posttoday
มูลนิธิสืบฯถูกไล่ที่แถมงบฯเหลือน้อย

มูลนิธิสืบฯถูกไล่ที่แถมงบฯเหลือน้อย

12 เมษายน 2557

ศศินเผยมูลนิธิสืบนาคะ เสถียรหาถูกไล่ที่กรมธนารักษ์ขอคืนทำที่จอดรถงบประมาณเหลือน้อยไม่พอสานต่อโครงการป่า

ศศินเผยมูลนิธิสืบนาคะ เสถียรหาถูกไล่ที่กรมธนารักษ์ขอคืนทำที่จอดรถงบประมาณเหลือน้อยไม่พอสานต่อโครงการป่า

นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหารมูลนิธิว่า ที่ประชุม ได้แจ้งเรื่องที่ทำให้มูลนิธิต้องปรับตัว และปรับวิธีการทำงาน ที่สำคัญ 2 เรื่องสำคัญมากคือ

1.ทางกรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่มีสำนักงานของมูลนิธิตั้งอยู่  ถ.บำรุงเมือง คลองมหานาค  ป้อมปราบศัตรูพ่าย ติดกับโรงพยาบาลหัวเฉียว ว่า ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าวอยู่ และให้ทางมูลนิธิเช่า ตั้งสำนักงานมาแล้วกว่า 10 ปี ขอคืนพื้นที่ เพื่อทุบสำนักงานทิ้งทำเป็นที่จอดรถ ทางมูลนิธิ จำเป็นต้อง เร่งหาที่อยู่ใหม่โดยเร็วที่สุด
2.การไม่ต่อสัญญาการทำโครงการจอมป่า กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพราะมูลนิธิไม่มีงบประมาณสำหรับการทำงานอีกต่อไป

มูลนิธิสืบ จะต้องเร่งหาที่อยู่ใหม่ เพื่อตั้งสำนักงานใหม่โดยเร็ว เพราะเจ้าของที่ต้องการขอพื้นที่คืน โดยที่ผ่านมานั้น ทางเจ้าของที่คือกรมธนารักษ์ก็กรุณาให้เช่าที่ในราคาที่ถูกมากๆมาตลอด 10 ปี เมื่อถึงเวลาที่เจ้าของ ต้องการจะเอาที่คืน ก็ต้องคืนไป ส่วนการทำโครงการ จอมป่า ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาตินั้น มูลนิธิมีความจำเป็นต้องยกเลิก เพราะหากทำต่อไป คงต้องปิดมูลนิธิ เนื่องจากไม่มีงบประมาณที่จะทำต่ออีกแล้ว

นอกจากนี้ โครงการจอมป่า เป็นโครงการ จัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วม   เป็นวิธีทำการแบบใหม่ คือ ใช้คนกลางที่เป็นเอ็นจีโอ ทำงานระหว่างระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เป้าหมายทำให้เกิดการมีส่วนร่วมจาก 3 ฝ่าย คือ เจ้าหน้าที่รัฐ ชาวบ้าน และมูลนิธิสืบฯ ในเวทีการปรึกษาหารือ สร้างกระบวนการสำรวจพื้นที่ การยอมรับต่อกัน และการถ่ายทอดความรู้ของฝ่ายรัฐในระบบการจัดทำแผนที่ให้ชุมชนได้รับรู้ร่วมด้วย  ได้ทำบันทึกข้อตกลงการทำงานร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พัฒนาโครงการร่วมกับกรมป่าไม้ เพื่อตกลงทำงานในพื้นที่คุ้มครอง 17 พื้นที่ทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และอุทยานแห่งชาติ ต่อเนื่องกันเป็นผืนป่าตะวันตก ในพื้นที่ 6 จังหวัด ตั้งแต่ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี และ กาญจนบุรี    ปัจจุบันได้รับการตอบรับ และเป็นที่ยอมรับทั้งจากชาวบ้านในพื้นที่ และกรมอุทยานอย่างดี

"สาเหตุที่เราต้องยกเลิกโครงการ เพราะเราไม่มีเงินจะทำงานแล้ว โดยโครงการจอมป่านั้น มูลนิธิได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารไทยพาณิชย์ และปตท. รวมทั้ง ต้องใช้เงินของมูลนิธิส่วนหนึ่งด้วย โดยแต่ละปีต้องใช้งบประมาณสำหรับทำโครงการประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อ ทำงานกับชุมชน 131 ชุมชนในผืนป่าตะวันตก สำหรับการลาดตระเวณป่าอย่างมีส่วนร่วมของชาวบ้านในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่อุทยาน หรือเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การทำแผนที่ เสบียงอาหาร ของเจ้าหน้าที่ ค่าจัดประชุม ฯลฯ หากทำต่อไป คงต้องปิดมูลนิธิ ซึ่งมูลนิธิต้องรักษาตัวเองเอาไว้ก่อน เพราะยังต้องทำงานด้านการดูแลรักษาป่าอีกมาก"นายศศิน กล่าว
 
เลขาธิการมูลนิธิสืบฯกล่าวว่า แม้ว่า มูลนิธิสืบฯจะไม่ทำโครงการจอมป่ากับกรมอุทยานฯต่อ แต่ไม่ได้หมายความว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพื้นที่นี้เลย เนื่องจากพื้นที่ป่าตะวันตกนั้น ทั้งทางกรมอุทยานฯและมูลนิธิสืบฯทำงานร่วมกันมานานนับ 10 ปี คุ้นเคย และเข้าใจการทำงานร่วมกับชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่อย่างดี รวมทั้งงานที่ทำก็ถือว่าประสบความสำเร็จมาก ไม่มีการขยายพื้นที่ทำกินของชาวบ้านเข้าไปในเขตป่าเพิ่ม ขณะเดียวกันชาวบ้านก็ช่วยกันดูแลรักษาป่าเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่อย่างดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางกรมอุทยานฯซึ่งมีหน้าที่หลักในการดูแลพื้นที่ต้องทำโครงการเองต่อ    

อย่างไรก็ดี มูลนิธิสืบ ยังไม่หมดงบประมาณ แต่เหลือใช้ทำงานอีกไม่มาก โดยก่อนหน้านี้ที่คุณสืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เสียชีวิตใหม่ๆมีเงินบริจาค ฝากธนาคารเอาไว้ จำนวน 20 ล้านบาท มีคณะกรรมการดูแลเรื่องการใช้เงิน กำหนดเอาไว้ว่า ห้ามถอนออกมาใช้ ให้ใช้เฉพาะดอกเบี้ยเท่านั้น แต่ปัจจุบัน และก่อนหน้านี้ ดอกเบี้ยที่ได้รับน้อยมาก ปีละประมาณ 2-3 แสนบาทเท่านั้น

ขณะที่มูลนิธิ ตั้งงบประมาณสำหรับการทำงานปีละ 20 ล้านบาท ในจำนวนนี้รวมทั้งเงินเดือนเจ้าหน้าที่ทั้งภาคสนาม 20 คน และพนักงานในสำนักงาน 10 คน ที่มีเงินเดือนๆ 8,000-2.5หมื่น บาท ด้วย อีกทั้ง มูลนิธิ จะต้องดูแล เจ้าหน้าที่อุทยานฯที่ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต จากการทำงานพิทักษ์ป่า และต้องดูแล ทุนการศึกษา บุตรของเจ้าหน้าที่เหล่านั้นไปจนเรียนจบชั้นปริญญาตรี ปีละ 1.2 หมื่นบาท ที่เวลานี้ดูแลอยู่ทั้งหมด 30 คน

ทั้งนี้ นางรตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิฯนั้น นอกจากทำงานแบบไม่รับเงินเดือนแล้ว บางเดือนยังต้องนำเงินส่วนตัวมาให้มูลนิธิอีก

"รายได้ของมูลนิธิหลักๆมาจากการรับบริจาค ขายของที่ระลึก ซึ่งไม่ได้มีเยอะนัก ถือว่ายังพออยู่ได้ แต่ก็อยู่แบบต้องมีใจรักสำหรับการทำงานจริงๆ การที่เราไม่ต่อสัญญาโครงการจอมป่า ทำให้สามารถมีเงินไปทำโครงการรักษาป่าส่วนอื่นได้บ้าง แต่ถ้ายังทำต่อคงต้องปิดมูลนิธิ"นายศศิน กล่าว
 
นางรตยา กล่าวว่า เชื่อว่า แม้มูลนิธิสืบฯไม่ได้ทำโครงการจอมป่าแล้ว กรมอุทยานฯยังสามารถทำงานต่อในพื้นที่ได้ ส่วนที่อยู่ใหม่ของมูลนิธินั้น คงต้องหาใหม่โดยเร็วที่สุด ไม่ได้โทษใคร แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามกติกา ขณะนี้ทุกคนกำลังช่วยกันหาที่อยู่ใหม่ และขอให้คนไทยทุกคนมั่นใจว่ามูลนิธิยังคงตั้งใจทำงานเพื่อดูแลป่าจนถึงที่สุด และไม่มีวันท้อแท้กับอุปสรรคที่เกิดขึ้นเด็ดขาด


 

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69