
คลังลัดเข็มขัดแก้ขาดดุลงบประมาณ
ภายหลังจากรัฐบาลเก็บภาษีได้ไม่เข้าเป้าทำให้ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2557 รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 7.85 แสนล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 3.43 หมื่นล้านบาท หรือ 4.2%
ภายหลังจากรัฐบาลเก็บภาษีได้ไม่เข้าเป้าทำให้ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2557 รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 7.85 แสนล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 3.43 หมื่นล้านบาท หรือ 4.2%
การเบิกจ่ายเงินงบประมาณช่วง 5 เดือนแรกของงบประมาณมีจำนวนทั้งสิ้น 1.21 ล้านล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 7.25 หมื่นล้านบาท หรือ 6.3% ทำให้ดุลเงินงบประมาณขาดดุล 4.33 แสนล้านบาท เมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่ขาดดุล 5.44 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวม 4.87 แสนล้านบาท
อันตรายของการจัดเก็บรายได้ไม่เข้าเป้า ก็คือรัฐบาลจะต้องกู้เงินมาชดเชยรายได้ที่หายไป สิ่งที่รัฐบาลพยายามดำเนินการคือ การลดรายจ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี
ทางด้านการควบคุมค่าใช้จ่าย มนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวถึงการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของราชการ ว่า ในช่วง 6 เดือนแรกปีงบประมาณ 2557 มีการเบิกจ่ายงบไปแล้ว 3 หมื่นล้านบาท ถือว่ายังอยู่ในเป้าหมายที่วางไว้เมื่อเทียบเป้าหมายที่ได้รับจัดสรรมาทั้งปี 6 หมื่นล้านบาท สาเหตุที่การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่ไม่เพิ่มขึ้นมากเป็นผลจากการทำความเข้าใจกับสถานพยาบาลเพื่อการส่งเสริมให้ใช้ยาอย่างมีเหตุผล ลดการใช้ยานอกโดยให้ใช้ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติเป็นอันดับแรก ช่วยให้กรมบัญชีกลางลดค่าใช้จ่ายด้านยาได้ประมาณ 3% และสถานพยาบาลจะมีกำไรส่วนต่างประมาณ 19.5% ทำให้ลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่ายาได้ 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากค่ายาที่ลดลงทำให้กรมบัญชีกลางสามารถเพิ่มสิทธิประโยชน์ในด้านอื่นๆ ให้กับข้าราชการ เช่น การปรับอัตราค่าห้องพิเศษในกรุงเทพฯ จาก 600 บาท เป็น 1,000 บาทและต่างจังหวัดปรับค่าห้องเพิ่มจาก 400 บาท เป็น 600 บาท ส่วนนี้ทำให้ต้องใช้เงินเพิ่มขึ้น 1,200 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ ยังเพิ่มอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรคเพิ่มเติมกว่า 95 รายการ ใช้งบเพิ่มขึ้น 826 ล้านบาท ทำให้มีรายการอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรคตามประกาศกระทรวงการคลังมากกว่า 300 รายการ โดยมีอุปกรณ์ที่มีราคาแพงที่สุดที่สามารถเบิกได้ คือ เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าของสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation) สำหรับผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่มีราคาสูงถึง 8 แสนบาทต่อเครื่อง อุปกรณ์ที่เพิ่มให้นี้นอกจากจะช่วยลดจำนวนวันนอนในสถานพยาบาลแล้ว ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรคที่มีราคาแพงอีกด้วย
อย่างไรก็ดี การประหยัดงบของกรมบัญชีกลางเพียงแค่นี้ ยังไม่เพียงพอที่จะรองรับการขาดดุลงบประมาณได้ รัฐบาลจะต้องพยายามขยายฐานภาษีให้ได้มากขึ้น เพื่อให้รายจ่ายสมดุลกับรายได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าประหยัดในสิ่งที่ควรจ่าย แต่ไปจ่ายในสิ่งที่ไม่ควรจ่าย โดยเฉพาะโครงการประชานิยม







