
อุตุฯเตือน-เหนือ-กลาง-อีสานรับมือพายุฤดูร้อนถล่ม
กรมอุตุฯ เตือนเหนือ-กลาง-อีสานรับมือพายุถล่ม ลมแรง ใต้ฝั่งอันดามันฝนตกหนัก
กรมอุตุฯ เตือนเหนือ-กลาง-อีสานรับมือพายุถล่ม ลมแรง ใต้ฝั่งอันดามันฝนตกหนัก
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนพายุฤดูร้อนบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับคลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศพม่าได้เคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินระหว่างวันที่ 5-6 เม.ย.นี้ ส่วนหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามันยังคงมีฝนหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฤดูร้อน ลูกเห็บตกและลมกระโชกแรงพัดกระหน่ำภาคเหนือบ้านเรือนพังเสียหายอย่างหนัก เช่น พื้นที่ อ.เมืองสุโขทัย ทุ่งเสลี่ยม กงไกรลาศ และบ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย บ้านเรือนเสียหายกว่า 500 หลัง ขณะที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก พังกว่า 100 หลัง ที่ อ.ภูซาง จ.พะเยา พังกว่า 100 หลัง และที่ อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ พังกว่า 50 หลัง
ขณะที่ภาคกลาง ที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เสียหาย 580 หลัง ที่ จ.กาญจนบุรี พายุพัดกระหน่ำ 6 อำเภอ คือ อ.ด่านมะขามเตี้ย ห้วยกระเจา เลาขวัญ ท่าม่วง เมืองกาญจนบุรี และพนมทวน เสียหายรวม 461 หลัง ที่ จ.จันทบุรี พายุกระหน่ำรุนแรง 3 อำเภอ คือ อ.เขาคิชฌกูฏ นายายอาม และท่าใหม่ บ้านพังกว่า 10 หลัง สวนทุเรียนเสียหายวงกว้าง
นอกจากนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือถูกพายุถล่มเสียหายรุนแรงไม่แพ้กัน เช่น ที่ จ.กาฬสินธุ์ บ้านเรือนถูกพายุพัดเสียหาย 1,253 หลังคาเรือน ประกอบด้วย อ.หนองกุงศรี ห้วยผึ้ง นาคู และกุฉินารายณ์ ที่ จ.อุบลราชธานี พายุฤดูร้อนสร้างความเสียหายให้กับ ต.ไร่น้อย อ.เมือง มีบ้านเรือน หมู่ 5 บ้านยางลุ่ม และหมู่ 4 บ้านยางเทิง เกือบ 30 หลัง ที่ จ.นครราชสีมา ลม กระโชกแรงและฝนตกหนักในพื้นที่ อ.พิมาย เสียหายกว่า 22 หลัง
ด้าน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การแก้ไขปัญหาภัยแล้งว่า ถึงแม้ปัจจุบันทั่วประเทศจะประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจากภัยแล้งแล้วรวม 38 จังหวัด แต่ในภาพรวมทั้งประเทศในปีนี้ ตัวเลขความเสียหายจากสถานการณ์ภัยแล้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา







