
4ปีจีนซื้อทองพุ่ง25%คนชั้นกลางร่ำรวยขึ้น
คาดจีนต้องการทองคำพุ่งขึ้นอีก 25% ภายในปี 2560 เหตุชนชั้นกลางร่ำรวยขึ้น
คาดจีนต้องการทองคำพุ่งขึ้นอีก 25% ภายในปี 2560 เหตุชนชั้นกลางร่ำรวยขึ้น
สภาทองคำโลกในกรุงลอนดอน คาดการณ์ว่า ปริมาณความต้องการบริโภคทองคำในประเทศจีนจะปรับตัวสูงขึ้นราว 25% เป็น 1,350 ตัน ในปี 2560 โดยเป็นผลจากประชากรชนชั้นกลางของประเทศมีฐานะร่ำรวยมั่งคั่งมากขึ้น
ทั้งนี้ จีนสามารถแซงหน้าอินเดียกลายเป็นประเทศผู้ใช้ทองคำมากที่สุดในโลกเมื่อปี 2556
ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของบลูมเบิร์ก ประเมินว่า การที่เศรษฐกิจของจีนมีแนวโน้มขยายตัวเติบโตที่ 7.4% ในปีนี้ ซึ่งแม้จะน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2533 แต่ก็ถือว่ามากกว่าตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจของสหรัฐถึง 2 เท่า รวมถึงความพยายามรักษาระดับการเติบโตของรัฐบาลจีน ทำให้ความต้องการทองคำพุ่งสูงขึ้นได้ไม่ยาก
นอกจากนี้ อัตราขยายตัวของชนชั้นกลางซึ่งเป็นกำลังซื้อทองคำหลักที่จะเพิ่มมากกว่า 60% หรือ 500 ล้านคน ในอีก 6 ปีข้างหน้า ยังช่วยส่งเสริมให้ความต้องการทองคำพุ่งขึ้นอีก โดยปริมาณทองคำในครัวเรือนจีนยังมีอยู่น้อยเพียง 3 แสนล้านตัน ทำให้มีโอกาสโตได้อีก
นายอัลเบิร์ต เชิง ผู้อำนวยการตะวันออกไกลของสภาทองคำโลก ให้ความเห็นในแถลงการณ์ว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นของชนชั้นกลาง และความต้องการสะสมสินทรัพย์มีค่า จะช่วยให้ความต้องการทองคำเพิ่มขึ้น ทั้งที่เป็นเครื่องประดับและแหล่งลงทุน
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดทองคำในปีนี้อาจอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากราคาที่ลดลงอย่างมากในปีที่แล้ว ทำให้คนแห่ซื้อเป็นจำนวนมาก จนส่งผลต่อกำลังซื้อในปีนี้ โดยสภาทองคำโลกประมาณการเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาว่า การใช้ทองคำของจีนคิดเป็นสัดส่วน 28% ของปริมาณการใช้ทองคำ ทั้งหมดทั่วโลกในปี 2556
ปีที่แล้วราคาทองคำดิ่งลงอย่างรวดเร็วถึง 28% ถือว่ามากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2524 และผลักดันให้จีนกลายเป็นชาติที่มีการบริโภคทองคำมากที่สุดในโลกแทนที่อินเดีย ที่ออกกฎคุมเข้มการนำเข้าเพื่อควบคุมความต้องการภายในประเทศ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 เม.ย. เวลา 20.45 น. ตามเวลาประเทศไทย ราคาทองคำล่วงหน้ารูดลงแรงถึง 25 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซื้อขายบริเวณ 1,293 เหรียญสหรัฐ







