
ปชป.เชื่อ ปะทะเพื่อล้มปรองดอง
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อเหตุรุนแรง 14 พ.ค.53 เป็นการเตรียมการของกลุ่มการเมืองที่ไม่ต้องการปรองดอง และเกิดจากการยุยงของแกนนำนปช.ส่วนข้อเรียกร้อง พ.ต.ท.ทักษิณเหมือนคำขู่ผู้ก่อการร้าย
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันที่ 14 พ.ค. โดยเชื่อว่าเกิดจากการเตรียมการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองที่ไม่ต้องการให้เกิดความปรองดอง และต้องการให้เกิดสงครามกลางเมือง ซึ่งจากแถลงการณ์ 4 ข้อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ต่างจากคำขู่ของผู้ก่อการร้าย พร้อมทั้งเห็นว่าความรุนแรงจะยุติลงได้หาก พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) สั่งหยุดใช้อาวุธสงคราม
ส่วนของรัฐบาลได้พยายามใช้ทุกขั้นตอนเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง แต่จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย โดยเสนอให้แกนนำ นปช.เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สำหรับความรุนแรงที่เกิดขึ้น เป็นเหตุที่เกิดนอกพื้นที่การชุมนุมของ นปช.ทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้เข้าไปพื้นที่ชุมนุม แต่แกนนำสั่งการให้ผู้ชุมนุมบุกเข้าไปยังที่มั่นของทหาร ยุยงให้เกิดการปะทะ เผายางรถยนต์เพื่อบดบังทัศนวิสัย สถานการณ์บานปลาย ตลอดจนยิงกระสุนปืนเอ็ม 79 ใส่แนวทหารและประชาชนบนถนนราชปรารภและถนนสีลม
นพ.บุรณัชย์ ยังกล่าวว่า รัฐบาลเปิดกว้างให้สื่อมวลชนทำงานอย่างเสรีเพื่อเก็บภาพไว้เป็นหลักฐาน แต่ยังกังวลเรื่องความปลอดภัยกรณีที่สื่อมวลชนอยู่ระหว่างแนวปะทะ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อความสูญเสีย จึงอยากให้สื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่ภายหลังเหตุการณ์สงบ พร้อมทั้งเรียกร้องให้สื่อมวลชนที่เห็นเหตุการณ์ การ์ด นปช.นำอาวุธสงคราม ซึ่งคาดว่าเป็นปืนยาว ออกจากบริเวณหลังเวทีปราศรัยเข้าให้ข้อมูล และเรียกร้องไปยังผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่การชุมนุมเวทีราชประสงค์ เพราะบริเวณดังกล่าวมีทั้งอาวุธสงครามและกลุ่มบุคคลที่พร้อมกระทำการที่รุนแรงสร้างความสูญเสียให้กับผู้บริสุทธิ์
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้การแถลงการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ปัญหาขณะนี้อยู่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงคนเดียวที่ทำให้แผนการปรองดองไม่สามารถเดินต่อไปได้ โดยในช่วงการเจรจาระหว่างตัวแทนรัฐบาลกับแกนนำ นปช. พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ได้โทรศัพท์มายังนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ไม่ให้เข้าร่วมการเจรจาและยังโทร.บอกกับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือ เสธ.แดง ให้เดินหน้าปฏิบัติการรุนแรงต่อไป
การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการปรองดอง ก็ประเมินแล้วว่าการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย. ไม่ใช่คำตอบของตัวเอง อย่างไรก็ตาม คนไทยจะรู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เบื้องหลังในเรื่องนี้ ขณะที่ในต่างประเทศ เช่น เมืองดูไบ และประเทศมอนเตเนโกร ก็ห้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้พื้นที่เป็นฐานปฏิบัติการทางการเมือง และเชื่อว่าภาพที่เกิดขึ้นจะทำให้ต่างประเทศเข้าใจการทำหน้าที่ของรัฐบาล ซึ่งเหตุการณ์ในขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นที่รัฐบาลจะขอคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุม
นายเทพไท กล่าวว่า ขณะนี้แกนนำ นปช.ได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มของนายวีระ มุสิกพงษ์ ประธาน นปช. นายจรัญ ดิษฐาอภิชัย นพ.เหวง โตจิราการ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจะเป็นกลุ่มเด็กฮาร์ดคอร์นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ที่ไปรวมกับนายอริสมัน พงศ์เรืองรอง พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรรัตน์ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ และนายขวัญชัย ไพรพนา โดยจากาการที่ตนได้คุยกับคนใกล้ชิด นปช.เมื่อคืนที่ผ่านมาได้รับการยืนยันว่านายวีระไม่พอใจ 3 เกลอที่เห็นทางเมื่อได้รับโทรศัพท์จาก พ.ต.ท.ทักษิณ
นายเทพไท กล่าวว่า ทั้งนี้ ขอปฏิเสธข่าวลือที่ว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีสะ นายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศแต่อย่างใด ทั้งนี้ ได้มีสายข่าวยืนยันว่าในช่วงพลบค่ำของวันที่ 14 พ.ค.จะมีกลุ่มก่อการร้ายชุดดำ พร้อมอาวุธ รวมตัวกันที่หลังอนุสาวรีย์ร. 6 จำนวน 30 คน ซึ่งเมื่อถึงเวลาก็พบว่ามีการปฏิบัติการ 2 กลุ่มใหญ่ที่แยกศาลาแดงและราชปรารภจึงทำให้มีความรุนแรงเกิดขึ้นจริง







