posttoday
อย่าเรียกทหารกองทัพ ทหารออกแล้วไม่กลับ

อย่าเรียกทหารกองทัพ ทหารออกแล้วไม่กลับ

05 เมษายน 2557

หลังออกมาปฏิเสธคำเชิญชวนของกลุ่ม กปปส. ให้ปฏิเสธอำนาจของรัฐบาลรักษาการ โดยเปรียบเปรยว่า

หลังออกมาปฏิเสธคำเชิญชวนของกลุ่ม กปปส. ให้ปฏิเสธอำนาจของรัฐบาลรักษาการ โดยเปรียบเปรยว่า “จะให้ทำอย่างไร เหมือนการเป็นลูกจ้างบริษัทจะลุกขึ้นไล่เจ้าของบริษัท มันทำไม่ได้” จนถูกวิพากษ์วิจารณ์เลือกยืนข้างระบอบทักษิณ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. แสดงความไม่พอใจ และได้กล่าวประชดประชันว่า หากทหารออกมาแล้วจะไม่กลับ

“เป็นคนละเรื่องกัน เรื่องบริษัท ผมพูดถึงคุณ ผมไม่ได้พูดถึงผม คุณนำมาพันกันได้อย่างไร ผมเปรียบเทียบของผมก็คือ คุณก็ว่าของคุณไป ผมก็ว่าในส่วนของผม คุณก็ไปทำของคุณ ถ้าทำได้ คุณก็ทำ ส่วนของผมการทำงานก็เรื่องของผม อยากให้ผมพูดใช่ไหม อยากให้ทหารออกมาใช่ไหม ออกมาแล้ว ผมไม่กลับนะจะบอกให้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ประชุม ผบ.หน่วยขึ้นตรง ทบ. โดย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก ทบ. บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวอย่างอารมณ์ดี โดยบอก ผบ.หน่วย ว่า สื่อคงพาดหัวที่ให้สัมภาษณ์ประเด็นดังกล่าวไป แต่จะชี้แจงเอง ไม่ต้องตีความ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประเมินว่า ผบ.ทบ.กำลังติดเบ็ด เป็นเกมกดดันทหารให้ยึดอำนาจ และถ้าทหารจะไม่กลับ คนเสื้อแดงก็ไม่กลับด้วย

“พล.อ.ประยุทธ์ ถูกตกเบ็ด ตกบ่อล่อปลาก็ไปติดเบ็ด ซึ่งต้องตั้งหลักให้ดี คนที่พูดกล่าวหาเป็นพวกกปปส. แล้ว สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ก็บอกอย่าไปว่า พล.อ.ประยุทธ์ ก็ว่าไปหมดแล้ว สถานการณ์ทั้งหมดไม่มีอะไร จุดหมายนำไปสู่รัฐประหาร นายกฯ มาตรา 7” จตุพร ระบุ

เท่านั้นยังไม่พอ จตุพรยังได้อ่านแถลงการณ์นปช. เรียกร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ยุติการใช้อำนาจที่นอกเหนือรัฐธรรมนูญ เพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพราะการกระทำเช่นนั้นเท่ากับศาลรัฐธรรมนูญได้กระทำการรัฐประหารโดยการใช้อำนาจตุลาการแล้ว ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่าร้ายแรงยิ่งกว่าการรัฐประหารโดยใช้กำลังทหารเสียอีก หากเป็นเช่นนี้ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นในบ้านเมือง ศาลรัฐธรรมนูญต้องรับผิดชอบ จะป่าวประกาศแต่เพียงว่าเมื่อศาลตัดสินอย่างไรย่อมเป็นเด็ดขาดและผูกพันทุกองค์กรนั้นไม่ได้อีกต่อไป

ขณะที่ความเคลื่อนในการชุมนุมใหญ่ของ นปช.ที่ถนนอักษะ พุทธมณฑล จ.นครปฐม ในวันที่ 56 เม.ย.นั้น แกนนำต่างยืนยันจะมีผู้ชุมนุมเดินทางมาร่วมจำนวนมาก อาทิ สำเนียง คงพลปาน แกนนำจาก จ.สุรินทร์ บอกว่า จะมีมวลชนมาร่วม 1 หมื่นคน ส่วน นปช.17 จังหวัดทางภาคเหนือ ทาง ศิริวัฒน์ จุปะมัดถา ผู้ประสานงาน บอกว่า จะมีผู้ไปร่วมไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน

นอกจากกลุ่มเสื้อแดงจะชุมนุมใหญ่แล้ว ทางกลุ่ม กปปส.ก็จะประชุมใหญ่ระดับแกนนำทั่วประเทศเช่นกัน เพื่อกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหว โดย เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. บอกว่า การประชุมดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นและชักชวน กปปส.ในประเทศและต่างประเทศเพื่อมอบหมายภารกิจหากจัดชุมนุมใหญ่ โดยจะเคลื่อนไหวทั่วประเทศไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ อย่างเดียว ทั้งนี้ จะไม่เคลื่อนไหวออกนอกพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดการยั่วยุและสถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

ด้านศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เตรียมใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารรวม 19 กองร้อย หรือกว่า 3,000 นาย ในการดูแลการชุมนุมของ นปช. และ กปปส. ในวันที่ 5 เม.ย. โดยในส่วนกลุ่ม กปปส. จะใช้อัตรากำลังตามเดิมและเพิ่มกำลังในการดูแลการชุมนุมของกลุ่ม นปช. โดยจัดสายตรวจผสมตำรวจและทหารตรวจตราในพื้นที่ 3 เขต คือ พุทธมณฑลสาย 3 พุทธมณฑลสาย 4 และทวีวัฒนา

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้จะพัฒนาไปสู่ความรุนแรง หรือจุดจบของปัญหาอย่างไร อีกไม่นานรู้กัน

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์