
ธปท.หนุนธุรกิจซื้อขายหยวน
เชื่อคนนิยมขึ้นหลังจีนปฏิรูปการเงินแบงก์แนะผู้ส่งออกลองเปิดใจรับ
เชื่อคนนิยมขึ้นหลังจีนปฏิรูปการเงินแบงก์แนะผู้ส่งออกลองเปิดใจรับ
ธปท.ออกโรงหนุนใช้เงินหยวนซื้อขายกับจีน เพื่อช่วยลดต้นทุนความผันผวนค่าเงิน
นายยรรยง ไทยเจริญ หัวหน้านักยุทธศาสตร์อาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า มีแนวโน้มการใช้เงินสกุลหยวนซื้อขายระหว่างประเทศมากขึ้น หลังทางการจีนส่งเสริมผ่านนโยบายผ่อนคลายค่าเงิน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการเงิน แต่ผู้ประกอบการจะต้องเปิดใจกว้างยอมรับ
นายยรรยง ระบุว่า ธปท.มีนโยบายสนับสนุนให้ไทยและอาเซียนใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการซื้อขายระหว่างกัน เพื่อลดการพึ่งพาเงินสกุลเหรียญสหรัฐที่ผันผวนตามสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยส่งเสริมการใช้เงินหยวนด้วยการทำข้อตกลงซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา (สวอป) ระหว่างเงินบาทและเงินหยวน สนับสนุนภาคธุรกิจให้คล่องตัว
ขณะนี้ ธปท. สำนักงานภูมิภาคกำลังเจรจากับธนาคารกลางจีนเขตคุนหมิง เพื่อหาทางลดอุปสรรคและส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าชายแดน แต่การผลักดันเงินหยวนยังมีอุปสรรคสำคัญ คือ คู่ค้าทั้งฝั่งไทยและจีนยังคงนิยมใช้เงินเหรียญสหรัฐ เพราะมีสภาพคล่องสูง รวมทั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ยังไม่รับรองให้เงินสกุลหยวนเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ นโยบายของทางการจีนยังไม่ได้ปล่อยให้เงินหยวนเป็นไปตามกลไกตลาดที่แท้จริง ซึ่งเงินหยวนจึงมีข้อจำกัดใหญ่ๆ 4 ด้าน คือ ความเชื่อมั่นในสกุลเงินตรา ความโปร่งใสในการดำเนินนโยบายของจีน ความนิยมในตลาดพันธบัตร และไอเอ็มเอฟยังไม่ยอมรับ
“หากสุดท้ายจีนปล่อยเสรีค่าเงินและสร้างความเชื่อมั่นจนกลายเป็นเงินสกุลหลักที่มีสภาพคล่องสูง ก็น่าจะทำให้เงินหยวนได้รับความนิยมในการซื้อขายหรือทำธุรกรรมระหว่างประเทศมากขึ้น” นายยรรยง กล่าว
ทั้งนี้ การใช้เงินหยวนในธุรกรรมระหว่างไทยจีน ยังคงมีสัดส่วนที่น้อยมากเพียงไม่ถึง 1% ในปี 2555 ที่ผ่านมา
ด้าน นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ความเคยชินของผู้ประกอบการและคู่ค้าทั่วโลกที่ชินกับเงินเหรียญสหรัฐมานานเป็นอุปสรรคสำคัญที่ไม่ยอมใช้เงินสกุลท้องถิ่นซื้อขายระหว่างประเทศ จึงต้องจูงใจและชี้ให้เห็นข้อดีของการใช้ที่สะดวกกว่า โดยเฉพาะไทยที่ค้ากับจีนในสัดส่วนสูง
“ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการหลายคนได้ลองใช้เงินหยวนโควตราคาแทนเงินเหรียญสหรัฐ ปรากฏว่าคนที่เปลี่ยนแล้วไม่มีใครกลับมาใช้เงินเหรียญสหรัฐอีก เหมือนกับการข้ามภูเขาได้ ซึ่งอาจต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการภายในเล็กน้อย เช่น เปิดบัญชีในสกุลหยวนมารองรับ แต่เมื่อสำเร็จแล้วทุกฝ่ายต่างได้ประโยชน์ร่วมกัน” นายปิติ กล่าว
ก่อนหน้านี้ ธนาคารดอยช์แบงก์ วิเคราะห์ว่าการใช้เงินหยวนทำธุรกรรมการค้าชายแดนในปี 2557 จะขยายตัวขึ้นถึง 50% ไปอยู่ที่ 6 ล้านล้านหยวน (ราว 31.6 ล้านล้านบาท) หลังจากหลายประเทศเริ่มหันมาใช้สกุลเงินหยวนมากขึ้น โดยจีนได้เปิดสวอปไลน์และสำนักหักบัญชีในหลายประเทศมากขึ้น อาทิ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อังกฤษ และเยอรมนี







