posttoday

หนีสินแห่งความสุข

11 เมษายน 2557

เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีไทย ถือเป็นวันสำคัญที่ทุกคนในครอบครัวไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจะต้องเดินทางกลับบ้านยังถิ่นที่อยู่

โดย...พรสวรรค์ นันทะ/ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีไทย ถือเป็นวันสำคัญที่ทุกคนในครอบครัวไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจะต้องเดินทางกลับบ้านยังถิ่นที่อยู่เพื่อมาเยี่ยมเยียนพ่อแม่พี่น้องและญาติมิตรเพื่อแสดงความกตัญญู

ถือเป็นธรรมเนียมนิยมของชาวตะวันออกเมื่อกลับบ้าน ก็จะต้องมีของฝากติดไม้ติดมือไปให้คนในครอบครัว

สงกรานต์ปีนี้ดูไม่คึกคักเท่าที่ควร เพราะภาวะเศรษฐกิจซบเซา การค้าขายไม่คล่อง ข้าวของแพง ทำให้เงินทองก็ขาดมือ ทำให้คนที่จะต้องกลับบ้านไม่สบายใจนัก หากไม่มีของฝากก็กลัวว่าคนเฝ้ารอที่บ้านอาจผิดหวัง

หลายคนจะต้องหาหยิบยืมเงินเพื่อนหรือนายจ้าง วิ่งหาเงินกดเงินสดจากบัตรเครดิตหรือบางคนต้องหันหน้าวิ่งหาโรงรับจำนำนำทองหยองที่มีอยู่แปลงสภาพเป็นเงินสดพกกลับไปบ้านต่างจังหวัด

แต่หนุ่มสาวจากภูธรหลายคนที่ดิ้นรนเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ สงกรานต์ปีนี้หลายคนเลิกล้มความตั้งใจที่จะกลับบ้านในช่วงสงกรานต์ เนื่องจากไม่มีเงินและการเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์แต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งค่ารถ ค่าซื้อของกลับบ้าน และเงินสดที่จะนำไปมอบให้พ่อแม่ และคนในครอบครัวไว้ใช้จ่าย

อุชุกร ลือตาล ชาว ต.ยางฮอม อ.ขุนตาล จ.เชียงราย ที่เป็นอีกหนึ่งที่มาทำงานในกรุงเทพฯ แต่ไม่เคยลืมถิ่นฐานต้องกลับบ้านเกิดทุกปีในประเพณีสงกรานต์ เล่าว่า ต้องกลับบ้านช่วงสงกรานต์ทุกปีไม่เคยขาด ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือจะแย่แค่ไหน เพราะต้องกลับตามประเพณี ที่คนถิ่นนี้ต้องกลับไปรดน้ำดำหัวพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ รวมทั้งกลับไปพบปะเพื่อนฝูงละแวกบ้าน และเวลากลับต้องมือเงินใส่กระเป๋าหยิบยื่นให้พ่อแม่ ซื้อของฝากญาติ ฝากลูกหลาน รวมถึงคนบ้านใกล้เรือนเคียงด้วยเสมอ

“มันเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมานาน ผมไม่เคยขาด เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจจะดีจะแย่ไม่เกี่ยว ยังไงๆ ก็ต้องกลับบ้านหาพ่อแม่และพบญาติ ทุกปีผมจะให้เงินพ่อและแม่ไม่น้อยกว่า 5,000–1 หมื่นบาท พ่อแม่จะได้สบายใจ อยากได้อะไรแกจะได้ไปหาซื้อเอาเอง ผมจึงต้องจัดสรรเก็บออมเงินกันไว้ก่อนล่วงหน้า ถึงเวลากลับบ้านต้องมีเงินติดกระเป๋ากลับบ้านไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท แต่ก็ยอมรับว่าเวลาเศรษฐกิจไม่ดี หากินไม่คล่อง เงินขาดมือ การซื้อของฝากอาจจะต้องลดลงบ้าง จากที่เคยซื้อเสื้อผ้าฝากญาติๆ ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นซื้อขนมเล็กๆ น้อยๆ ฝากแทน” อุชุกร จบประโยคการคุยเสียงแผ่ว

และเล่าต่อว่า แต่อย่างผมยังถือว่าดี เพื่อนผมบางคนกลับบ้านไม่มีเงินต้องกู้หรือไม่ก็ต้องขอเบิกเงินล่วงหน้ากลับ เพราะประเพณีสงกรานต์ทุกคนต้องภูมิฐานกลับบ้านมีเงินใช้จ่ายให้พ่อแม่และเลี้ยงเพื่อน และซื้อข้าวของฝากเพื่อนบ้าน ที่สำคัญต้องฉลองดื่มกินเลี้ยงกัน คือ เวลากลับบ้านทุกคนต้องทำตัวภูมิฐานมีเงินติดกระเป๋า ถึงไม่มีเงินก็ต้องกลับ ไม่มีเงินต้องหาต้องกู้ต้องยืมมาก่อน หรือไม่ต้องขอเบิกเงินล่วงหน้าเจ้านายก่อน เพราะสงกรานต์คนมีเงินหรือไม่มีก็ต้องกลับบ้าน ไม่มีเงินก็ต้องหาเงินมาติดกระเป๋าให้ได้ไม่น้อยกว่า 1–2 หมื่นบาท กลับมากรุงเทพฯ ค่อยมาทนลำบากทนประหยัดทีหลัง

สาเหตุที่คนแถบนี้จำเป็นต้องพกเงินกลับบ้านเยอะ เพราะคนที่ออกมาทำงานหรือออกมาหากินนอกถิ่น จะถูกขอให้เลี้ยงเหล้า เบียร์ และขอเงินขวัญถุงจากคนที่อยู่บ้านตามธรรมเนียม”

ด้าน ธันวา ภายอุ้ม สาวจังหวัดศรีสะเกษ เล่าว่า ปีนี้จะกลับบ้านตามปกติมันเป็นธรรมเนียม ที่จะต้องไปเยี่ยมพ่อแม่และรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ แต่ปีนี้เศรษฐกิจไม่ดีอาจจะต้องลดของฝากลง ปกติถ้าเศรษฐกิจดีมีเงินใช้ไม่ขาดมือก็จะซื้อของฝากเป็นเงินสด แต่ปีนี้เงินฝืดมือเลยใช้วิธีรูดบัตรเครดิตซื้อของฝากไปก่อนประมาณ 2,0003,000 บาท ต่างจากทุกปีที่เศรษฐกิจดีกว่านี้เวลาซื้อของเงินสดก็จะใช้เงินมากกว่านี้ เพราะเวลากลับต้องมีข้าวของติดมือฝากพ่อแม่ 2 คน และหลานๆ อีก 7 คน ยังไม่รวมเพื่อนบ้านที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงอีก เพราะมักจะกลับบ้านปีละครั้งจึงกลับหลายวัน

“ปีนี้ซื้อของน้อยหน่อย เพราะรูดบัตรเครดิตไปก่อน ของฝากหลานๆ ก็จะเป็นปืนฉีดน้ำต้องซื้อให้ครบทุกคน ส่วนของฝากญาติปีนี้ต้องลดลง จากที่เคยซื้อเยอะซื้อหลายอย่างก็จะเปลี่ยนเป็นซื้อข้าวของ หรือขนมเล็กๆ น้อยๆ ติดมือไปแทน สงกรานต์ปีนี้คงเข้าตำราเอ็นดูเขาเอ็นเราขาด เพราะถึงเราไม่มีเงินยังไงก็ต้องกลับบ้าน ต้องซื้อของฝากติดไม้ติดมือตามประเพณี” ธันวา กล่าวด้วยเสียงเศร้า

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานผลสำรวจ ณ เดือน มี.ค. 2557 ว่า ดัชนีความสุขในการดำรงชีวิตคนไทยลดลงต่อเนื่องอยู่ในระดับ 62.3 ต่ำสุดในรอบ 95 เดือน โดยปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์ทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศชะลอตัว เพราะทั้งหมดจะมีผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศ รายได้ การหางานทำ และการดำเนินชีวิต

ในขณะเดียวกันก็คาดว่าจะมีเงินสะพัดในการจับจ่ายใช้สอยเพียง 2.2 หมื่นล้านบาท โดยลดลงกว่าปีที่แล้วถึง 13.7% และก็เป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 5 ปีด้านความต้องการเบิกจ่ายธนบัตรของธนาคารพาณิชย์ในช่วงสงกรานต์ปีนี้ ระหว่างวันที่ 1215 เม.ย.2557 คาดว่าจะขยายตัวเล็กน้อยประมาณ 3% เมื่อเทียบกับเทศกาลสงกรานต์ปีที่แล้ว ซึ่ง ธปท. ได้เตรียมเงินสำรองสำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดย ณ สิ้นเดือนมี.ค.ได้สำรองธนบัตรไว้ 470,000 ล้านบาท เทียบเท่าความต้องการ 3.7 เดือน

ส่วนธนาคารพาณิชย์ทั้ง 7 แห่ง ได้สำรองเงินสดรองรับการเบิกถอนของประชาชนในช่วงวันหยุดยาว 1116 เม.ย. นี้ประมาณ 182,176 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายในการเดินทางจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยว ซึ่งปริมาณสำรองปีนี้หากเทียบกับ ก็ยอมรับว่าลดลงเช่นกัน


นายอุชุกร ลือตาล ชาว ต.ยางฮอม อ.ขุนตาล จ.เชียงราย ที่เป็นอีกหนึ่งที่มาทำงานในกรุงเทพ แต่ไม่เคยลืมถิ่นฐานต้องกลับบ้านเกิดทุกปีในประเพณีสงกรานต์ เล่าว่า ต้องกลับบ้านช่วงสงกรานต์ทุกปีไม่เคยขาด ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือจะแย่แค่ไหน เพราะต้องกลับตามประเพณี ที่คนถิ่นนี้ต้องกลับไปรดน้ำดำหัวพ่อแม่ และญาติผู้ใหญ่ รวมทั้งกลับไปพบปะเพื่อนฝูงละแวกบ้าน และเวลากลับต้องมือเงินใส่กระเป๋าหยิบยื่นให้พ่อแม่ ซื้อของฝากญาติ ฝากลูกหลาน รวมถึงคนบ้านใกล้เรือนเคียงด้วยเสมอ

“มันเป็นธรรมเนียมที่ปฎิบัติกันมานาน ผมไม่เคยขาด เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจจะดีจะแย่ไม่เกี่ยว ยังไงๆก็ต้องกลับบ้านหาพ่อแม่ และพบญาติ ทุกปีผมจะให้เงินพ่อและแม่ไม่น้อยกว่า 5,000 – 10,000 บาท พ่อแม่จะได้สบายใจ อยากได้อะไรแกจะได้ไปหาซื้อเอาเอง ผมจึงต้องจัดสรรเก็บออมเงินกันไว้ก่อนล่วงหน้า ถึงเลากลับบ้านต้องมีเงินติดกระเป๋ากลับบ้านไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท แต่ก็ยอมรับว่าเวลาเศรษฐกิจไม่ดี หากินไม่คล่อง เงินขาดมือ การซื้อของฝากอาจจะต้องลดลงบ้าง จากที่เคยซื้อเสื้อผ้าฝากญาติๆ ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นซื้อขนมเล็กๆน้อยๆฝากแทน” นายอชุกรจบประโยคการคุยเสียงแผ่ว

