
'ขุนหาญ' เมืองจักรยานที่แสนน่ารัก
นาทีนี้ สิริดนย์ น้าวิไลเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลขุนหาญ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ
นาทีนี้ สิริดนย์ น้าวิไลเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลขุนหาญ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ และชาวบ้านอีกนับร้อยนับพันชีวิต คงยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
หลังจากเมืองขุนหาญได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 3 เมือง (ร่วมกับเทศบาลเมืองหนองสำโรง อ.เมือง จ.อุดรธานี และเทศบาลตำบลเมืองแกลง จ.ระยอง) เป็นตัวแทนประเทศเข้าร่วมโครงการ “ปลุกเมืองให้โลกเปลี่ยน” Earth Hour City Challenge (EHCC) ประจำปี 2014 จัดโดย WWF International จากทั้งหมด 34 เมือง จาก 14 ประเทศทั่วโลก
ข่าวดีก็คือเทศบาลตำบลขุนหาญแห่งนี้ สามารถคว้ารางวัลป๊อปปูลาร์ โหวตมาได้ด้วยคะแนนโหวตสูงที่สุดเป็นอันดับ 1
นโยบายโดดเด่นอันมีส่วนทำให้ได้รับยกย่องว่าเป็น “เมืองสีเขียว” คือการรณรงค์ให้ชาวบ้านหันมาปั่นจักรยานแทนขับขี่รถยนต์ หรือรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อลดการใช้พลังงานประหยัดน้ำมัน
“ที่นี่ยอดขายรถมอเตอร์ไซค์สูงมาก คนต่างจังหวัดนิยมขี่กันเพราะเดินทางไปไหนมาไหนสะดวกรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงสูงตามไปด้วย ไม่รวมถึงปัญหาอื่นๆ ที่ตามมาอีก เช่น จราจรติดขัดภายในเขตเทศบาล อุบัติเหตุบนท้องถนน
เราจึงต้องการสร้างชุมชนจักรยานอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย โดยกิจกรรมที่เราจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำชื่อว่า ‘ถีบไป ปั่นไป ปิดไฟให้โลกพัก’ ส่งเสริมให้ชาวบ้านเกิดความตื่นตัว เห็นถึงความสำคัญและปรับเปลี่ยน หันมาใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน”
มิได้สักแต่พูด ตั้งแต่นายอำเภอ นายกเทศมนตรี นายตำรวจ ผู้บริหารระดับสูงจากหลายหน่วยงาน รวมถึงบรรดากำนันผู้ใหญ่บ้าน ต่างพร้อมใจกันจอดรถไว้ที่บ้าน กระโดดขึ้นอานปั่นจักรยานออกมาทำงาน เรียกว่าทำตัวเป็นแบบอย่างให้เห็นกับตาโดยไม่เคอะเขิน
ผลก็คือชาวบ้านเกินครึ่งจากทั้งหมด 12 หมู่บ้าน 16 ชุมชน เกิดความประทับใจ เกิดความเชื่อมั่น ชักชวนกันหันมาปั่นจักรยานด้วยเสียเลย
ภาพน่ารักๆ ของชาวบ้านที่กำลังปั่นจักรยานคู่ใจด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองขุนหาญในที่สุด
“นอกจากการรณรงค์ ทางเทศบาลยังสร้างความปลอดภัยให้คนปั่นจักรยานด้วย ทั้งติดตั้งป้ายเตือนให้ระวังรถจักรยาน ไบค์เลน สร้างจุดจอดพร้อมที่ล็อก รวมถึงมาตรการป้องกันรถหาย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักปั่นให้เขาอุ่นใจมากขึ้น” นายกเล็กคนเก่งของเราเล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดี
ขณะที่บรรยากาศอันสงบงามของขุนหาญก็เหมาะสมยิ่งนักกับการเป็นเมืองจักรยาน ไม่ว่าจะทุ่งนาโล่งกว้าง สวนผลไม้ ถนนหนทางปลอดโปร่ง ลมพัดเย็นสบาย ยังไม่นับสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศเลื่องชื่ออย่างน้ำตกสำโรงเกียรติ์ น้ำตกห้วยจันทร์ อ่างเก็บน้ำชลประทานหนองสิ
และที่ถือเป็นไฮไลต์ไม่ควรพลาด วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว หรือวัดป่าล้านขวด สร้างขึ้นจากขวดแก้วเหลือทิ้งจำนวนนับล้านขวด สะท้อนถึงจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการรีไซเคิลได้เป็นอย่างดี
แว่วว่าเมืองจักรยานน้องใหม่เมืองนี้กำลังได้รับความสนใจจากแวดวงนักปั่นภาคอีสาน ถึงขั้นหลายคนเตรียมจัดทริปมาเยือนกันแล้ว
วิไลวรรณ ทรงกลด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสิริขุนหาญ ในฐานะนักปั่นตัวจริง เธอบอกว่า การปั่นจักรยานทำให้ชาวขุนหาญมีสุขภาพแข็งแรง จิตใจแจ่มใสเบิกบาน
ลุงเล็ง ปิยพันธ์ นักปั่นสูงอายุ ยิ้มอย่างตื้นตันใจขณะคร่อมอยู่บนหลังอาน พลางบอกว่า รู้สึกภูมิใจที่สุดในชีวิตที่เมืองเล็กๆ อย่างขุนหาญได้รับการยอมรับในระดับโลกว่าเป็นเมืองต้นแบบด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน แถมยังได้รางวัลป๊อปปูลาร์โหวตมาเชยชมอีกด้วย
“ผมมีความสุขที่สุดในโลกที่ได้ปั่นจักรยาน”
แกหัวเราะดังลั่น เช่นเดียวกับนายกเทศมนตรีตำบลขุนหาญและชาวขุนหาญทุกคน
และนี่คือวีรกรรมน่าภาคภูมิใจของเมืองเล็กๆ จากประเทศไทยที่ไปสร้างชื่อไกลถึงในระดับโลก ยินดีด้วยครับ







