
กกต.ชี้เลือกตั้งยืดเยื้อหรือไม่อยู่ที่รัฐบาล
"สมชัย"ชี้การเลือกตั้งใหม่จะยืดเยื้อหรือไม่ อยู่ที่รัฐบาลจะเห็นด้วยกับข้อเสนอกกต.หรือไม่ ชี้หากไม่เห็นพ้องการเลือกตั้งก็ต้องเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ
"สมชัย"ชี้การเลือกตั้งใหม่จะยืดเยื้อหรือไม่ อยู่ที่รัฐบาลจะเห็นด้วยกับข้อเสนอกกต.หรือไม่ ชี้หากไม่เห็นพ้องการเลือกตั้งก็ต้องเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ
เมื่อวันที่ 13 เม.ย. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารจัดการเลือกตั้งเปิดเผยว่า ในวันที่ 17 เม.ย. กกต.จะมีการหารือเพื่อกำหนดประเด็นการหารือกับตัวแทนพรรคการเมือง ซึ่งจนขณะนี้มีพรรคการเมืองที่ได้รับการจดแจ้งโดยสมบูรณ์แล้วทั้งสิ้น 70 พรรคการเมือง ซึ่งจะส่งตัวแทนมาหารือกับ กกต. ในวันที่ 22 เม.ย. นี้ ก่อนที่ กกต. จะมีการประชุมอีกครั้งเพื่อประเมินสถานการณ์ประกอบข้อคิดเห็นขอฝายต่างๆเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งครั้งใหม่ ก่อนจะนัดหารือกับรัฐบาลอีกครั้ง
นายสมชัยกล่าวว่า รัฐบาลต้องเป็นฝ่ายนำพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เลือกตั้ง ขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ต้องเป็นความเห็นร่วมกันระหว่าง กกต. กับรัฐบาล คือต้องเห็นร่วมกันว่า วันที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งเหมาะสม แต่ตอนนี้การคุยกันครั้งใหม่สถานการณ์จะเปลี่ยนไปไม่เหมือนคราวที่ กกต. หารือกับรัฐบาลที่สโมสรทหารบกเพื่อขอให้เลื่อนการเลือกตั้ง 2 ก.พ. เพราะครั้งนั้นรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของ กกต. การเลือกตั้งจึงต้องเดินหน้าตามเดิม ซึ่งนำมาสู่การเลือกตั้งที่ไม่สำเร็จ แต่ครั้งนี้หากรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของ กกต. สถานการณ์จะกลับกัน คือจะยังไม่มีการเลือกตั้งจนกว่าจะเห็นพ้องร่วมกันได้
"ครั้งนี้ถ้ารัฐบาลไม่ยอม ผลคือตกลงกันไม่ได้ พ.ร.ฎ. ก็จะยังไม่ออกจนกว่าจะคุยกันรู้เรื่อง ตรรกะมันพลิกกลับ เชื่อว่าคงไม่มีทางที่จะให้ออกมาแล้วแต่ที่ กกต. เสนอทุกทางหรอก เพราะแค่นัดหารือวันที่ 22 เม.ย. ก็เรียกร้องอยากให้เลือกตั้งก่อนสงกรานต์แล้ว มันจึงต้องคุยร่วมกันทั้งสองฝ่ายก่อน แต่ยิ่งรัฐบาลเห็นต่างการเลือกตั้งมันก็ยิ่งช้าลง"นายสมชัยกล่าว
นายสมชัย กล่าวอีกว่า กกต. ได้เตรียมการประกาศระเบียบเพื่อรับมือกับปัญหาการรับสมัครเลือกตั้งที่เคยประสบปัญหาผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส. เข้าสมัครในสถานที่รับสมัครที่ กกต. จัดให้ไม่ได้ จนกลายเป็นปัญหาไม่สามารถมีผู้สมัครใน 8 เขตเลือกตั้งภาคใต้ โดย กกต. ได้จัดทำระเบียบให้มีการรับสมัครทางไปรษณีย์ และทางอินเทอร์เน็ตเป็นกรณีสำรองหากการรับสมัครตามปรกติถูกขัดขวางจนรับสมัครไม่ได้อีก โดยในส่วนของการยื่นสมัครทางไปรษณีย์จะใช้กับการรับสมัครแบบบัญชีรายชื่อ ส่วนการรับสมัครทางอินเทอร์เน็ตจะรับสมัครแบบแบ่งเขต
ทั้งนี้เหตุที่ต้องประกาศระเบียบดังกล่าว เนื่องจากมีแนวโน้มว่าในการรับสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตในอนาคต กกต. อาจจะไม่มีแม้แต่สถานที่ทำงานในจังหวัดที่จะให้ผู้สมัครส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ได้ หรือแม้จะส่งมาทางไปรษณีย์แต่อาจถูกปิดล้อมเข้าไปส่ง หรือเข้าไปรับใบสมัครไม่ได้ หรือระบบไปรษณีย์ถูกขัดขวางเป็นต้น การสมัครทางไปรษณีย์ก็จะเกิดปัญหา จึงต้องสร้างอีกช่องทางขึ้น ส่วนการรับสมัครแบบบัญชีรายชื่อนั้นน่าจะใช้ระบบไปรษณีย์ได้เพราะอยู่ส่วนกลาง และ กกต. สามารถกำหนดสถานที่เองได้ ซึ่งหากตกลงกับพรรคการเมืองได้ว่าจะกำหนดวันเลือกตั้งเมื่อไหร่ 1 เดือนหลังจากนั้นก็จะประกาศระเบียบดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา







