posttoday
ปชป.กับคำตอบของประเทศ

ปชป.กับคำตอบของประเทศ

09 เมษายน 2557

ท่ามกลางวิกฤตการเมืองนอกสภาที่ร้อนแรง พรรคประชาธิปัตย์ทำบุญครบรอบ 68 ปี ในวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา

ท่ามกลางวิกฤตการเมืองนอกสภาที่ร้อนแรง พรรคประชาธิปัตย์ทำบุญครบรอบ 68 ปี ในวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา

ยังไม่มีใครรู้ว่าวิกฤตวันนี้จะจบอย่างไร แต่ทุกคนคาดหมายว่าจะต้องมีการเลือกตั้ง โดย ปชป.จะเป็นตัวเลือกหนึ่ง ประชาธิปัตย์ต่างจากพรรคการเมืองทั่วไป เพราะไม่มีนายทุนเป็นเจ้าของ แต่เป็นสถาบันที่สืบทอดด้วยอุดมการณ์ (www.democrat.ot.th)

ปชป.เคยมีนายกรัฐมนตรี 4 คน ผลงานเด่นหลายอย่างจะสอดคล้องกับอุดมการณ์ ตั้งแต่การกระจายอำนาจ ปฏิรูปที่ดินหลายรูปแบบ จนถึงการยกระดับสวัสดิการประชาชน อย่างการรักษาพยาบาลและการศึกษา แม้จะไม่ได้เขียนในอุดมการณ์ แต่การ “พัฒนาคน” เป็นเอกลักษณ์ของประชาธิปัตย์ ในขณะที่ผลงานด้านเศรษฐกิจมักถูกลืม

อาจกล่าวได้ว่า คุณลักษณ์ของ ปชป.มี 5 อย่าง ถ้าเขียนเป็นตำราคงจะเรียกว่า “5P” คือ Professional, Principled, People oriented, Passion และ Proactive ขยายความตามลำดับได้ดังนี้

(1) มืออาชีพที่มีผลงาน เป็น “นักการเมืองอาชีพ” ไม่ใช่ประกอบอาชีพการเมืองเสมือนเป็นธุรกิจ พร้อมที่จะเป็นทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล มีผลงานเป็นรูปธรรมทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ แม้ภาพได้ถูกบิดเบือนจากการกอบกู้วิกฤตต้มยำกุ้ง...

*** ในปี 2540 สมัยรัฐบาลชวลิตซึ่งมี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นรองนายกฯ หลังจากเกิดวิกฤตได้มีการกู้เงิน IMF และยอมรับมาตรการการเงินการคลังที่เข้มงวด ทั้งที่เศรษฐกิจไทยได้เข้าสู่ภาวะถดถอยแล้ว มีการออกพระราชกำหนดต่างๆ รวมทั้ง พ.ร.ก.ปรส. ที่ตั้งเงื่อนไขให้เป็นองค์กรที่อิสระ เพราะเจ้าหนี้ไม่มั่นใจรัฐบาลที่ได้ตัดสินใจโดยไม่มีหลักเกณฑ์ รัฐบาลชวนเข้ามาภายหลังไม่สามารถแทรกแซงหรือเปลี่ยนแปลงได้ เพราะจะทำให้วิกฤตความเชื่อมั่นยิ่งเลวลง

แต่รัฐบาลชวนได้เจรจากับ IMF ให้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินการคลังอย่างเหมาะสมได้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การไม่ตัดลดรายจ่ายราชการ ไม่เก็บภาษีเพิ่ม ให้ทำงบประมาณขาดดุลได้ ลดดอกเบี้ย ทำ “โครงการมิยาซาว่า” ฯลฯ ทำให้เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวในที่สุด

รัฐบาลชวนได้ปรับแก้ระบบสถาบันการเงินจนมีเสถียรภาพ เศรษฐกิจไทยเกินดุล มีการสะสมทุนสำรอง สามารถหยุดรับความช่วยเหลือจาก IMF ได้ก่อนกำหนด แต่รัฐบาลชวนตัดสินใจไม่ชำระหนี้ไอเอ็มเอฟก่อนกำหนด เพราะดอกเบี้ยต่ำและสถานการณ์ระหว่างประเทศยังไม่แน่นอน เอื้อให้รัฐบาลทักษิณในช่วงถัดมา คืน IMF ได้ก่อนกำหนด

แต่หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ทำเพื่อประเทศไทยจริง ก็ควรนำทุนสำรองที่รัฐบาลชวนสะสมให้ ไปลดหนี้ต่างประเทศที่มีดอกเบี้ยสูง มากกว่าคืนหนี้ IMF ที่มีดอกเบี้ยต่ำ

ปชป.ถูกกล่าวหาว่าออก “กฎหมายขายชาติ” แต่รัฐบาลทักษิณก็มิได้ยกเลิกหรือแก้ไขแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่กุมเสียงท่วมท้นในรัฐสภา ***

(2) มีหลักการที่สังคมยอมรับ เคารพกฎหมาย ยึดความถูกต้อง มีวินัยการคลัง อิงกลไกตลาดแต่แทรกแซงเท่าที่จำเป็น รวมทั้งมีธรรมาภิบาล เมื่อรัฐมนตรีถูกสงสัยก็ต้องลาออกให้สอบสวนอย่างอิสระ หรืออย่างโครงการไทยเข้มแข็งที่เปิดให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบ

(3) ประชาชนเป็นศูนย์กลาง นอกจากนโยบายที่สร้างความเข้มแข็งสร้างโอกาสให้ประชาชนอย่างยั่งยืนแล้ว ประชาธิปัตย์ยังใช้กระบวนการมีส่วนร่วมที่เรียกว่า สมัชชาประชาชน

(4) มุ่งมั่นตั้งใจ ไม่ลดละแม้คู่ต่อสู้อย่างระบอบทักษิณจะได้เปรียบมาก ไม่ว่าเรื่องทุน การไม่มีกรอบจริยธรรม หรือกระทั่งกรอบกฎหมาย

(5) ฉับไวเชิงรุก ตรงนี้อาจจะฟังดูแปลก เพราะขัดกับ วาทกรรม “ชวนเชื่องช้า” ทั้งที่รัฐบาลชวนเองก็มีผลงานที่เป็นรากฐานของหลายสิ่งดีๆ ในปัจจุบัน แต่บทพิสูจน์ที่ชัดเจนน่าจะเป็นสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่มีการทำนโยบายเรียนฟรี และ อื่นๆ ภายใต้โครงการ “99 วัน ทำได้จริง” และได้แก้วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ด้วยงบที่น้อย แต่เน้นปกป้องกำลังซื้อครัวเรือน เศรษฐกิจไทยฟื้นใน 6 เดือน โดยมีโครงการไทยเข้มแข็งหนุนให้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ได้จัดตั้งระบบประกันรายได้เกษตรกรทดแทนระบบจำนำข้าวสำเร็จภายในเวลาเพียง 89 เดือน ชาวนาได้รับ “เงินส่วนต่าง” หากราคาข้าวในตลาดต่ำกว่าราคาที่กำหนดว่าชาวนามีกำไรแล้ว และได้กันทุกครัวเรือน ใช้งบประมาณพอๆ กับจำนำข้าวของรัฐบาลทักษิณที่มีการรั่วไหลและไปไม่ทั่วถึง นับเป็นนวัตกรรมทางนโยบายที่ได้รับความพึงพอใจจากชาวนามากทีเดียว

ถึงการเลือกตั้งในปี 2554 ประชาธิปัตย์หาเสียงโดยปรับเพิ่มปริมาณข้าวที่ประกันต่อครัวเรือนและเพิ่มส่วนกำไร แต่พรรคเพื่อไทยออกแบบนโยบายให้ต้องชนะ โดยรัฐจะรับซื้อข้าวในราคาสูงกว่าตลาดมากถึงครึ่งเท่าตัว คือที่ 15,000 บาท/เกวียน และซื้อทุกเมล็ด

เพื่อไทยชนะขาด แต่นโยบายปฏิบัติจริงไม่ได้ราคาตามนั้น ไม่ทั่วถึง และในปีที่ 2 ก็ไม่มีเงินจ่ายเกษตรกร เพราะรัฐระบายข้าวไม่ออก ซ้ำร้ายมีทุจริตมหาศาล

แม้นโยบายของประชาธิปัตย์จะกู่เรียกคะแนนเสียงเกษตรกร แต่ก็อยู่ในหลักที่ไม่ทำลายกลไกตลาด ไม่ผลาญงบประมาณ และไม่มีรั่วไหล แต่ไม่มีทางสู้กับธุรกิจการเมือง นอกเสียจากว่า...

มีการปฏิรูปกฎหมายเลือกตั้งให้ควบคุมประชานิยมไม่ให้สุดโต่ง เพื่อเลี่ยงความเสียหายต่อรัฐและประชาชน หรือ

ประชาชนมีการปฏิรูป เข็ดหลาบว่าไม่คุ้มที่จะขายเสียง ไม่ว่ากับนโยบายประชานิยม หรือการซื้อด้วยเงินในรูปแบบต่างๆ

พรรคการเมืองอย่างประชาธิปัตย์จะเป็นคำตอบสำหรับประเทศไทยได้ ก็ต่อเมื่ออย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น หรือ ปชป.ต้องปฏิรูปพรรคหานโยบายยั่งยืนที่สื่อสารถึงใจประชาชนได้สำเร็จ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท