"ปึ้ง"ดิ้นฟ้องโลกแปลคำแถลง“สุเทพ”ยึดรัฎฐาธิปัตย์
"สุรพงษ์" เผย สหรัฐฯ ยื่นหนังสือถึง “ยิ่งลักษณ์” ห่วงสถานการณ์ไทย หนุนเจรจา หวั่น “ปฏิวัติ” ดิ้นฟ้องโลก แปลคำแถลง “สุเทพ”ยึดรัฎฐาธิปัตย์ ส่งทูตทุกประเทศ
"สุรพงษ์" เผย สหรัฐฯ ยื่นหนังสือถึง “ยิ่งลักษณ์” ห่วงสถานการณ์ไทย หนุนเจรจา หวั่น “ปฏิวัติ” ดิ้นฟ้องโลก แปลคำแถลง “สุเทพ”ยึดรัฎฐาธิปัตย์ ส่งทูตทุกประเทศ
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม หลังเสร็จสิ้นงานวันสถาปนากระทรวงกลาโหม127 ปีแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ เปิดโอกาสให้ นาย Daniel R.Russel ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ฝ่ายกิจการเอเซียแปซิฟิค นาง Kristie Kenney เอกอัคราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เข้าพบ และหารือ โดย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รักษาการรองนายกน และ รมว.ต่างประเทศ ได้เดินทางมาสมทบ เพื่อเข้าร่วมหารือด้วย
นายสุรพงษ์ เปิดเผยว่า ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ สหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชียแปซิฟิค ได้นำหนังสือ ของนาย John Kerry รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นหนังสือที่ทำในนามรัฐบาลสหรัฐฯ มายื่นให้กับนายกรัฐมนตรีของไทย เพื่อแสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การเมืองของไทย และ ไม่ต้องการให้มีการยึดอำนาจ หรือ ปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สหรัฐฯ ห่วงมาก ถ้าเกิดขึ้นเขาคงไม่แฮบบี้
พร้อมกันนั้น สหรัฐฯ ยังสนับสนุนให้ไทยเดินไปในแนวทางประชาธิปไตย ใช้การเจรจาแก้ไขปัญหา ไม่ให้เกิดความรุนแรงและความวุ่นวาย ทะเลาะเบาะแว้งขึ้น
ทั้งนี้สหรัฐฯ ถือว่าไทยเป็นมิตรประเทศยาวนาน อยากเห็นขบวนการประชาธิปไตยเดินหน้า รวมทั้งมีความเป็นห่วงอาเซียน เพราะไทยเป็นประเทศที่สำคัญในภูมิภาคนี้ หากเกิดปัญหาก็จะเกิดผลกระทบตามมา โดยการประชุมในระดับอาเซียน การประชุมบิมเท็ค ตน และ รมว.กลาโหม ก็ไม่สามารถเดินทางไปประชุมในเวทีระดับอาเซียนได้ เนื่องจาก รัฐธรรมนูญมาตรา 181 ได้ห้ามเรื่องการการริเริ่มนโยบายต่างๆ ดังนั้นการจะไปแถลงการณ์หรือลงนามใดๆนั้นไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องรอรัฐบาลใหม่ จึงถือว่าเป็นความเสียหายมาก รวมถึงการหารือระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจา หรือในกรณีที่สหรัฐฯเป็นประเทศที่ต้องประชุมด้วย ในประเด็นสำคัญๆ เช่น หัวข้อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิประกาศ เป็นต้น
รมว.ต่างประเทศ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ออกมาประกาศการจัดตั้งรัฎฐาธิปัตย์ว่า มีความชัดเจนว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งตนได้หยิบยกประเด็นดังกล่าวมาหารือในที่ประชุมวันนี้ เพื่อให้สหรัฐฯ ทราบว่าแนวคิดของกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ภายใต้การนำของนายสุเทพ ไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการยอมรับของนายสุเทพเอง ว่าจะยึดอำนาจและตั้งนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีเอง และ สภาประชาชนด้วยตนเอง
เมื่อถามว่า การกระทำของนายสุเทพถือว่าเป็นกบฏหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า แน่นนอน และจะคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ เพราะสิ่งที่พูดไม่ได้อยู่ภายใต้กรอบประชาธิปไตย และการที่ใช้วิธี สร้างรัฎฐาธิปัตย์ ขึ้นมา ชัดเจนว่าเป็นสิ่งที่นายสุเทพ ต้องการเป็นใหญ่เอง ที่ผ่านมาก็ไม่ฟังใครอยู่แล้ว เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ในการหารือกับรัฐบาล ก็เอาความคิดของตนเป็นที่ตั้ง ไม่ยอมเปิด หรืออ่อนข้อ ถือว่าเป็นวิธีการของเผด็จการ
“หลายฝ่าย ทั้งข้าราชการ และกองทัพ ควรจะคิดให้หนัก ในสิ่งที่คุณสุเทพให้เลือกข้าง และพยายามดึงพวกท่านมาเป็นเครื่องมือ เพื่อแสวงหาอำนาจ และยึดอำนาจด้วยตนเอง สังคมโลกไม่ยอมรับเพราะไม่เป็นประชาธิปไตย ผมได้แปลคำแถลงการณ์ของคุณสุเทพ ที่ได้ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ 5เมษายน บนเวที กปปส. แบบคำต่อคำ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนี้จะส่งไปให้ทูตทุกประเทศที่ประจำอยู่ประเทศไทย ให้ได้รับแนวคิดของคุณสุเทพที่ยอมรับสารภาพออกมา ทั้งนี้ ผมเล่าสถานการณ์ให้ฑูตทุกประเทศฟังหมดแล้ว เขาเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมด และเมื่อแปลคำพูดคุณสุเทพ คำต่อคำ ส่งไปให้ จะเป็นการสรุปข้อมูลทั้งหมดที่ผมเคยรวบรวมเป้าหมายของคุณสุเทพ ได้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ”นายสุรพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่า จะดำเนินการอย่างไรเพราะแนวคิดดังกล่าวเป็นภัยต่อความมั่นคง นายสุรพงษ์ กล่าวว่า จะนำเข้าไปหารือในที่ประชุม ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ว่าจะใช้ พรบ. ความมั่นคงฯ จัดการกับนายสุเทพ อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะมีคำพูดใดขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด
"อยากฝากไปถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้เดินหน้ากลับมาหาประชาธิปไตย เพราะตอนนี้เห็นแล้วว่านายสุเทพ ไปสุดโต่ง เพราะฉะนั้น นายอภิสิทธิ์ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน จะไปร่วมกับนายสุเทพ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง"
เมื่อถามว่า ความผิดของนายสุเทพ เข้าข่ายความผิดมาตรา 113 ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมานายสุเทพ และกลุ่มของนายสุเทพ ได้ถูกตั้งข้อหาเป็นกบฏอยู่แล้วจากพฤติกรรมที่ผ่านมา วันนี้ยิ่งเป็นการตอกย้ำการเป็นกบฏชัดเจนมากยิ่งขึ้น และอาจจะเป็นกบฏรอบสองด้วยซ้ำ
เมื่อถามว่า การที่นำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับสหรัฐฯ ถือเป็นการดึงต่างประเทศเข้ามาหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า คงไม่ต้องดึง เพราะองค์กรต่างๆที่เข้ามาประเทศไทย ล้วนเป็นมิตรประเทศที่เป็นประชาธิปไตย จึงต้องการให้ไทยเดินไปในแนวทางประชาธิปไตย การที่นายสุเทพ พยายามโยงว่าสหประชาชาติ (ยูเอ็น" รวมถึงต่างชาติไม่ควรเข้ามาแทรกแซงนั้น ตนอยากถามว่าการที่ดึง นายสาธิต เซกัล ซึ่งเป็นคนอินเดียขึ้นเวทีมีความแตกต่างกันตรงไหน
“ตอนนี้ถือว่าสถานะของนายกรัฐมนตรี และ รัฐบาล ของเราดีขึ้น หลังจากที่นายสุเทพแถลงวันนั้น ผมอยากเห็นพรรคประชาธิปัตย์มาลงเลือกตั้ง ทุกอย่างจะได้จบ สหรัฐฯ อยากเห็นการพูดคุยกันโดยเฉพาะการเลือกตั้ง ซึ่งเขาอยากเห็นรัฐบาลมาจากประชาธิปไตย และก้าวต่อไป เราก็ขอบคุณเขาเพราะเห็นด้วยและสนับสนุนอยู่แล้ว
ทั้งนี้เชื่อว่ากองทัพจะเข้าใจรัฐบาลมากขึ้น หลังจากที่นายสุเทพพูด ผบ.เหล่าทัพ ฟังแล้วคงถึงบางอ้อ ทางกองทัพ หน่วยราชการองค์กรอิสระ ต้องไปคิดกันให้รอบคอบ ทำให้ถูกต้องยึดหลักกฎหมาย ซื่อตรง โปร่งใส ทุกอย่างก็จะจบ บ้านเมืองจะได้อยู่ได้ ใน
ส่วนกองทัพ ผมคิดว่า คนเรานั้นอาจจะเข้าใจผิดกันได้ แต่เมื่อความจริงปรากฎทุกคนก็ต้องหันกลับมา “นายสุรพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย สถานภาพของนายกรัฐมนตรี นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญทำอย่างตรงไปตรงมา ใช้มาตรฐานเดียว สังคมยอมรับได้ ปัญหาก็ไม่เกิดขึ้น ขณะนี้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ถ้ามีอะไรผิดไป หรือไม่ถูกต้อง ก็จะเป็นสิ่งที่อยากลำบากในอนาคต ประเทศชาติจะต้องเจอกับวิบากกรรมต่อไป
ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเป็นห่วงสถานการณ์ความรุนแรงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมสองฝ่ายจะออกมาชุมนุมหลังสงกรานต์นั้น ตนจะได้นำเรื่องดังกล่าวหารือในที่ประชุม ศอ.รส.วันนี้ เพื่อเตรียมความพร้อม เพราะจะมีคนเดินทางเข้ามาจำนวนมาก เราจะไม่ประมาทไม่ได้


