posttoday
คดีลิขสิทธิ์หนังสือของไทย (ต่อ)

คดีลิขสิทธิ์หนังสือของไทย (ต่อ)

16 เมษายน 2557

เมื่ออ่านถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านจะได้เห็นถึงความสลับซับซ้อนของกฎหมายลิขสิทธิ์ และพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนในแง่มุมต่างๆ ของผู้พิพากษามากขึ้น เวลาที่ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือผู้ที่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เมื่ออ่านให้ดีจะได้ทราบและระแวดระวังไว้ จึงขอระบุที่มาอีกครั้งว่า เรื่องนี้มาจากหนังสือรวมคำพิพากษาศาลฎีกา คดีลิขสิทธิ์ ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เผื่อท่านที่อ่านของผู้เขียนแล้วยังไม่แน่ใจจะได้ไปหาอ่านได้ เนื่องจากผู้เขียนต้องอ่าน วิเคราะห์ ทำความเข้าใจ หรือใช้เวลาให้สมองย่อยเรื่องเหล่านี้ที่ละตอนๆ ก่อนจะสรุปเป็นภาษาธรรมดาๆ มาเขียนเล่าให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกัน

เมื่ออ่านถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านจะได้เห็นถึงความสลับซับซ้อนของกฎหมายลิขสิทธิ์ และพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนในแง่มุมต่างๆ ของผู้พิพากษามากขึ้น เวลาที่ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือผู้ที่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เมื่ออ่านให้ดีจะได้ทราบและระแวดระวังไว้ จึงขอระบุที่มาอีกครั้งว่า เรื่องนี้มาจากหนังสือรวมคำพิพากษาศาลฎีกา คดีลิขสิทธิ์ ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เผื่อท่านที่อ่านของผู้เขียนแล้วยังไม่แน่ใจจะได้ไปหาอ่านได้ เนื่องจากผู้เขียนต้องอ่าน วิเคราะห์ ทำความเข้าใจ หรือใช้เวลาให้สมองย่อยเรื่องเหล่านี้ที่ละตอนๆ ก่อนจะสรุปเป็นภาษาธรรมดาๆ มาเขียนเล่าให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกัน

ที่ผู้เขียนกล่าวว่า ตอนนี้จะเป็นตอนที่ทำให้เห็นแง่มุมต่างๆ ได้มาก เพราะมีการพิจาณาทั้งจากพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. 2474 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และความตกลงระหว่างประเทศ ได้แก่ Berne Union และ Berne Convention for the Protection of Literary and Artistic Work ซึ่งอนุสัญญานี้ยังมีฉบับแก้ไขที่กรุงปารีส ค.ศ. 2896 และแก้ไขที่กรุงเบอร์ลิน ค.ศ. 2908 ด้วย

ที่จริงแล้วประเด็นวินิจฉัยวรรณกรรม 4 เรื่อง สุดท้ายมีความคล้ายคลึงกันมากในช่วงแรก แล้วจึงมาแตกต่างกันไปตามปี พ.ศ. ที่แต่งและที่แปล รวมถึงเมื่อมีเรื่องของพระราชบัญญัติฉบับเก่ากับฉบับใหม่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แถมยังมีเรื่องความตกลงระหว่างประเทศอีก ก็เลยทำให้ต้องแยกประเด็นวินิจฉัยเป็น 2 เรื่องกับ 2 เรื่อง

อย่างไรก็ตาม วรรณกรรมภาษาอังกฤษของ อกาธา คริสตี้ จำนวน 4 เรื่อง ได้แก่ Third Girl, Endless Night, Nemesis และ Sleeping Murder ได้มีการโฆษณาครั้งแรกภายในวันที่ 17 กรกฎาคม 2474 จึงเท่ากับการโฆษณาครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. 2474 แล้ว และย่อมได้รับความคุ้มครองนับจากวันโฆษณาครั้งแรกบวกไปอีก 30 ปี นอกจากนี้การที่คนไทยได้นำทั้ง 4 เรื่องมาแปลเป็นภาษาไทยนั้น เป็นการแปลในปี 2525 2525 2523 และ 2523 ตามลำดับ ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 แล้ว ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้การคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ชั่วชีวิตของผู้แต่งบวกอีก 50 ปี ดังนั้นจึงดูว่าน่าจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของวรรณกรรมภาษาอังกฤษของ อกาธา คริสตี้ แต่ยังไม่ใช่ คราวนี้ล่ะที่ความตกลงระหว่างประเทศ และการขอสงวนลิขสิทธิ์ที่บรรพบุรุษของเราได้ทำไว้ เริ่มขี่ม้าขาวมาช่วย แต่น่าจะเป็นบรรพบุรุษผู้ชาย ไม่ใช่นารีขี่ม้าขาว กล่าวคือ ตอนที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี Berne Union และอนุสัญญากรุงเบิร์น (Berne Convention) นั้น รัฐบาลไทยได้แจ้งขอสงวนสิทธิ (Reservation) ไว้ 6 ข้อ ที่จะไม่ผูกพันปฏิบัติตามอนุสัญญากรุงเบิร์น ฉบับแก้ไขปี ค.ศ. 1908 แต่ยอมผูกพันตามอนุสัญญากรุงเบิร์นฉบับแรก คือ เมื่อ ค.ศ. 1886 และพิธีสารสุดท้ายของอนุสัญญาดังกล่าว รวมทั้งฉบับที่แก้ไขที่กรุงปารีส ค.ศ. 1896

