
แตกหักหลังสงกรานต์
การเมืองใกล้จุดแตกหักเต็มที สองฝ่ายที่ขัดแย้งทั้งกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ
การเมืองใกล้จุดแตกหักเต็มที สองฝ่ายที่ขัดแย้งทั้งกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และกลุ่ม กปปส.ได้ส่งสัญญาณพร้อมขนมวลชนออกมาแสดงพลังเพื่อชี้เป็นชี้ตายในทางการเมืองกันหลังเทศกาลสงกรานต์
ทั้งนี้ การชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช. ที่ถนนอักษะ พุทธมณฑล สาย 4 จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 5 เม.ย. บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้เข้าร่วมเต็มพื้นที่ โดย จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวปราศรัยว่า คนเสื้อแดงออกมาชุมนุมจำนวนมาก เป็นการส่งสัญญาณว่าพร้อมรบกับอำมาตยาธิปไตย และหลังสงกรานต์ ขอให้ออกมามากกว่านี้ และขอประกาศว่าไม่ชนะไม่เลิกรา ขอให้ท่องไว้เลยว่าคนเสื้อแดงชนะอำมาตยาธิปไตยแน่นอน
“ประกาศ ณ ถนนอักษะ เลยว่า ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเล่นงาน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะชี้มูลในคดีจำนำข้าว แต่อำนาจเป็นของประชาชน ไม่มีวันจะยกแผ่นดินนี้ให้ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. หากต้องการจะได้อำนาจ ขอข้ามศพเสื้อแดงไปก่อน และหลังสงกรานต์เจอกับคนเสื้อแดงอย่างแน่นอน” จตุพร กล่าว
สำหรับกรณีที่ สุเทพ ประกาศทันทีที่ศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาให้ ยิ่งลักษณ์ พ้นจากตำแหน่ง ให้กลุ่มนกหวีดออกมา โดยที่ สุเทพ จะกราบบังคมทูลเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่เองนั้น ขอถามว่า สุเทพ จะใช้กฎหมายมาตราใดสถาปนาตัวเองมาเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เป็นได้แค่สุขาธิปัตย์เท่านั้น
จตุพร กล่าวอีกว่า สถานการณ์ขณะนี้ท้ายที่สุดอาจจะไปลงเอยด้วยทหารยึดอำนาจ และจะมีการตั้งคนนอกเป็นนายกฯ จึงขอเรียนผู้บัญชาการเหล่าทัพให้คิดดีๆ เพราะประชาชนคนไทยและ นปช.จะลุกฮือทันทีที่มีประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 1 และแม้ว่าจะยึดอำนาจสำเร็จ แต่ไม่มีวันรักษาอำนาจที่ได้จากการปล้นจากประชาชนได้เด็ดขาด
“เราต่อสู้กันมา 7-8 ปี ไม่มีโอกาสได้ ชัยชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะฉะนั้นขอท้าว่าถ้า สุเทพ ทูลเกล้านายกฯ คนนอก หรือทหารยึดอำนาจได้ เสื้อแดงจะสู้และจะสู้จน กว่าจะได้รับชัยชนะ และถ้าเราไม่จำนน มันก็ไม่มีวันจะชนะ ชาตินี้ชาติหน้ามันไม่มีวันชนะเรา” จตุพร กล่าว
ประธาน นปช. กล่าวด้วยว่า หลายคนตั้งคำถามว่า วันที่ 18 เม.ย. จะนัดชุมนุมรอบใหม่ที่ไหน ต้องบอกว่ามาถึง กทม. คงไม่ถอยหลังกลับอีกแล้ว แต่การชุมนุมในครั้งนี้เสื้อแดงจะกลับบ้านไปก่อนในวันที่ 7 เม.ย.
