posttoday
ต้นร้าย...ปลายดี(ตอนที่1)

ต้นร้าย...ปลายดี(ตอนที่1)

07 เมษายน 2557

“ต้นร้าย...ปลายดี...” เป็นคำที่ผมได้ฟังมาจากคุณเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ซึ่งทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจในการเขียนบทความนี้ ในที่นี้คำว่า “ต้นร้าย...” หมายถึงเหตุการณ์ร้ายๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปีนี้ ส่วนคำว่า “ปลายดี...” ก็จะหมายถึงเหตุการณ์ดีๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้

“ต้นร้าย...ปลายดี...” เป็นคำที่ผมได้ฟังมาจากคุณเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ซึ่งทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจในการเขียนบทความนี้ ในที่นี้คำว่า “ต้นร้าย...” หมายถึงเหตุการณ์ร้ายๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปีนี้ ส่วนคำว่า “ปลายดี...” ก็จะหมายถึงเหตุการณ์ดีๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้

ณ วันที่ผมกำลังเขียนต้นฉบับของบทความฉบับนี้อยู่ ประเทศไทยยังคงถูกปกคลุมไปด้วยความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งได้ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างรุนแรง เพียงแต่ผมมองว่าเหตุการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้อาจดำเนินไม่ยาวนานอย่างที่หลายๆ คนคิด และหากเหตุการณ์เหล่านี้จบลง ผมเองคิดว่าสิ่งที่ดีๆ ก็น่าจะเกิดขึ้นด้วยเหตุผลดังนี้ครับ

หนึ่ง ต้นร้าย...ประเทศไทย

จากความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่ต้องการให้มีการผ่านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ซึ่งจะมีผลย้อนหลังไปถึงปี 2547 หรือที่เรียกกันว่า “ฉบับสุดซอย” ซึ่งหลายฝ่ายในสังคมไม่เห็นด้วย จนทำให้เกิดการรวมตัวเดินขบวนไม่เห็นด้วยครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ วันที่ 13 ม.ค. 2557 มีการชุมนุม “ปิดกรุงเทพฯ” โดยปิดการจราจรตามทางแยกสำคัญๆ บนถนนสายหลักในกรุงเทพมหานครเพื่อกดดันรัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้ลาออก

วันที่ 21 ม.ค. 2557 รัฐบาลจึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในกรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบ และนั่นอาจเป็นเพียงปฐมบทของ “ความวุ่นวายทางการเมือง” ของประเทศไทย

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่เกิดจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีอะไรบ้าง? สภาพัฒน์ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจของไทย คือ ในปี 2556 เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตเพียง 2.9% เทียบกับปี 2555 ซึ่งเติบโตถึง 6.5% และผลกระทบดังกล่าวก็ยังแผลงฤทธิ์เดชมาถึงปีนี้อีกด้วย

สภาพัฒน์คาดการณ์ว่า ในปี 2557 นี้ การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะตกลงไปเหลือประมาณ 34% จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 45%

นอกจากนั้น สภาพัฒน์ยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขยายตัวของการลงทุนในประเทศไทยในปีนี้ว่าจะลดลงเหลือเพียง 3.1% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 7.1% โดยเหตุผลใหญ่มาจากขนาดการลงทุนของภาครัฐที่ลดลงมาเป็นอย่างมาก ส่วนอัตราการเติบโตของการบริโภคภายในประเทศก็ลดลงเป็น 1.6% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.9% ตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ว่าจะส่งผลดีมีเพียงชุดเดียว คือ การส่งออก ซึ่งคาดว่าในปีนี้การส่งออกจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 57% จากปีที่แล้ว

ข้อสรุป “ต้นร้าย...ประเทศไทย” ก็คือตัวเลขเกือบทุกตัวที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดูจะแย่ไปหมด ยกเว้นตัวเลขที่มาจากการส่งออกเท่านั้น ดังนั้น ปีนี้ดูเหมือนจะเป็น “ปีที่แย่ที่สุด” ปีหนึ่งของเศรษฐกิจประเทศไทย

สอง ต้นร้าย...เศรษฐกิจโลก

ในช่วงหลังๆ ผมจะชอบมองว่าเศรษฐกิจโลกมักจะผูกพันกับประเทศที่มีชื่อย่อดังนี้ คือ UJE ซึ่งหมายถึง USA (สหรัฐอเมริกา) Japan (ญี่ปุ่น) และกลุ่มประเทศในยุโรป (European Countries) โดยจะไม่คุยถึงจีนที่จะมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างที่จะคงที่ คือประมาณ 78% และรัฐบาลจีนก็คงจะพยายามทุกวิถีทางที่จะประคองให้เศรษฐกิจไปในอัตรานี้ ดังนั้น เราจะคุยกันในเรื่อง ต้นร้าย...ของ UJE กันเสียก่อน

สหรัฐอเมริกาเริ่มต้นปี 2557 ด้วยเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยจะสดใสนัก เพราะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Polar Vortex และทำให้เกิดพายุหิมะโหมเข้าใส่ในหลายๆ รัฐของประเทศ ทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก

ส่วนดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ แนสแด็ก และเอสแอนด์พี ตั้งแต่ปีที่แล้วมาก็ทำลายสถิติอย่างงดงาม โดยพุ่งขึ้นมากกว่า 30% เมื่อราคาหุ้นขึ้นไปสูงจึงไม่สามารถทำราคาสูงขึ้นไปอีกได้อย่างต่อเนื่อง ภาคธุรกิจที่สำคัญที่สุดของสหรัฐอเมริกาก็คือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็พลอยได้รับผลกระทบจากภาวะอากาศครั้งนี้ไปด้วย

ญี่ปุ่น (Japan) เป็นประเทศที่ตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำมากว่า 20 ปี ในปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่พลิกฟื้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจากหน้ามือเป็นหลังมือ ซึ่งเป็นเพราะนโยบายอาเบะโนมิกส์ (Abenomics) ของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ชินโสะ อาเบะ ที่มุ่งเน้นให้เอกชนเพิ่มการลงทุน โดยตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มอัตราเงินเฟ้อให้ได้ 2% ต่อปี และการใช้นโยบายมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (Quantitative Easing – QE)

นโยบายดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 50% และยังทำให้ค่าเงินเยนอ่อนลงเป็นอย่างมาก บริษัทในประเทศจึงกล้าลงทุนในธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ต้นปีที่ผ่านมาดัชนีนิกเกอิกลับตกลงไป 14% นับจากต้นปีมา และในเดือน เม.ย.นี้ ญี่ปุ่นจะต้องขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 8% จากเดิม 5% ซึ่งในช่วงต้นปีจะส่งผลกระทบอย่างจังต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่น

กลุ่มประเทศยูโรโซน (Eurozone Countries) มีแนวโน้มว่าในปีนี้จะขยายตัวได้ประมาณ 1% แต่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเหล่านี้ก็ยังไม่ค่อยมีเสถียรภาพมากนัก โดยสังเกตได้จากอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเตี้ยติดดินเพียง 0.8% ก็แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนแล้วว่า ผู้คนในประเทศเหล่านี้ยังไม่ยอมที่จะใช้จ่ายเงินสักเท่าไร จึงเป็นหน้าที่ของธนาคารกลางยุโรปที่จะต้องออกมาตรการทุ่มเงินเข้าไปในระบบ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่

แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววการลงทุนดังกล่าวเลย

เราคุยกันแล้วเรื่อง “ต้นร้าย...” หรือเหตุการณ์ร้ายๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปีนี้ ตอนต่อไปเราจะคุยกันในเรื่อง “ปลายดี...” หรือเหตุการณ์ดีๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69