
นโยบายรัฐจนมุมหนี้ท่วมหัวคนไทย
เพิ่งจะสิ้นสุดเทศกาลแห่งความสุขในช่วงวันหยุดยาวอย่าง “สงกรานต์” ในกรุงเทพฯ เมื่อวานนี้ แม้หลายจังหวัดนอกเมืองหลวงจะยังเฉลิมฉลองกันอย่างต่อเนื่องอีกหลายวันก็ตาม
เพิ่งจะสิ้นสุดเทศกาลแห่งความสุขในช่วงวันหยุดยาวอย่าง “สงกรานต์” ในกรุงเทพฯ เมื่อวานนี้ แม้หลายจังหวัดนอกเมืองหลวงจะยังเฉลิมฉลองกันอย่างต่อเนื่องอีกหลายวันก็ตาม
ทั้งนี้ ประเพณีสงกรานต์ของไทยได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลกผ่านสื่อต่างๆ หลายรูปแบบ นอกจากนำเสนอภาพข่าวการเล่นน้ำและประแป้งอย่างสนุกสนานหลายจุดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดแล้ว สำนักข่าวหลายแห่งยังแสดงความคิดเห็นถึงประเพณีขึ้นปีใหม่ไทยนี้กับเหตุบ้านการเมืองไทยที่เคยวุ่นวายติดต่อกันนานหลายเดือนของไทยด้วย
เริ่มจากวอลสตรีท เจอร์นัล ที่แสดงความคิดเห็นว่า เทศกาลสงกรานต์นี้ทำให้ทุกกลุ่มทั้งผู้สนับสนุนและต่อต้านรัฐบาลหยุดการเคลื่อนไหวใดๆ นอกจากสงครามน้ำที่สาดใส่กันตามประเพณี ประหนึ่งว่าเทศกาลนี้ทำให้คนไทยกลับมารวมกันอีกครั้ง
นอกจากนี้ ทางแกนนำกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ ยังประกาศยุติการเคลื่อนไหวชั่วคราวเพื่อให้ผู้สนับสนุนที่มีภูมิลำเนานอกเมืองหลวงเดินทางกลับบ้านไปเฉลิมฉลองเทศกาลนี้กับครอบครัว ส่วนผู้สนับสนุนสายฮาร์ดคอร์ก็เลือกที่จะปักหลักอยู่ภายในสวนลุมพินี โดยไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น
แม้ว่าหลายฝ่ายจะกังวลว่าเหตุความไม่สงบทางการเมืองไทยอาจจะส่งผลต่อการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ของไทยให้ย่ำแย่ลงไปอีก แต่การประกาศพักการชุมนุมชั่วคราวนี้ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการต่อลมหายใจอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย
อย่างไรก็ดี สุเทพ กล่าวว่า หลังสงกรานต์น่าจะมีการชุมนุมต่อ โดยผู้สนับสนุนที่เดินทางกลับบ้านน่าจะกลับมาร่วมการชุมนุมอีกครั้ง และอาจจะยกระดับการชุมนุมให้เข้มข้นขึ้น เช่นเดียวกับกลุ่มเสื้อแดงที่สนับสนุนรัฐบาลที่ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ช่วงสงกรานต์ ก็ประกาศกร้าวโดยแกนนำอย่าง จตุพร พรหมพันธุ์ ว่า วางแผนที่จะรวมตัวอีกครั้งทันที ถ้ากลุ่มผู้ต่อต้านออกมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลหลังสงกรานต์
ด้านสื่อเอเชีย อย่าง อินเดียน เอ็กซ์เพรส ก็เผยผลสำรวจของประชาชนชาวไทยเกี่ยวกับเหตุวุ่นวายทางการเมืองกับเทศกาลสงกรานต์ โดยการสอบถามความคิดเห็นว่าความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นกระทบต่อเทศกาลสงกรานต์หรือไม่ พบว่า 65% ของผู้ตอบคำถามดังกล่าว เชื่อว่าน่าจะกระทบ โดยเฉพาะบรรยากาศการจัดงาน จิตใจของประชาชน และความรู้สึกเกี่ยวกับความปลอดภัย รวมถึงเศรษฐกิจที่ยังไม่แจ่มใส ซึ่งมีเพียงแค่ 25% เท่านั้น ที่เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบ
นอกจากบรรยากาศที่ค่อนข้างผ่อนคลายจากปัญหาการเมืองและความสนุกสนานในเทศกาลสำคัญนี้แล้ว สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่ง อาทิ อินเดียน เอ็กซ์เพรส และ แชนแนลนิวส์ เอเชีย ของสิงคโปร์ ยังรายงานเรื่องเศร้าจากความสูญเสียจากอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย ที่พบว่า เพียงแค่ 2 วัน (11-12 เม.ย.) เกิดอุบัติเหตุแล้ว 850 ครั้ง โดยมีผู้เสียชีวิต 102 คน บาดเจ็บ 893 คน หรือกล่าวได้ว่า สถิติดังกล่าวแทบจะไม่ลดลงเลยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาในช่วงเดียวกัน







