posttoday
รวมพลังผลักดันส่งออก

รวมพลังผลักดันส่งออก

09 เมษายน 2557

เศรษฐกิจป่วยหนัก ส่งออกเพิ่มเป็นทางเดียวที่ช่วยได้ แนะรัฐบาลผนึกกำลังเอกชนสู้

เศรษฐกิจป่วยหนัก ส่งออกเพิ่มเป็นทางเดียวที่ช่วยได้ แนะรัฐบาลผนึกกำลังเอกชนสู้

คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน วุฒิสภา จัดสัมมนาผลกระทบวิกฤตการเมืองต่อเศรษฐกิจไทย เมื่อวันที่ 8 เม.ย. โดยภาคเอกชนทั้งหมดเสนอให้รัฐบาลและเอกชนผนึกกำลังผลักดันการส่งออก

นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า การส่งออกเป็นสิ่งเดียวที่จะพยุงเศรษฐกิจเพราะเป็นสิ่งเดียวที่ทำได้โดยไม่มีเงื่อนไข ถ้าไม่มีรัฐบาล การส่งออกจะไม่ขยายตัว

ทั้งนี้ ต้องรีบทำก่อนที่สถานการณ์เศรษฐกิจไทยจะแย่ลงไปกว่านี้ ถ้าปัญหาการเมืองลากยาวไปจนถึงครึ่งปีหลัง จะทำให้การบริโภค การลงทุนภาครัฐและเอกชนทรุดลงหมด

นายปรเมธี วิมลศิริ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า สศช.ได้จับตาตัวเลขการส่งออกเป็นพิเศษ ล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณไม่ดีเนื่องจากการส่งออกใน 2 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 0.2% แต่เพิ่มในเชิงปริมาณแค่ 2% แต่ถือว่ายังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5% ซึ่งหากไม่รวมการส่งออกทองคำพบว่าการส่งออกติดลบ 1.9%

“รัฐบาลต้องพยายามไม่ให้จีดีพีต่ำจนเกินไป ขณะนี้แม้ สศช.จะปรับประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ 3% ก็ยังไม่มีผลต่อการจ้างงาน แต่เกรงว่าหากปล่อยให้จีดีพีลดลงไปขยายตัวแค่ 12%จะเกิดภาวะการว่างงานมากอย่างชัดเจน” นายปรเมธี กล่าว

ด้านเวทีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 น่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก โดยปัจจัยบวกสำคัญจะมาจากภาคการส่งออกที่ยังขยายตัว การมีคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และการท่องเที่ยวที่เริ่มดีขึ้น โดยคาดว่าจีดีพีปีนี้อาจจะโต 3%

ด้านนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังสามารถขยายตัวได้ในรดับหนึ่ง เนื่องจากการส่งออกขยายตัวตามสภาพตลาด ซึ่งถือว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่หนักหนาเหมือนวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ซึ่งมีปัญหาภายในและเกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ในขณะที่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ปี 2553 เกิดปัญหาจากเศรษฐกิจนอกประเทศแบบทันที ทำให้ไม่สามารถตั้งรับได้ทัน

อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญตอนนี้คือทำอย่างไรให้เกิดการลงทุนต่อเนื่อง เพื่อให้โครงสร้างเศรษฐกิจมีการขยายตัว และสามารถแข่งขันในระดับอาเซียนได้

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นหากไม่มีความรุนแรงเชื่อว่าเศรษฐกิจไตรมาส 2 จะดีกว่าไตรมาสแรกประกอบกับความเชื่อมั่นการลงทุนน่าจะกลับมาได้หากมีการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บอร์ดบีโอไอ) ที่จะมาอนุมัติโครงการลงทุนที่ค้างอยู่กว่า 6.6 แสนล้านบาท ซึ่งภาคธุรกิจต้องการเห็นความสงบทางการเมืองยิ่งเร็วเท่าใดก็จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้นเท่านั้นเพราะตลาดโลกมีการฟื้นตัวชัดเจน

“ช่วงท่ผ่านมามีการลงทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน ในขณะที่การบริโภคในประเทศซบเซาลงไป แต่ในภาพรวมเศรษฐกิจภาคการส่งออกยังดีอยู่ น่าจะทำให้จีดีพีเติบโตได้แต่คงไม่ถึง 23% ส่วนเหตุการณ์หลังสงกรานต์จะเป็นอย่างไรนั้น เชื่อว่าทุกฝ่ายจะช่วยกันให้ทุกอย่างกลับคืนสู่ภาวะปกติ แต่คาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น “นายพยุงศักดิ์ กล่าว

ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศประเมินว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวได้ 3.6%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท