.ค. 2556 ที่รัฐบาลประกาศยุบสภา ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศตกอยู่ในภาวะสุญญากาศมาเป็นเวลานานถึง 4 เดือน

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

นับจากต้นเดือน ธ.ค. 2556 ที่รัฐบาลประกาศยุบสภา ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศตกอยู่ในภาวะสุญญากาศมาเป็นเวลานานถึง 4 เดือน จนทำให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีการปรับลดประมาณการจากที่คาดไว้เดิมจะขยายตัวได้ 45% ต่อปี เหลือขยายตัวได้ 2% กว่าๆ เท่านั้น

หากคิดง่ายๆ ผ่านมาไม่กี่เดือนเศรษฐกิจขยายตัวหายไปเป็นครึ่ง จึงไม่ต้องแปลกใจที่มีการคาดการณ์กันว่า หากปัญหาการเมืองยังเป็นอย่างนี้ไปถึงปลายปี เศรษฐกิจไทยมีหวังไม่ขยายตัวเลย หรือขยายตัวติดลบในที่สุด

ไม่เพียงแต่เศรษฐกิจไทยเท่านั้นที่เข้ามุมอับ นโยบายของรัฐบาลหลายนโยบายก็อยู่ในภาวะจนมุมเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน

ที่เห็นได้ชัด คือ โครงการรับจำนำข้าว ที่รัฐบาลใช้เงินไปแล้ว 8-9 แสนล้านบาท และมีการประเมินกันว่าจะมีผลขาดทุนและเสียหายไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งหรือ 4-5 แสนล้านบาทของเงินที่นำไปใช้ในโครงการ

ที่สำคัญตอนนี้รัฐบาลยังเป็นหนี้กับชาวนาอีกถึง 1 ล้านราย เป็นเงินราว 1 แสนล้านบาท ที่ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินจากที่ไหนมาจ่ายหนี้ชาวนา เพราะเมื่อรัฐบาลยุบสภาทำให้มีข้อจำกัดในการกู้เงินทันที ส่งผลโครงการรับจำนำข้าวจมกองหนี้ ทั้งหนี้จากเงินที่ไปกู้มาใช้ในการดำเนินโครงการก่อนหน้านี้และหนี้ของชาวนาที่รัฐบาลยังไม่มีเงินไปจ่าย

แม้ว่าที่ผ่านมา รัฐบาลจะไปล้วงเงินคงคลังมาจ่ายหนี้ชาวนา 2 หมื่นล้านบาท โดยใช้ช่องทางการเบิกเงินทดรองราชการฉุกเฉิน โดยใช้งบกลางของงบประมาณปี 2557 มาเป็นหลักประกัน ก็ทำได้แค่ซื้อเวลาชั่วคราวเท่านั้น

เพราะมาถึงวันนี้ เงินคงคลังที่เบิกออกไปก็จ่ายชาวนาหมดแล้ว ส่วนเงินจากการระบายข้าวที่ได้ตอนนี้ก็ไปจ่ายชาวนาไม่ได้ เพราะต้องนำมาคืนเงินคงคลังก่อนมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้เป็นภาระผูกพันกับรัฐบาลใหม่ ซึ่งถึงตอนนี้เพิ่งมีเงินระบายข้าวมาใช้เงินกองทุนได้เพียง 1 หมื่นล้านบาท ที่เหลืออีก 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะใช้ได้หมดภายในเดือน พ.ค. 2557 ตามกำหนดเส้นตายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั่นหมายความว่า เงินจากระบายข้าวจะไม่สามารถมาจ่ายคืนชาวนาจนกว่าจะถึงเดือน มิ.ย. 2557

สำหรับการกู้เงินมาจ่ายหนี้ชาวนาก็ถูกปิดประตูจากธนาคารพาณิชย์ เพราะพลิกข้อกฎหมายแล้วเห็นว่าเสี่ยงผิดกฎหมาย ทำให้ธนาคารไม่ได้เงินคืน จึงตัดใจไม่ปล่อยกู้ ส่งผลให้โครงการรับจำนำข้าวที่เป็นนโยบายชิ้นเอกของรัฐบาลอยู่ในภาวะไร้อนาคต และชาวนาอีก 1 ล้านรายที่รัฐบาลติดหนี้อยู่ ก็อยู่ในภาวะสิ้นหวังที่จะได้เงินคืน ตราบใดที่รัฐบาลรักษาการยังดื้ออยู่ในอำนาจที่ไม่มีอำนาจดำเนินการอะไรได้อีกต่อไป

ไม่เพียงโครงการรับจำนำข้าวที่มีปัญหาอยู่ในซอยตัน โครงการรถยนต์คันแรกที่เป็นนโยบายสำคัญในการหาเสียงของรัฐบาลก็เป็นอีกโครงการที่ต้องดิ้นหนีตายเหมือนโครงการรับจำนำข้าว จะต่างกันตรงที่เป็นเงินจำนวนน้อยกว่าเท่านั้น

ล่าสุด รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ออกมาเปิดเผยว่า กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้เซ็นอนุมัติให้ใช้งบกลางของงบประมาณปี 2557 จำนวน 8,000 ล้านบาท เพื่อมาจ่ายคืนรถคันแรกให้ได้ครบไปจนถึงสิ้นปีงบประมาณหรือสิ้นเดือน ก.ย. 2557

ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า การของบกลางไม่น่าจะมีปัญหา เพราะกระทรวงพาณิชย์ได้ระบายข้าวนำเงินมาคืนเงินคงคลังแล้ว 1 หมื่นล้านบาท ทำให้เงินงบกลางที่มาค้ำการนำเงินคงคลังไปจ่ายค่าข้าวก็ปลอดค้ำประกัน 1 หมื่นล้านบาท ยิ่งแสดงให้เห็นว่านโยบายของรัฐบาลยิ่งนับวันยิ่งจนมุม ต้องไปล้วงเงินคงคลัง ล้วงเงินงบกลางมาจ่ายหนี้กับผู้เข้าร่วมโครงการตามนโยบายของรัฐบาล

ในส่วนของโครงการรถยนต์คันแรก หากย้อนไปดูต้นกำเนิดก็จะเห็นว่ารัฐบาลแจกให้ชนิดไม่ยั้งคิด เดิมโครงการรถยนต์คันแรกตั้งเป้าคนมาใช้สิทธิ 5 แสนคัน เป็นเงินที่ต้องจ่ายคืน 3 หมื่นล้านบาท แต่โครงการมีผู้มาใช้สิทธิน้อย รัฐบาลกลัวเสียหน้า และต้องการเอาใจผู้ประกอบการรถยนต์ มีการผ่อนปรนเงื่อนไขกันยกใหญ่จนยอดผู้ใช้สิทธิสูงถึง 1.25 ล้านคัน เป็นเงินที่ต้องจ่ายคืนให้กับผู้ใช้สิทธิถึง 9 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ส่งผลทำให้เงินที่หามาจ่ายคืนชักหน้าไม่ถึงหลัง

ที่สาหัสไปกว่านั้น โครงการรถยนต์คันแรกต้องมารอคิวโครงการรับจำนำข้าว เพื่อใช้งบกลางมาจ่ายให้ผู้ใช้สิทธิ ซึ่งต้องดูต่อไปว่าสำนักงบประมาณจะเห็นชอบหรือไม่ เพราะงบกลางของงบประมาณปี 2557 มีอยู่ราว 7 หมื่นล้านบาท มีภาระผูกพันใช้ถึงสิ้นปีงบประมาณราว 5 หมื่นล้านบาท มีเหลืออยู่ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งทางสำนักงบประมาณกันไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเกิดภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต และเป็นเหตุผลทำให้สำนักงบประมาณไม่ให้โครงการรับจำนำข้าวมาใช้งบกลาง โดยให้ไปใช้เงินคงคลัง โดยใช้ช่องของการเบิกเงินทดรองราชการกรณีฉุกเฉินล้วงเงินคงคลังออกมา

เมื่อเป็นเช่นนี้ หากสำนักงบประมาณยอมให้คลังใช้งบกลางเพื่อจ่ายรถคันแรก 8,000 ล้านบาท เท่ากับว่าจะเหลืองบกลาง 1.2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ที่ไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งเหลือเวลาอีกถึง 6 เดือน

นอกจากนี้ ยังมีกองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่พยายามให้กระทรวงการคลังของบกลางจำนวน 6,000 ล้านบาท มาปล่อยกู้ให้กับนักเรียนนักศึกษา เพราะการตั้งงบประมาณปี 2557 รัฐบาลได้ตัดงบประมาณดังกล่าวของ กยศ.ทิ้งไป เพราะงบประมาณมีจำกัดไม่เพียงพอ

จากกรณีงบของ กยศ.ถูกตัดไป ก็มองได้ว่า ในปีงบประมาณ 2557 รัฐบาลมีงบถูกตั้งใช้ความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวให้กับ ธ.ก.ส. ถึง 8 หมื่นล้านบาท ทำให้ต้องเบียดตัดงบส่วนอื่น รวมถึงงบของ กยศ.

เมื่อต่อภาพรวมกันจะเห็นว่า นโยบายของรัฐบาลกำลังมีปัญหากินหางกันเอง กองทุน กยศ.ถูกโครงการรับจำนำกินหางแย่งเงินงบประมาณไปจนทำให้นักเรียนและนักศึกษากว่าแสนรายไม่ได้รับเงินกู้จนมีปัญหาการศึกษาต่อได้

โครงการรถยนต์คันแรก ซึ่งที่ผ่านมาเป็นอีกโครงการที่ไปเบียดแย่งงบจากกองทุน กยศ.มาถึงวันนี้ โครงการรถยนต์คันแรก และ กยศ. กำลังแย่งเงินจากงบกลางเพื่อเอาตัวรอด

ในขณะเดียวกัน เงินงบกลางที่ร่อยหรอลงเรื่อยๆ ก็เป็นการปิดโอกาสโครงการรับจำนำข้าวไปล้วงเงินคงคลังอีก หากต้องการแก้ปัญหาเฉพาะ เพราะไม่มีเงินงบกลางมาให้แปะโป้งไว้ก่อนอีกต่อไป

ภาวะที่ประเทศต้องตกในสุญญากาศนานเกินไป ทำให้นโยบายของรัฐบาลต่างๆ ของรัฐบาลยิ่งนับวันยิ่งมีปัญหา ยิ่งแก้ก็ยิ่งวุ่น เพราะเป็นการแก้ขอเอาตัวรอดไปวันๆ เท่านั้น ทิ้งความเสียหายให้ประเทศเป็นหนี้นับล้านล้านบาท ที่ผู้เสียภาษีต้องแบกรับชนิดไม่มีทางเลือก

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์