พูดง่ายๆ ก็คือ Berne Convention นั้น เมื่อเริ่มมีการตกลงกันใน ค.ศ. 1886 ได้มีการแก้ไขหลายครั้ง ทั้งที่กรุงปารีสและที่นครเบอร์ลิน ยิ่งแก้ก็ยิ่งผูกมัดเข้มข้นขึ้น ประเทศไทยซึ่งเพิ่งจะมีการคุ้มครองลิขสิทธิ์กับเขาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว คือ มีพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ และถูกเขาชักชวนเชิงบังคับให้เข้าไปเป็นสมาชิกความตกลงระหว่างประเทศ จึงต้องขอสงวนสิทธิในประเด็นที่เราเองยังไม่มีกฎหมายรองรับ ผู้เขียนใช้คำว่า “มีการคุ้มครองลิขสิทธิ์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว” ก็เพราะตั้งแต่ประวัติศาสตร์มา ไม่ใช่ประเทศไทยเราจะไม่มีการคุ้มครองลิขสิทธิ์เลย เราก็มีเหมือนกัน กล่าวคือ เรามีหอจดหมายเหตุวชิรญาณ ซึ่งใครจะนำหนังสือจากหอจอหมายเหตุดังกล่าวมาทำซ้ำ ต้องขออนุญาตจากกรรมการก่อน

ทีนี้ก็กลับมาเข้าเรื่องที่ไทยขอสงวนสิทธิดีกว่า เนื่องจาก Berne Convention ฉบับแก้ไขที่กรุงเบอร์ลิน ค.ศ. 1908 เขาต้องให้สมาชิกอนุสัญญานี้ให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ที่ทำขึ้นในประเทศภาคีอื่นๆ ซึ่งรวมไปถึงประเด็นที่เจ้าของเท่านั้นที่จะแปลงานของตน หรือเป็นคนอนุญาตให้คนอื่นแปล ประเทศไทยจึงขอสงวนสิทธิไว้คือไม่ปฏิบัติตาม แต่ไปปฏิบัติตามเฉพาะฉบับที่แก้ไขก่อนหน้านี้ คือ แก้ไขที่กรุงปารีส ค.ศ. 1896 ที่กำหนดไว้อย่างมีเงื่อนไขว่า ถึงแม้จะต้องให้ความคุ้มครองงานอันมีลิขสิทธิ์แก่เจ้าของผลงานที่อยู่ในประเทศภาคีทั้งหลาย แต่ถ้าผู้สร้างสรรค์งานนั้นมิได้แปลและโฆษณาผลงานของตนเป็นภาษาที่ต้องการให้ได้รับความคุ้มครองในประเทศภาคีภายในระยะเวลา 10 ปี นับแต่การโฆษณางานเดิมเป็นครั้งแรก การคุ้มครองดังกล่าวในประเทศภาคีย่อมเป็นอันหมดสิ้นไป ซึ่งในที่นี้ก็คือ ถ้าไม่ได้แปลเป็นภาษาไทยภายใน 10 ปี นับจากที่มีการประกาศโฆษณาครั้งแรก สำหรับเรื่อง Third Girl และ Endless Night คือ ประมาณปี 2509 และ 2510 ตามลำดับ เมื่อบวกไปอีก 10 ปี ก็คือ ปี 2519 และ 2520 ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของโจทก์จึงถูกระงับไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2520 และ 1 มกราคม 2521 ตามลำดับ จากที่สิทธิแต่เพียงผู้เดียวดังกล่าวของ อกาธา คริสตี้ ถูกระงับไปแล้ว การแปลดังกล่าวจึงเป็นการแปลที่ทำขึ้นโดยชอบ เช่นเดียวกับอีก 11 เรื่องที่ผ่านมา แม้จะเป็นการแปลในช่วงที่ไทยมีพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 และเป็นสมาชิกความตกลงระหว่างประเทศแล้วก็ตาม 2 เรื่องที่กล่าวมานี้ จึงมีความแตกต่างจากอีก 2 เรื่อง คือ Nemesis และ Sleeping Murder ที่จะกล่าวต่อไปในฉบับหน้า ถึงแม้ประเด็นแรกๆ จะเหมือนกันก็ตาม

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล