
"ปู"ข้องใจศาลรธน.รับวินิจฉัยสิ้นสภาพปมย้าย"ถวิล"
นายกฯให้ครม.รดน้ำสงกรานต์ ย้ำสุเทพตั้งรัฏฐาธิปัตย์ต้องยึดกม. ข้องใจศาลรธน.รับวินิจฉัยสิ้นสภาพ ทั้งๆที่คืนตำแหน่งเลขาสมช.แล้ว ยื่นปปช.เพิ่มพยาน 4 ปาก
นายกฯให้ครม.รดน้ำสงกรานต์ ย้ำสุเทพตั้งรัฏฐาธิปัตย์ต้องยึดกม. ข้องใจศาลรธน.รับวินิจฉัยสิ้นสภาพ ทั้งๆที่คืนตำแหน่งเลขาสมช.แล้ว ยื่นปปช.เพิ่มพยาน 4 ปาก
ภายหลังการประชุม คณะรัฐมนตรี หรือครม. นำโดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ได้นำ ครม. รดน้ำดำหัวอวยพร เนื่องในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบง่าย ซึ่งนายสุรพงษ์ อวยพรนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากา รกระทรวงกลาโหม ขอให้ศัตรูแพ้พ่ายสุขภาพแข็งแรง ช่วยนำพาบริหารประเทศ ขณะที่นายกรัฐมนตรี อวยพรให้ ครม. ทั้งคณะมีความสุข ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ได้มอบหมายให้ทีมทนายความเข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันปละ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช. แก้ข้อกล่าวหา โครงการรับจำนำข้าว ใน 2 ประเด็น คือ ขอคัดค้านนายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะกรรมการไต่สวนคดี ซึ่งเป็นการยื่นคำร้องครั้งที่ 3 และหวังว่า จะได้รับความเป็นธรรมในพิจารณา และขอคัดค้านกรณีถูกตัดพยาน จาก 11 ปาก เหลือ 3 ปาก โดยขอให้เพิ่มพยานอีก 4 ปาก ในระดับปฎิบัติงานโครงการรับจำนำ ข้าว ประกอบด้วย พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือรองผบ.ตร. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสภาวิชาชีพบัญชีแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าข้าวในตลาด เพื่อให้ข้อมูลข้อเท็จจริง
นอกจากนี้ ยังยื่นอุทธรณ์ ต่อ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร ขอให้เปิดข้อมูล ข่าวสารต่างๆ ที่ ป.ป.ช.กล่าวหา เนื่องจาก ข้อกล่าวหาโยงถึงระดับผู้ปฎิบัติการ ขณะที่ตนเองดูในระดับนโยบาย จึงจำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการได้มีโอกาสชี้แจงให้ข้อเท็จจริง โดยหวัง คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะรับเรื่องไว้พิจารณาทั้งนี้รายละเอียดข้อมูลชั้นลึก จะขอชี้แจงใน ป.ป.ช.
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโครงการรับจำนำข้าว ไม่เคยเสนอให้ยกเลิกโครงการรับจำนำข้าว ต่อ ตนเอง ในฐานะประธาน กขช. มีเพียงหนังสือจาก ป.ป.ช. และประชาชนที่ร้องเรียนเข้ามา
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณี ศาลรัฐธรรนูญ รับคำร้อง การโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยตั้งข้อสงสัย ใน 2 ประเด็นดังนี้ ว่าทำไมศาลรัฐธรรมจึงรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณา ทั้งที่คำวินิฉัยศาลปกครองสูงสุดได้สิ้นสุดแล้ว และครม. มีมติคืนตำแหน่งเลขา สมช. ให้กับนายถวิล แล้ว ซึ่งถือเป็นกรณีแรกที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยโยกย้ายข้าราชการ และคำตัดสิน จะเป็นบรรทัดฐานของกรณีอื่นๆ อีก และการร้องให้ตนเองสิ้นสภาพ จากรัฐมนตรีนั้น เห็นว่า หลังยุบสภา ครม.ได้สิ้นสภาพ มีหน้าที่เป็นรัฐบาลรักษาการ รอการเลือกตั้ง และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นหลังยุบสภา ดังนั้นจึงหวังว่า ฝ่ายที่อำนวยความยุติธรรมจะให้ความเป็นธรรม อย่างเสอมภาค และเป็นมาตรฐานเดียวกันกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีการประกาศตั้งรัฏฐาธิปัตย์ ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ว่า ถ้าอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ก็จะไม่มีคำถามเกิดขึ้น แต่เนื่องจากภายใต้กรอบกฎหมายตามหลักผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี จะทำหน้าที่ทูลเกล้าฯ ถวายในรายชื่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งต้องยึดกฎหมาย เพราะหากบ้านเมืองไม่มีกฎหมายจะตอบคำถามนานาประเทศได้อย่างไรว่าจะใช้กฎหมายอะไรที่จะเป็นบรรทัดฐาน ถ้าเราไม่ยึดหลักกติกา ก็จะเห็นว่าใครก็สามารถตั้งคณะรัฐมนตรี ตั้งสภานิติบัญญัติ ในการปกครองและบริหารประเทศได้ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ การยอมรับ การให้ความเชื่อถือของนานาประเทศ ก็เป็นสิ่งสำคัญ จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันหาทางออก ซึ่งเห็นด้วยในการที่จะพูดคุยกันอย่างสันติ ไม่อยากให้มองว่าการที่เรามองปัญหาเศรษฐกิจ แล้วไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องของความน่าเชื่อถือด้านของการเป็นประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว พื้นฐานการยอมรับจากนานาประเทศในการมีบรรทัดฐานกฎหมายตามกรอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้ยอมรับได้
ทั้งนี้ ได้มีการหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญาหารทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร หรือรองผอ.กอ.รมน. ในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายกรัฐมนตรี เชื่อว่าในฐานะรองผอ.กอ.รมน. ควรมีจุดยืนเอง และรู้ว่าควรปฏิบัติหน้าที่อย่างไร การดูแลฝ่ายความมั่นคงจะต้องปฏิบัติหน้าที่กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งคิดว่าคงไม่ต้องถามความเห็น และมีคำตอบในใจอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม กรณีกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือคปท. ที่ชุมนุมข้างทำเนียบรัฐบาลนั้น ทางศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศอ.รส. ได้มอบหมายให้กองทัพบกเป็นผู้ดูแล







