
ดินแดงสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยน
บริเวณใต้ทางด่วนดินแดง กลายเป็นเวทีย่อยของกลุ่มคนเสื้อแดง หลังปฏิบัติการปิดล้อมพื้นที่ชุมนุมบริเวณราชประสงค์ของทหารมาได้ 3 วัน ห่างจากใต้ทางด่วนไปทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 500 เมตรเลี้ยวเข้าถนนราชปรารภ ได้กลายเป็นโซนอันตรายที่มีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมมาตลอด 3 วัน จนมีผู้บาดเจ็บล้มตายไปจำนวนหนึ่ง
ตลอดวันที่ 16 พ.ค. สถานการณ์บริเวณดินแดงต่อเนื่องไปถึงถนนราชปรารภและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิดูผ่อนคลายลงจากเมื่อ 2 วันก่อน เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายปักหลักอยู่ในที่ตั้งของตัวเอง โดยฝ่ายผู้ชุมนุมใช้พื้นที่บริเวณใต้ทางด่วนเป็นที่ตั้ง ห่างไปประมาณ 300 เมตรตรงทางขึ้นสะพานข้ามแยกสามเหลี่ยมดินแดงไปอนุสาวรีย์ฯ ผู้ชุมนุมได้ตั้งบังเกอร์ยางรถยนต์และไม้ไผ่เอาไว้อย่างหนาแน่น
ตลอดวันกลุ่มคนเสื้อแดงได้มีการตระเตรียมระดมกำลังจากมวลชนเสื้อแดงในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อมาสมทบกันตรงจุดนี้จาก 300400 คนในช่วงเช้าเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,000 คนในช่วงเย็น พร้อมรถกระจายเสียงสำหรับขึ้นปราศรัยปลุกมวลชนและแจ้งข่าวสารอยู่ตลอดเวลา
ขณะที่ฝ่ายทหารได้ตั้งมั่นอยู่ในพื้นที่ถนนราชปรารภบริเวณแยกซอยรางน้ำ โดยไม่มีความเคลื่อนไหว ตลอดทั้งวันมีเพียงเสียงประทัดยักษ์และการจุดไฟเผากองยางจนควันไฟดำคละคลุ้งอยู่ทั่วบริเวณ เพื่ออำพรางสายตาของทหารที่กลุ่มผู้ชุมนุมเชื่อว่ามีการซุ่มอยู่บนอาคารต่างๆ
กระทั่งเวลา 17.00 น. โดยประมาณ สถานการณ์บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดงก็เพิ่มความร้อนแรงจนถึงขั้นตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อผู้ชุมนุมได้พยายามรุกคืบจากแนวบังเกอร์ยางไปตรงแยกที่จะเลี้ยวไปทางถนนราชปรารภ เสียงปืน เสียงประทัดจึงดังขึ้นเป็นช่วงๆ ขณะที่ผู้ชุมนุมได้พยายามโหมไฟเผายางรถยนต์จำนวนมากจนควันไฟดำปกคลุมมืดไปทั่วบริเวณ เสียงตูมตามจึงค่อยๆ เงียบหายไป
จนเข้าสู่ช่วงเย็น ผู้ชุมนุมหนาตาขึ้น แกนนำชั่วคราวตั้งเวทีปราศรัยและคุมสถานการณ์ไม่ให้กลุ่มเสื้อแดงเข้าไปบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เพื่อความปลอดภัย รอระดมพลให้เต็มจำนวนกลายเป็นฐานที่มั่นใหญ่ 1 ใน 3 อันประกอบด้วย ดินแดง คลองเตย และหน้าพรรคเพื่อไทย







