posttoday
คนป่วนใหม่เอเชียตะวันออก

คนป่วนใหม่เอเชียตะวันออก

08 เมษายน 2557

สำนักงานข่าวบลูมเบิร์ก ได้รายงานข่าวว่า ธนาคารโลกได้ปรับลดอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกลงจากที่ได้ประมาณการไว้เมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว 7.2% เหลือ 7.1% ทั้งๆ ที่คาดว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วจะฟื้นตัวขึ้นจากเดิม จากการลดมาตรการอัดฉีดเงินเข้าระบบของสหรัฐก็มิได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังพัฒนาในภูมิภาคนี้มากอย่างที่คาดไว้

สำนักงานข่าวบลูมเบิร์ก ได้รายงานข่าวว่า ธนาคารโลกได้ปรับลดอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกลงจากที่ได้ประมาณการไว้เมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว 7.2% เหลือ 7.1% ทั้งๆ ที่คาดว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วจะฟื้นตัวขึ้นจากเดิม จากการลดมาตรการอัดฉีดเงินเข้าระบบของสหรัฐก็มิได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังพัฒนาในภูมิภาคนี้มากอย่างที่คาดไว้

สาเหตุหลักที่ทำให้ธนาคารโลกปรับลดอัตราการเจริญเติบโตของภูมิภาคเอเชียตะวันออกลง ก็เพราะคาดว่าเศรษฐกิจจีนชะลอการขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเล็กน้อย คือ จาก 7.7% ลงเหลือ 7.6% เพื่อปฏิรูประบบการเงิน ระบบการเข้าถึงตลาด ระบบการเคลื่อนย้ายแรงงาน และระบบการคลังของประเทศ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และสร้างอุปสงค์ภายในประเทศเพิ่ม

แต่ที่ฉุดให้ตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญคือการปรับลดอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยลดลงจาก 4.5% เมื่อ 6 เดือนที่แล้วเหลือ 3% เนื่องจากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองและการกระตุ้นการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม

ถ้าเรามองภาพการปรับลดอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนและไทยที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจของภูมิภาคไม่ขยายตัวตามเป้าหมาย ก็เห็นความแตกต่างที่น่าสังเกต กล่าวคือ เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงอย่างมีเป้าหมาย เป็นการถอยเพื่อตั้งหลัก เนื่องจากในหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจจีนได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดมาตลอดก็อาจจะทำให้เครื่องยนต์กลไกในระบบทำงานเกินกำลังไปบ้าง ถ้าไม่ซ่อมแซมพักเครื่องบ้างอาจเกิดความเสียหายทั้งระบบ

รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการเพิ่มความเข้มงวดในการบริหารระบบการเงินการคลังและมาตรการอื่นๆ ที่จำเป็นเพื่อเสริมสร้างการเข้าสู่ตลาดและพัฒนาการเคลื่อนย้ายแรงงานให้เป็นระบบที่มีความเป็นธรรมและควบคุมไว้ เพื่อลดการพึ่งพาโลกภายนอกและพัฒนาอุปสงค์ภายในประเทศ จึงเป็นการก้าวเดินช้าลงบ้างเพื่อให้วิ่งต่อไปได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การที่เศรษฐกิจที่ใหญ่โตอย่างจีนสามารถขยายตัวได้ถึง 7.6% ก็ต้องถือว่าเป็นการขยายตัวค่อนข้างสูงในมาตรฐานโลกถึงจะลดลงไปเมื่อเทียบกับการขยายตัวก่อนหน้านี้

แต่สำหรับเศรษฐกิจไทยที่ภายใน 6 เดือน ธนาคารโลกต้องปรับลดลงประมาณการลงถึง 1.5% โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตขึ้นเพียง 3% ต้องถือว่าเป็นการลดลงค่อนข้างมาก และต้องถือว่าเป็นอีกปีหนึ่งที่เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงให้เห็นเป็นรูปธรรม

ที่แตกต่างจากจีน คือ การปรับลดอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยเป็นการปรับลงเพราะเหตุการณ์พาไป ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างมีเป้าหมายหรือเจตนารมณ์ที่จะทำให้เกิดขึ้นเหมือนกับจีน เศรษฐกิจไทยจึงเปรียบได้เสมือนกับเรือที่แล่นไปอย่างไร้หางเสือ ไม่มีผู้บังคับการเรือที่มีประสบการณ์และมีความสามารถในการนำพาเรือผ่านมรสุมที่กำลังกระหน่ำเข้าใส่รอบด้าน ตั้งแต่อัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกที่มีแนวโน้มว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ความแปรปรวนผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่เป็นสินค้าส่งออกหลักของไทยประเทศหนึ่ง และมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยส่วนใหญ่ในประเทศ

เพราะฉะนั้นจึงมีการคาดหมายกันว่า การชะลอการขยายตัวของจีนจะส่งผลในแง่บวกต่อเศรษฐกิจจีนและประเทศคู่ค้าในอนาคต เพราะเป็นการปรับตัวอย่างมีเป้าหมาย และรัฐบาลเข้มแข็งกำกับดูแล

แต่จนถึงปัจจุบันไม่มีใครตอบได้ว่าการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจไทยจะหยุดเมื่อไรและอย่างไร และกำลังจะเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหน่วงขึ้นหรือไม่ เพราะอย่างที่ได้เรียนให้ท่านผู้อ่านทราบแล้วว่าเป็นการชะลอตัวลงเพราะเหตุการณ์พาไป ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีมาตรการฟื้นฟูหรือปฏิรูประบบโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และไม่มีใครตอบได้ว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองจะจบลงเมื่อไร และจะจบลงอย่างไร

เอาว่าแค่นี้เขาก็เริ่มให้เครดิตเราแล้วว่าเราเป็นตัวถ่วงเหนี่ยวรั้งความเจริญของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ ถ้าเกิดสถานการณ์เลวร้ายลงไปกว่านี้ เช่น เกิดสภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน แต่ระดับราคาสินค้าแพงขึ้น ผู้คนไม่มีงานทำ ที่เรียกว่า Stagflation เราคงไม่แคล้วถูกเรียกว่าเป็นคนป่วยแห่งเอเชียแทนประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์อย่างแน่นอน

ผมอยากเขียนบทความนี้ตามหลักวิชาการเหมือนกัน คือไม่อยากหยิบยกแต่ปัญหาขึ้นมาพูด โดยไม่มีข้อเสนอแนะนำว่าควรจะแก้ไขอย่างไร

แต่ยิ่งคิดยิ่งเห็นว่าป่วยการที่จะเสนอแนะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่นิยมทำกัน โดยเฉพาะการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินไปทำอีเวนต์ต่างๆ ตามโรงแรมหรูหราให้คนดูไม่กี่ร้อยคนชมเป็นบุญตา เสร็จแล้วก็เลิกรากันไป ไม่เคยมีการวัดผลงานที่เกิดจากการจัดงานอีเวนต์ต่างๆ เหล่านี้ว่าได้ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจจริงๆ ตามวัตถุประสงค์เท่าไหร่ อย่างมากก็มีรายงานตัวเลขผู้เข้าชมงาน ผู้หญิงกี่คน ผู้ชายกี่คน ออกมาตามประเพณีปฏิบัติ

ผมนึกไม่ออกว่า ปริมาณผู้เข้าชมงาน กับการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเกี่ยวข้องกันตรงไหน สู้ปล่อยให้บริษัทห้างร้านเขาทำของเขาไปในขอบเขตที่จำกัด ยังเข้าทีกว่าเป็นไหนๆ ส่วนถ้าจะจัดงานเพื่อให้ความรู้กับประชาชนนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง คงไม่มีใครคัดค้านว่าจะใช้เงินไม่คุ้มอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม หวังว่าปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองจะจบลงภายในไตรมาสนี้เป็นอย่างช้า หลังจากนั้นเมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้ว ประเทศนี้จะได้รัฐบาลเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินโดยมุ่งประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ตระหนักในภาระหน้าที่ว่า ถ้าไม่รีบซ่อมแซมเครื่องยนต์ ไม่สร้างขวัญและกำลังใจให้ลูกเรือคือราชการ ทำงานเต็มกำลังความสามารถ เพื่อพาเรือออกจากมรสุมที่กำลังกระหน่ำเข้ามารอบด้าน ทั้งเรือ ลูกเรือ และผู้โดยสารอีกกว่า 60 ล้านคน คงต้องไปลอยคออยู่ในทะเล

ผมว่าขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศ ต้องการบริหารในสภาวะวิกฤตการณ์ หรือ Crisis Management เพื่อให้ผ่านคลื่นลมมรสุมร้ายไปก่อน

หลังจากนั้นจึงค่อยรีบพัฒนาประสิทธิภาพในการแข่งขันของประเทศกันใหม่ ใช้เวลา 23 ปี โดยใช้เงินอย่างเป็นระบบ ไม่ให้เป็นเบี้ยวหัวแตก เน้นการพัฒนาการเกษตรและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการผลิตระดับกลางถึงสูง ปรับปรุงระบบการเงินการคลังให้มีการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น ให้คนทั้งประเทศสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีอำนาจซื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยขยายอุปสงค์ภายในประเทศและลดการพึ่งพารายได้จากการส่งออกลง

เมื่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะการกระจายรายได้เป็นธรรมขึ้น ปัญหาการซื้อขายเสียงซึ่งจะนำมาสู่วิกฤตการณ์ทางการเมืองก็จะลดลงไปเอง

อย่างน้อยปัญหาทางการเมืองที่ผ่านมาได้เปิดหูเปิดตาประชาชนคนไทยจำนวนมากให้รู้จักผลร้ายของการปล่อยให้มีการโกงกิน คอร์รัปชั่น และการใช้อำนาจอย่างไม่มีขอบเขตแล้วระดับหนึ่ง

ถ้าวิกฤตการเมืองครั้งนี้ยุติลง และรัฐบาลต่อไปรีบพัฒนาประสิทธิภาพในการแข่งขัน ปรับปรุงระบบการกระจายรายได้ให้เป็นธรรม โดยโครงสร้างไม่ใช่การแจกเงิน ผมเชื่อว่าประเทศนี้จะเจริญก้าวหน้าต่อไปอย่างเข้มแข็ง และไม่กลายเป็นคนป่วยแห่งเอเชียตะวันออกอย่างที่หลายคนเป็นห่วง

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์