
ความไม่แน่นอน
ได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าหน้าที่จีนผู้หนึ่งถึงสถานการณ์ในบ้านเราขณะนี้ ก็ต้องบอกว่าจีนเองก็เป็นห่วงเป็นใยบ้านเมืองเราไม่น้อยครับ ในฐานะที่ไทยและจีนเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันมายาวนาน และในวันนี้นักท่องเที่ยวจากจีนก็เป็นเบอร์หนึ่งในบ้านเรา และนักลงทุนจีนก็ยังคงมองประเทศไทยในฐานะแหล่งลงทุนที่ดีอยู่
ได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าหน้าที่จีนผู้หนึ่งถึงสถานการณ์ในบ้านเราขณะนี้ ก็ต้องบอกว่าจีนเองก็เป็นห่วงเป็นใยบ้านเมืองเราไม่น้อยครับ ในฐานะที่ไทยและจีนเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันมายาวนาน และในวันนี้นักท่องเที่ยวจากจีนก็เป็นเบอร์หนึ่งในบ้านเรา และนักลงทุนจีนก็ยังคงมองประเทศไทยในฐานะแหล่งลงทุนที่ดีอยู่
เจ้าหน้าที่จีนบอกว่า ประเทศไทยนั้นเคยเป็น กำลังเป็น และจะเป็นแหล่งลงทุนของจีนต่อไปในอนาคตครับ ได้ยินแล้วก็ชื่นใจ
แต่กระนั้นเมื่อถามว่า จากสถานการณ์การเมืองที่เดาทิศทางได้ยากในขณะนี้ จะเป็นปัจจัยให้นักลงทุนจีนหนีเมืองไทยหรือไม่ เรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นไปได้ เพราะปัจจุบันประเทศรอบด้านเราเองก็มีศักยภาพไม่แพ้ไทย เป็นเรื่องธรรมชาติครับถ้ามีทางเลือกที่ดีกว่า นักลงทุนก็อาจจะย้ายหนีไปได้ถ้าหากการเมืองไทยยังคงเป็นสุญญากาศอยู่อย่างทุกวันนี้
แน่นอนว่าจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเมืองของไทยอย่างแน่นอน
อย่างน้อยที่สุดก็คือโครงการรถไฟความเร็วสูงที่จีนหวังจะขยายเส้นทางลงสู่ภูมิภาคอาเซียนผ่านทางลาว ลงมาไทย ต่อเนื่องไปยังมาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งแน่นอนว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงในบ้านเราถูกพับไปแล้ว เพราะกระบวนการการกู้ยืมเงินของภาครัฐนั้นมิชอบตามที่เรารู้กันดี
ดังนั้น แผนการขยายอิทธิพลของจีนผ่านรถไฟความเร็วสูงของจีนก็ถูกเบรกตามไปด้วย ซึ่งอนาคตของเรื่องนี้จีนก็ต้องบอกว่าแล้วแต่ไทยนั่นแหละครับ เพราะหากไทยเดินหน้าต่อไม่ได้ จีนก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน
ต้องเรียกได้ว่า วิกฤตการเมืองในไทยนั้นทำเอาต่างชาติไม่เพียงแต่เฉพาะคนไทยที่ต้องมึนไปตามๆ กัน เพราะเดายากเสียเหลือเกินว่าจะออกหัวหรือก้อย เดาทิศทางไม่ถูก และไม่รู้ว่าจะไปจบลงตรงไหนอย่างไร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงที่ประเทศไทยจะตกอยู่ในสภาวะที่ไม่มีรัฐบาลในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรือว่าถึงจะมีแต่ก็ไร้อำนาจการบริหารโดยเฉพาะการอนุมัติงบประมาณ ยิ่งจะเป็นผลเสียต่อประเทศชาติอย่างมากมายมหาศาลครับ
ต่างชาติจะเข้ามาลงทุน จะมาทำการค้าอะไรก็ย่อมหมดความเชื่อมั่นไปด้วย ประเทศอะไรอยู่โดยไม่มีรัฐบาล หรือมีรัฐบาลก็ทำอะไรไม่ได้ คงไม่มีใครอยากค้าขาย อยากลงทุนด้วยครับ
ความไม่แน่นอนคือสิ่งอันตรายมากที่สุดสำหรับการลงทุนและเศรษฐกิจของชาติครับ ยิ่งปล่อยให้ความไม่แน่นอนที่เดาทิศทางได้ยากเช่นนี้ลากยาวกันออกไปมากขึ้น ชาติก็ยิ่งพัง และคนไทยเรากันเองนี่แหละครับที่จะเจ๊งหนักที่สุดกว่าเพื่อน!