อีกด้านหนึ่งที่สวนลุมพินี สุเทพ ได้เรียกประชุมแนวร่วม กปปส.ทั่วประเทศ และเครือข่ายจากต่างประเทศ 1,800 เครือข่าย เพื่อซักซ้อมการเคลื่อนไหวขับไล่ระบอบทักษิณยกสุดท้าย โดยแกนนำต่างได้ประเมินสถานการณ์จุดจบของรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะอยู่ในเดือน เม.ย. และขอให้เตรียมพร้อมชุมนุมใหญ่ ซึ่งจะใช้เวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 15 วัน และจะประกาศความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ทันที หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ ยิ่งลักษณ์ พ้นจากตำแหน่ง
ทั้งนี้ สุเทพ แถลงสรุปผลประชุมว่า ขอให้ กปปส.เตรียมพร้อมขั้นสูงสุด เพราะการเรียกระดมพลที่กำลังจะมาถึงจะต่อสู้ยืดยาวประมาณ 15 วัน เพื่อมายึดอำนาจให้เป็นของประชาชน และนับจากวันที่ 5 เม.ย.นี้เป็นต้นไป ให้ถือว่าการออกมาต่อสู้รอบต่อไปคือการต่อสู้ยกสุดท้าย
สุเทพ บอกอีกว่า วันเผด็จศึกนั้นมี 2 กรณี คือ ถ้า ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ยิ่งลักษณ์ คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าววันใดจะถือเป็นวันนัดหมาย ส่วนจะถือเป็นวันเผด็จศึกหรือไม่ต้องตัดสินใจอีกครั้ง เพราะยังมีขั้นตอนเข้าสู่กระบวนการถอดถอนของวุฒิสภา แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ ยิ่งลักษณ์ พ้นสถานภาพความเป็นนายกฯ เพราะใช้อำนาจโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภา ความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไม่ชอบ ขอให้มวลชนเคลื่อนออกมาจากบ้านทันที
“มาคราวนี้จะมายึดอำนาจประเทศไทยเลย เพราะอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศระเบิดตัวเองทิ้งไปตั้งแต่การประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2556 แล้ว ดังนั้นเรามีสิทธิอันชอบธรรมที่จะประกาศความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ของประชาชน” สุเทพ ระบุ
เลขาธิการ กปปส. ย้ำว่า เมื่อประกาศตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้ว คนที่เป็นรัฏฐาธิปัตย์มีคำสั่งที่ถือว่าเป็นกฎหมาย ก็จะสั่งยึดทรัพย์ตระกูลชินวัตรทั้งหมด แล้วให้ไปพิสูจน์เอาเองว่าทรัพย์สินส่วนใดที่หามาได้ด้วยความสุจริต ส่วนเหตุผลที่ต้องเร่งยึดทรัพย์เพราะต้องเอาเงินมาช่วยชาวนา 1.2 แสนล้านบาท พร้อมออกคำสั่งห้ามตระกูลชินวัตร ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ออกนอกประเทศ และให้มารายงานตัว
“ผมจะนำรายชื่อนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) กราบบังคมทูลถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย โดยผมจะเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกฯ ฐานะเป็นร่างทรงของประชาชน จากนั้นจะตั้งสภานิติบัญญัติของประชาชน และรีบปฏิรูปประเทศตามพิมพ์เขียวที่ได้มีการระดมความคิดไว้ก่อนหน้านี้” สุเทพ ระบุ
อย่างไรก็ตาม เมื่อดำเนินการปฏิรูป แก้ไขกฎหมายและรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ จะปล่อยให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามกระบวนการประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบที่แท้จริง
“เมื่อทำเสร็จ ผมและเครือข่าย กปปส.จะกลับบ้านไปใช้ชีวิตแบบสามัญชน แต่จะเก็บนกหวีดไว้ หากวันใดที่รัฐบาลหรือสภาที่เราแต่งตั้งไม่ทำตามที่ประชาชนกำหนด หรือไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนก็ตามทรยศประชาชน เราจะออกมาใหม่ และยืนยันว่า กปปส.ไม่ตั้งพรรคการเมือง แต่หากเครือข่ายจะไปเป็น นักการเมืองสามารถทำได้ แต่อย่านำชื่อ กปปส. ไปอ้าง เพราะพวกเราเป็นสมาคมนกหวีด ไม่ใช่พรรคการเมือง” สุเทพ กล่าว
ขณะเดียวกัน สุเทพ ยังได้ขอมติมวลมหาประชาชน ในการเปิดให้ข้าราชการทุกกระทรวงทำงาน ยกเว้นทำเนียบรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีเงื่อนไขว่า ต้องหยุดรับใช้ระบอบทักษิณ และทำงานเพื่อบริการประชาชนเท่านั้น
“เราจะนำป้ายไปติดไว้หน้ากระทรวง เขียนข้อความว่า ‘ให้ความร่วมมือปฏิรูปประเทศกับมวลมหาประชาชน’ และห้ามมีใครทำลายป้ายดังกล่าวเด็ดขาด โดยมติดังกล่าวจะเริ่มในวันที่ 8 เม.ย.” สุเทพ กล่าวทิ้งท้าย







