posttoday
หน้ามืดวืดรายได้1.75แสนล.

หน้ามืดวืดรายได้1.75แสนล.

09 เมษายน 2557

กิตติรัตน์ยอมรับไม่ถึง2.275ล้านล้านส่งสัญญาณดึงเกมจัดซื้อจัดจ้างลดขาดดุล

กิตติรัตน์ยอมรับไม่ถึง2.275ล้านล้านส่งสัญญาณดึงเกมจัดซื้อจัดจ้างลดขาดดุล

กิตติรัตน์ ยอมรับการจัดเก็บรายได้ปีนี้พลาดเป้าหนัก โชคดีจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐลด ห่วงงบคมนาคมปี 2558

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวยอมรับว่า มีความเป็นห่วงในการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2557 ว่าอาจจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้รวม 2.275 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2556 ที่จัดเก็บรายได้รวม 2.1 ล้านล้านบาท ประมาณ 1.75 แสนล้านบาท ซึ่งจะกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศ

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ในภาวะที่สถานการณ์ของประเทศไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรง และเศรษฐกิจขยายตัวได้ตามปกติ การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณก่อนแค่ 1.75 แสนล้านบาทนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นนัก แต่ในปีงบประมาณ 2557 รายได้ที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวหายไปตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2556

“แม้รายรับจะลดลง แต่ไม่กังวลในเรื่องการขาดดุลงบประมาณ เนื่องจากรายจ่ายภาครัฐจะลดลงไปด้วย ตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการต่างๆ ที่ชะลอลง เนื่องจากรัฐบาลรักษาการในปัจจุบันไม่สามารถอนุมัติโครงการลงทุนภาครัฐขนาดใหญ่ได้” นายกิตติรัตน์ กล่าว

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า มีความเป็นห่วงเรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ที่จะล่าช้าออกไป และคาดว่าจะกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณในส่วนของกระทรวงคมนาคมมากที่สุด เนื่องจากมีปัญหาจากการที่ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ต้องตกไปตามคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ จึงได้แต่หวังว่าจะล่าช้าออกไปไม่มากนัก

“ในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 เป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มเข้ามาดำเนินการ ซึ่งคงส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายให้ล่าช้ากว่ากำหนดไปไม่มากนัก” นายกิตติรัตน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม กระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 อาจล่าช้า แต่ก็คงไม่รุนแรงจนเกินไป เมื่อเทียบกับการจัดทำงบประมาณปี 2555 ที่กว่าจะเริ่มได้ก็ปลายเดือน ก.ย. 2554

แหล่งข่าวสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า การจัดสรรงบประมาณปี 2558 ที่มีปัญหาหนักที่สุดคือ งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เสนอของบลงทุนตามยุทธศาสตร์สร้างระบบชลประทานและการแก้ปัญหาน้ำท่วมมากขึ้นกว่าปกติ

นอกจากนี้ ยังมีงบของกระทรวงคมนาคมที่มีการเสนอของบประมาณเพิ่มขึ้นจากปกติที่เคยได้รับประมาณ 2.53 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะถนนทำให้ต้องมีการปรับลดให้เหมาะสม

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงกรณีเงินจ่ายให้สิทธิในโครงการรถคันแรกที่เหลือรอเบิกจ่ายอีก 9,217 ล้านบาท ว่า ได้หารือไปยังกรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลังแล้วว่าจะเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอใช้เงินงบกลาง หรือเงินคงคลังอีก 1 หมื่นล้านบาทมาจ่ายให้กับประชาชน โดยจะต้องเสนอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาเห็นชอบ

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลตั้งงบประมาณจ่ายคืนรถยนต์คันแรกในปี 2557 ไว้ 5 หมื่นล้านบาท แต่ได้รับเพียง 4 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69