และเล่าต่อว่า แต่อย่างผมยังถือว่าดี เพื่อนผมบางคนกลับบ้านไม่มีเงินต้องต้องกู้หรือไม่ก็ต้องขอเบิกเงินล่วงหน้ากลับ เพราะประเพณีสงกรานต์ทุกคนต้องภูมิฐานกลับบ้าน มีเงินใช้จ่ายให้พ่อแม่ และเลี้ยงเพื่อน และซื้อข้าวของฝากเพื่อนบ้าน ที่สำคัญต้องฉลองดื่มกินเลี้ยงกัน คือ เวลากลับบ้านทุกคนต้องทำตัวภูมิฐานมีเงินติดกระเป๋า ถึงไม่มีเงินก็ต้องกลับ ไม่มีเงินต้องหาต้องกู้ต้องยืมมาก่อน หรือไม่ต้องขอเบิกเงินล่วงหน้าเจ้านายก่อน เพราะสงกรานต์คนเงินหรือไม่มีก็ต้องกลับบ้าน ไม่มีเงินก็ต้องหาเงินมาติดกระเป๋าให้ได้ไม่น้อยกว่า 10,000 –20,000 บาท กลับมากรุงเทพค่อยมาทนลำบากทนประหยัดทีหลัง

สาเหตุที่คนแถบนี้จำเป็นต้องพกเงินกลับบ้านเยอะ เพราะคนที่ออกมาทำงานหรือออกมาหากินนออกถิ่น จะถูกขอให้เลี้ยงเหล้า เบียร์ และขอเงินขวัญถึงจากคนที่ยู่บ้านตามธรรมเนียม "

ด้านน.ส.ธันวา ภายอุ้ม สาวจังหวัดศรีษะเกศที่กลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ทุกปี เล่าว่า ปีนี้ก็กลับตามปกติ เพราะต้องกลับตามธรรมเนียม ไปเยี่ยมพ่อแม่และรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ แต่ปีนี้เศรษฐกิจไม่ดีอาจจะต้องลดของฝากลง ปกติถ้าเศรษฐกิจดีมีเงินใช้ไม่ขาดมือก็จะซื้อของฝากเป็นเงินสด แต่ปีนี้เงินฝืดมือเลยใช้วิธีรูดบัตรเครดิตซื้อของฝากไปก่อน ประมาณ 2,0003,000 บาท ต่างจากทุกปีที่เศรษฐกิจดีกว่านี้เวลาซื้อของเงินสดก็จะใช้เงินมากกว่านี้ เพราะเวลากลับต้องมีข้าวของติดมือฝากพ่อแม่ 2 คน และหลานๆอีก 7 คน ยังไม่รวมเพื่อนบ้านที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงอีก เพราะมักจะกลับบ้านปีละครั้งจึงกลับหลายวัน

“ปีนี้ซื้อของน้อยหน่อย เพราะรูดบัตรเครดิตไปก่อน ของฝากหลานๆก็จะเป็นปืนฉีดน้ำต้องซื้อให้ครบทุกคน ส่วนของฝากญาติปีนี้ต้องลดลง จากที่เคยซื้อเยอะซื้อหลายอย่างก็จะเปลี่ยนเป็นซื้อข้าวของหรือขนมเล็กๆน้อยๆติดมือไปแทน สงกรานต์ปีนี้คงเข้าตำราเอ็นดูเขาเอ็นเอาขาด เพราะถึงเราไม่มีเงินยังไงก็ต้องกลับบ้าน ต้องซื้อของฝากติดไม้ติดมือตามประเพณี” น.ส.ธันวาเล่าเสียงเศร้า

เทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งความสุข ไม่มีลูกหลานคนไหนที่มาทำงานต่างถิ่นจะยอมกลับบ้านมือเปล่า แม้จะได้กระเป๋าแฟบก็ต้องพยายามดิ้นรนหาเงินมาซื้อของขวัญของฝากให้ได้

เพียงรอยยิ้มและแววตาที่เปี่ยมสุขของผู้รับ ก็เพียงพอที่จะทำให้คนไกลบ้านยินดีที่จะทำทุกอย่าง แม้กระทั่งยอมเป็นหนี้เพื่อแลกกับความสุขในครอบครัวก็ยอม

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?