posttoday
พึ่งตัวเอง

พึ่งตัวเอง

09 เมษายน 2557

เมื่อวานนี้เห็นรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก โดย ธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ แล้วก็ต้องถอน หายใจเฮือก เพราะดูเหมือนว่าเศรษฐกิจไทยนั้นดูย่ำแย่กว่าเพื่อนเขา สาเหตุหลักๆ ก็มาจากความวุ่นวายทางการเมืองนั่นเอง ที่ทำให้เศรษฐกิจในส่วนต่างๆ ของประเทศสะดุดลง ไม่ว่าจะการท่องเที่ยว การลงทุนจากภาครัฐ รวมไปถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน และแน่นอน ความเชื่อมั่น ของผู้บริโภคก็หดหายไปด้วย ทำให้การใช้จ่ายของภาค ครัวเรือนยิ่งแย่หนัก

เมื่อวานนี้เห็นรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก โดย ธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ แล้วก็ต้องถอน หายใจเฮือก เพราะดูเหมือนว่าเศรษฐกิจไทยนั้นดูย่ำแย่กว่าเพื่อนเขา สาเหตุหลักๆ ก็มาจากความวุ่นวายทางการเมืองนั่นเอง ที่ทำให้เศรษฐกิจในส่วนต่างๆ ของประเทศสะดุดลง ไม่ว่าจะการท่องเที่ยว การลงทุนจากภาครัฐ รวมไปถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน และแน่นอน ความเชื่อมั่น ของผู้บริโภคก็หดหายไปด้วย ทำให้การใช้จ่ายของภาค ครัวเรือนยิ่งแย่หนัก

แต่ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ธนาคารโลกเตือนบรรดาประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชีย ซึ่งก็รวมถึงไทยแลนด์แดนยิ้มไม่ออกด้วยนี่ล่ะครับ ว่ามีความเสี่ยงสูงที่ในปีนี้อาจจะต้องเผชิญหน้ากับภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นทั่วโลก ซึ่งจะยิ่งทำให้กระแสทุนต่างชาติไหลออกหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าเดิม

ที่ผ่านมา ประเทศเหล่านี้ก็แทบจะอกแตกตายอยู่แล้วกับภาวะทุนไหลออก อันเป็นผลจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มทะยอยลดการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบคิวอีมาเรื่อยๆ เรียงๆ จนถึงขณะนี้จาก 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน คิวอีเหลือที่ 5.5 เหรียญสหรัฐต่อเดือนแล้ว และคาดว่าเฟดจะดำเนินนโยบายลดต่อไปเรื่อยๆ จนท้ายสุดแล้ว จะไม่มีคิวอีต่อไป ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้นั่นเอง

โดยหลังจากนั้น เฟดจะเริ่มพิจารณาว่าจะเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ย อันเป็นที่น่าหวาดผวาสำหรับประเทศที่เศรษฐกิจต้องคอยพึ่งพาชาวบ้านเขาอย่างประเทศเราๆ นี่แหละครับ นักลงทุนคาดกันว่าหลังจากสิ้นสุดคิวอี 6 เดือน เฟดก็น่าจะเริ่มพิจารณาขึ้นดอกเบี้ย (ปัจจุบันอยู่ที่ 00.25%)

เมื่อใดก็ตามที่ดอกเบี้ยในสหรัฐขยับ เมื่อนั่นก็จะยิ่งเกิดมหกรรมทุนไหลออกจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่แบบที่ธนาคารโลกเห็นว่าน่าจะหนักหน่วงกว่าเดิม ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นก็คือ ค่าเงินในประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้จะอ่อนยวบโดยห้ามไม่อยู่

นี่แหละครับ คือสิ่งที่ประเทศเราต้องพึงเตรียมตัว พึงระวังเอาไว้ เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในภาวะฟื้นตัว และเมื่อใดที่ดอกเบี้ยบ้านเขาปรับขึ้น ทุนก็จะไหลกลับไปมากขึ้นเท่านั้น แนวโน้มเศรษฐกิจดังกล่าวถือว่าเป็นแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นอย่างจริงที่สุด เพียงแต่ว่าจะเมื่อไหร่เท่านั้นเอง

ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ที่อนาคตพอจะเดาทิศทางกันได้ เพราะสหรัฐเองก็ส่งสัญญาณออกมาเป็นระยะๆ เพียงแต่ว่าประเทศไหน ภูมิภาคไหนจะเตรียมความพร้อมรับมือกับแรงสั่นสะเทือนจากดอกเบี้ยในสหรัฐปรับตัวขึ้นได้มากกว่ากัน

ซึ่งดูแล้ว การเมืองไทยยังหาทางออกไม่ได้เช่นนี้ เมืองไทยมีรัฐบาลรักษาการก็เหมือนไม่มี ทิศทางอนาคตมองแล้วมืดมน

สงสัยต้องเตรียมรับมือ หาทางช่วยตัวเองกันเองครับ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์